บทความพิเศษ
ไทยใหม่ กับ สุริยา
‘ศรีบูรพา’ กับ ‘ยาขอบ’
นักเขียน ‘อาชีพ’
การทำความเข้าใจต่อ ดุสิต สมิโตปกรณ์ สัมพันธ์ต่อความเข้าใจต่อวิถีแห่งการพัฒนาเติบใหญ่ของอาชีพ “นักเขียน นักหนังสือพิมพ์” อย่างไร
ย่อมสัมพันธ์กับ วิถีแห่ง กุหลาบ สายประดิษฐ์ วิถีแห่ง “ศรีบูรพา” อย่างนั้น
เนื่องจาก “ปฏิมา” แห่งการดำรงอยู่ของ ดุสิต สมิโตปกรณ์ ใน “สงครามชีวิต” สะท้อนทั้ง 2 ด้านอันเป็นองค์ประกอบแห่งความเป็น นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ ในยุคสมัยนั้น
ด้านหนึ่ง คือ ความเป็นจริงที่ประสบ
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง คือ ความปรารถนา และความใฝ่ฝัน อันเป็นเป้าหมายของนักเขียน นักหนังสือพิมพ์คนนั้น
การทำความเข้าใจต่อความเป็นจริงแห่งยุคจึงมีความสำคัญ
1 คือการทำความเข้าใจต่อสิ่งที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ประสบโดยตรง 1 คือการทำความเข้าใจต่อสิ่งที่เพื่อนนักเขียนร่วมสมัยประสบ
จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจจาก “ยาขอบอนุสรณ์”
หนังสือ ยาขอบอนุสรณ์
กับ สุภา ศิริมานนท์
หนังสือ “ยาขอบอนุสรณ์” เป็นหนังสือเนื่องในวันพระราชทานเพลิงศพ โชติ แพร่พันธุ์ เจ้าของนามปากกา “ยาขอบ” เมื่อเดือนพฤษภาคม 2500
ชอบ มณีน้อย ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานคณะอนุกรรมการจัดทำ
เป็นการได้รับมอบหมายตามมติของคณะกรรมการสมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย อันมี สมัย เรืองไกร เป็นนายก มี ทนง ศรัทธาทิพย์ เป็นเลขาธิการ
น่าสนใจก็ตรงที่คณะอนุกรรมการยังประกอบด้วยนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในระยะกาลนั้น
นั่นก็คือ อิศรา อมันตกุล ชั้น แสงเพ็ญ ลมูล อติพยัคฆ์ รวมถึง ทนง ศรัทธาทิพย์ ด้วย
แม้จะรู้ในด้าน “เปิด” ว่า ชอบ มณีน้อย เป็นประธานคณะอนุกรรมการ
กระนั้น นักเลงหนังสือ เมื่อสัมผัสการจัดรูปเล่ม “ยาขอบอนุสรณ์” ก็รับรู้โดยอัตโนมัติว่า
มีบุคคลอีกผู้หนึ่งมีส่วนร่วมอยู่ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย
บุคคลคนนั้นก็คือ สุภา ศิริมานนท์ ซึ่งประจำทำงานอยู่ที่ “อาคเนย์ประกันภัย” เช่นเดียวกับ ชอบ มณีน้อย
ตรงนี้เองที่ทำให้ “ยาขอบอนุสรณ์” ทรงความหมาย
ภาพจาก ยาขอบอนุสรณ์
ภาพ ร่วมยุค “ศรีบูรพา”
ความหมายอย่างสำคัญของ “ยาขอบอนุสรณ์” คือการมีส่วนอย่างสำคัญในการส่องสะท้อนให้เห็นภาพในแวดวงนักเขียน
เป็นนักเขียนในรุ่นเดียวกันของ “ยาขอบ”
ขณะเดียวกัน ก็ล้วนเป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ในยุคบุกเบิกอัน กุหลาบ สายประดิษฐ์ มีบทบาทอย่างสำคัญ
ด้านหลักของ “ยาขอบอนุสรณ์” ที่ขาดไม่ได้ย่อมฉายให้เห็นชีวิตพิสดารและโลดโผนของ “ยาขอบ” ทั้งก่อนและภายหลังประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของนิยายปลอมพงศาวดารเรื่อง “ผู้ชนะสิบทิศ”
แต่ด้านรองที่ปรากฏให้เห็น คือ ภาพการใช้ชีวิตและการต่อสู้ในทางวรรณกรรมของนักเขียนรุ่นหนุ่มร่วมสมัย
เพียงข้อเขียนของ “เวทางค์” ภายใต้หัวข้อเรื่อง “แด่วณิพกผู้ยากไร้ แต่เพียงเรือนกาย” ในแต่ละบรรทัดก็ทำให้มองเห็นภาพของ “ห้องเกษมศรี” หน้าวัดชนะสงคราม เมื่อแรกเกิด “คณะสุภาพบุรุษ” ขึ้นอย่างชัดเจน
นั่นคือ
“เป็นห้องแถวไม้สองชั้นอยู่หน้าบ้านของ คุณอบ ไชยวสุ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของพวกนักเขียนหนุ่มกมลใสกับพวกเพื่อนๆ ได้ถือเอาเป็นสถานนัดพบและวาดลวดลายอันเด่นดวงตามภาษาของคนหนุ่มออกมาสู่กัน”
ปี 2474 สำนักงานหนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” ย้ายจากห้องเกษมศรีไปอยู่ที่ตึกแถวข้างห้องสามเหลี่ยม ปากคลองตลาด
ที่นี่ นอกจาก “ยาขอบ” จะไปหลับนอนเหมือนกับบ้านแล้ว “เวทางค์” ย่อมแวะเวียนไปด้วย
เมื่อ “สุภาพบุรุษ” มีอันต้องหยุดกิจการ
จากคำบอกเล่าของ “เวทางค์” ซึ่งเกาะติดอยู่กับสภาพการณ์ก็บอกกล่าวว่า “ยาขอบ ไปเช่าตึกแถวอยู่ใหม่ที่ถนนตะนาว”
จากนั้น “สมาคม” หรือ “สโมสร”ก็ปรากฏ
“สำนักหรือก๊วนย่อมๆ ที่ถนนตะนาวนี้มีเพื่อนฝูงมาเยี่ยมเยียนเสมอ ระยะนี้กุหลาบกับสหายได้ไปร่วมออกหนังสือพิมพ์ ‘บางกอกการเมือง’
และแล้วก็ไปออกหนังสือพิมพ์ ‘ไทยใหม่’ ที่ตรอกกัปตันบุช”
เส้นทาง ของ “นักเขียน”
เส้นทาง “นักหนังสือพิมพ์”
บทความชื่อ “ในคคนานต์แห่งวรรณกรรมไทย” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ อันตีพิมพ์ใน “ยาขอบอนุสรณ์”
ได้ขยายรายละเอียดของ “เวทางค์” ให้เห็นชัดขึ้น
“ในราวปลายปี พ.ศ.2473 ข้าพเจ้าได้รับคำชวนจาก คุณเอก วีสกุล และ คุณเล็ก โกเมศ ให้จัดตั้งหนังสือพิมพ์ ‘ไทยใหม่’
มิตรสหายที่ได้ร่วมงานกันมาแต่สำนัก ‘บางกอกการเมือง’ และ ‘สุภาพบุรุษ’ ก็ได้มาร่วมกันที่นี่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อดำเนินงานหนังสือพิมพ์ ‘ไทยใหม่’ ไปได้ระยะหนึ่งจนปรากฏตั้งหลักฐานได้มั่นคงแล้ว
เราจึงดำริออกหนังสือพิมพ์รายวันอีกฉบับหนึ่งให้ชื่อว่า ‘สุริยา’
เป็นหนังสือพิมพ์น้องของ ‘ไทยใหม่’ ลงพิมพ์เรื่องจำพวกเบาๆ ขายฉบับละ 3 สตางค์
ในขณะที่ ‘ไทยใหม่’ ขายฉบับละ 5 สตางค์
ด้วยหนังสือพิมพ์ ‘สุริยา’ ชุมนุมมิตรสหายของเราได้ขยายขึ้น ข้าพเจ้าเรียก ‘ยาขอบ’ มารับตำแหน่งบรรณาธิการ และ สันต์ เทวรักษ์ ชาวเทพศิรินทร์รุ่นเดียวกันมาช่วยงานแผนกบันเทิง”
ณ ที่นี้ นาม “ยาขอบ” ได้ขึ้นสู่ตำแหน่ง “ดารา”
“ศรีบูรพา” กับ “ยาขอบ”
รากฐาน จาก “เทพศิรินทร์”
ความเป็นจริงที่ “ยาขอบ”เองก็มิได้ปฏิเสธก็คือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ มีส่วนอย่างสำคัญให้ “ยาขอบ” เขียนนิยายอิงพงศาวดาวเรื่อง “ยอดขุนพล” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “สุริยา”
“ยอดขุนพล” อันเป็นรากฐานที่สำคัญ
และเป็นเหมือนกระดานหกของ “ผู้ชนะสิบทิศ” และทำให้นามแห่ง “ยาขอบ” ได้ทะยานไปสู่สถานะแห่ง “ดารา”
“ดารา” ในจุดอันเป็นนักเขียน “ยอดนิยม”
ขณะเดียวกัน นามปากกา “ยาขอบ” ก็ยังเป็นการตั้งให้โดยบรรณาธิการที่ชื่อว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์
โดยเลียนมาจากนาม W.W. Jacob
นักเขียนเรื่องตลกในหนังสือพิมพ์ STRAND ของอังกฤษ เพียงแต่ได้ออกเสียงให้ดูเหมือนเป็นคำไทย
นี่ย่อมเป็นบทบาทในฐานะแห่ง “บรรณาธิการ” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
