จ๋าจ๊ะ วรรณคดี | ญาดา อารัมภีร

ครั้งแรกได้ยินคำว่า ‘ชายแพศยา’ จากชื่อนวนิยายสะท้อนสังคมของ ว.วินิจฉัยกุล (นามปากกาคุณหญิงวินิตา ดิถียนต์)

ต่อมาสร้างเป็นละครทีวีมีผู้ติดตามชมจำนวนไม่น้อย ทั้งงานเขียนและละครสะท้อนพฤติกรรมผู้ชายสำส่อน มักมากในกาม เจ้าชู้หลายใจ ฯลฯ

ซึ่งสังคมไทยในอดีตมักมองข้ามและประณามแต่หญิงฝ่ายเดียว

อันที่จริง ‘แพศยา’ เป็นคำด่าเฉพาะเพศ ใช้ด่าผู้หญิงในวรรณคดีและชีวิตจริง

สังคมไทยโบราณไม่เคยมีคำว่า ‘ชายแพศยา’ มีแต่ ‘หญิงแพศยา’

ทั้งยังให้เหตุผลให้รายละเอียด พร้อมยกตัวอย่างว่าทำไมถึงด่าอย่างนั้น

วรรณคดีเรื่อง “สุบินกลอนสวด” (กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พิมพ์เผยแพร่เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ.2555) มีข้อความว่า

” ๏ ผัวหนึ่งมีอยู่ เปนสองทั้งชู้ ปรารถนาหาสาม เปนหญิงแพศยา บ้ารักมักกาม ขายหน้าพงษ์นาม ตราบเท่าวันตาย” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

นอกจากนี้ ‘พระไอยการลักษณผัวเมีย’ ใน “กฎหมายตราสามดวง ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” เล่ม 1 ระบุไว้ในมาตรา 7 ว่า

“๏ มาตราหนึ่ง หญิงใดทำชู้นอกใจผัว มันเอาชายชู้นั้นมาร่วมประเวนีในวันเดียว ๒ คนขึ้นไปท่านว่าเปนหญิงแพศยา มิให้ปรับไหมชายชู้นั้นเลย ให้เอาปูนเขียนหน้าหญิงร้ายนั้นเปนตราง ร้อยดอกฉะบาเปนมาไลยใส่ศีศะ ฅอ แล้วเอาขึ้นขาหย่างผจาน” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

หนังสือเล่มเดียวกันนี้ ในส่วน ‘มรดก’ มาตรา 43 มีข้อความว่า

“๏ มาตราหนึ่ง หญิงม่ายมีผัวสองคน หญิงม่ายมีผัวสามคน หญิงม่ายมีผัว ๔ คน อย่าให้หญิงนั้นได้ทรัพยมรดกพราหมผู้มรณภาพนั้นเลย เหตุใดจึ่งหมิได้ทรัพยส่วนแบ่งปัน เหตุว่าหญิงนั้นเปนแพศยามีผัว ๒ ๓ ๔ คนแล้ว มิควรแบ่งปันส่วนนั้นให้ ๆ คงแต่ทรัพยของหญิงที่เอามานั้น” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ยิ่งไปกว่านั้นใน ‘พระราชบัญญัติ’ ข้อ 14 กล่าวถึงหญิงแพศยากับโสเภณีว่าสัมพันธ์กันโดยตรง

“…พันไกรมือเพชฟ้องว่าช่วยอีมีมาเปนภรรยา แล้วเอาไปขายไว้แก่ทองศุกกำนัลตลาดๆ ให้อีมีนอนเฝ้าเรือ เพลากลางคืนจีนใหม่เข้าข่มขืนแทบจะถึงชำเรา ครั้นจะพิจารณาสืบไปมีรับสั่งจ้าวกรมหมื่นนรินธรพิทัก ให้หากระลาการไปสั่งว่าอีมีเปนคนชั่ว ครั้นถามอีมี ๆ รับว่าเปนคนนครโสเภนีต้นสาเกแต่แผ่นดินหลัง มีบทพระไอยะการไว้ว่าหญิงแพศยาชายใดทำชู้ข่มขืนมิให้ปรับไหมชายชู้…” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ในที่นี้อีมีเป็นหญิงโสเภณีเท่ากับเป็นหญิงแพศยา จีนใหม่ที่ข่มขืนอีมี และถูกพันไกรมือเพชฟ้องร้อง จึงมิได้ถูกลงโทษใดๆ

ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า คำว่า ‘หญิงแพศยา’ คือ หญิงชั่ว ที่ชั่วเพราะมีอะไรๆ กับผู้ชายมากกว่าหนึ่งคน

เช่น ใน “สุบินกลอนสวด” มีผัวอยู่แล้ว เพิ่มชู้อีกหนึ่ง รวมเป็นสองชาย ยังอยากหาให้ถึงสาม

หรือหญิงมีสามชายในคอนโทรลเนื่องจากนอกใจผัว และไปมีอะไรๆ กับสองชายชู้ภายในวันเดียวกัน ดังปรากฏใน “กฎหมายตราสามดวง ฉบับราชบัณฑิตยสถาน” เล่ม 1 ในส่วนของ ‘พระไอยการลักษณผัวเมีย’

นอกจากนี้ ในส่วนของ ‘มรดก’ ยังมีข้อห้ามมิให้หญิงม่ายที่มีผัวสองคน สามคน สี่คนได้รับมรดกของพราหมณ์ผู้เป็นสามีที่ตายจากไป เหตุผลที่ไม่ได้รับมรดกคือ หญิงนั้นมีผัวหลายคน

โดยเฉพาะในส่วนของ ‘พระราชบัญญัติ’ นั้นระบุไว้เลยว่า หญิงโสเภณี คือ หญิงแพศยานั่นเอง การมีเพศสัมพันธ์กับชายหลายคนทำให้หญิงแพศยาและหญิงโสเภณีไม่ต่างกัน

น่าสังเกตว่าที่ใช้คำว่า ‘หญิงแพศยา’ เพราะหญิงนั้นมีอะไรๆ ลึกซึ้งกับชายมากกว่า 1 คน ไม่ว่าหญิงนั้นจะขายบริการเป็นอาชีพหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ เพราะสังคมไทยสมัยก่อนมีกรอบกำหนดเพศสัมพันธ์ของชายหญิงต่างกัน

สังคมยอมรับให้ชายมีเมียได้หลายคน แต่ปฏิเสธหญิงมากชู้หลายผัว ถือว่าเป็นหญิงมากรัก มักมากในกาม นำความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูล เป็นที่รังเกียจเหยียดหยาม ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม

ดังจะเห็นได้ในส่วนของ ‘พระไอยการลักษณภญาณ’ (อักขรวิธีตามต้นฉบับ) ระบุชัดเจนว่าในการพิจารณาพิพากษาคดี พยานเหล่านี้ไม่มีน้ำหนัก ไม่น่าเชื่อถือ

“คนหูนวก ๑ คนตาบอด ๑ หญิงนครโสภิณี ๑ หญิงแพศยา…๑…ฯลฯ คน ๓๓ จำพวกนี้อย่าให้ฟังเอาเปนพญาณ”

(อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

ลองพิจารณาคำด่าต่อไปนี้ เป็นคำด่าที่ “อักขราภิธานศรับท์” ของหมอบลัดเลย์รวบรวมไว้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งรูปคำและความหมาย อ่านแล้วกลืนน้ำลายไปตามๆ กัน

“อีขี้เย็ด, คือ เปนคำหยาบด่าหญิงชั่ว, ที่อยากมีผัวมากๆ นั้น

อีร้อยควย, เปนคำด่าหญิงชั่วว่ามีผัวร้อยคน, ถ้าหญิงใดคบกับชายมากก็เปนที่อายนัก

อีร้อยซ้อน, เปนคำด่าหญิงชั่วว่า อีร้อยซ้อน, อะธิบายความว่ามีผัวอยู่แล้วคบชายอื่นอีกร้อยคนนั้น” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

สังเกตไหมเป็นคำด่าที่ใช้กับผู้หญิงเท่านั้น คำด่าผู้ชายมีแต่ ‘ไอ้กาก ไอ้เคอะ ไอ้โง่ ไอ้ถ่อย ไอ้บ้า ไอ้ระยำ อ้ายจังไร อ้ายชาติข้า อ้ายระยำ’ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ ทั้งๆ ที่ ‘กิจกรรมอย่างว่า’ ชายหญิงต้องร่วมมือกัน

คำอธิบายของ ‘อีขี้เย็ด’ คือ ‘เปนคำหยาบด่าหญิงชั่ว, ที่อยากมีผัวมากๆ นั้น’ แม้เป็นคำด่าผู้หญิง แต่ผู้ชายมักใช้คำท้ายสุดทั้งสบถทั้งด่า (ด่าทีไร เดือดร้อน ‘แม่’ ทีนั้น) คลิปติ๊กต็อกในโซเชียล คำนี้ก็แวะเวียนมา ตัวอย่างคำผวนที่ผู้เขียนเคยรวบรวมไว้ทำรายงานตอนเป็นนิสิตก็ไม่ขาดคำนี้ “จะเซ็ตก่อนย้อม หรือจะย้อมก่อนเซ็ต” (ผวนแล้วความหมายโหดเอาเรื่อง ไม่เกี่ยวกับการเสริมสวยเลยสักนิด) แม้แต่ชื่อโรงหนัง ‘เพชรกันยา’ ฯลฯ ผวนแล้วก็หนีคำนี้ไม่พ้น

ส่วน ‘อีร้อยควย’ ที่ ‘เปนคำด่าหญิงว่ามีผัวร้อยคน, ถ้าหญิงใดคบชายมากก็ย่อมเปนที่อายนัก’ คำที่ตามหลังจำนวนร้อยมิใช่ของผู้หญิง เป็นสมบัติติดตัวชายมาแต่เกิด เวลาขับรถผู้ชายหลายคนตะโกนใส่กันลั่นถนน ‘อีขี้เย็ด’ และ ‘อีร้อยควย’ คือคำด่าผู้หญิงแท้ๆ แต่เกี่ยวกับผู้ชายเต็มๆ

เอ๊ะ! ยังไง

เราพอทราบเกณฑ์คร่าวๆ ของสังคมไทยในอดีตแล้วว่า หญิงแพศยามีพฤติกรรมใดบ้าง ลองพิจารณาความหมายของคำว่า ‘แพศยา’ ที่ประมวลมานี้ นี่คือข้อสรุปจากพฤติกรรมของหญิงแพศยาหรือมิใช่?

“อักขราภิธานศรับท์”

“แพสยา, เปนคำแผลงจากสับท์, อธิบายว่า หญิงแพสยา คือ หญิงนั้นร่วมสังวาศกับชายในเวลาเดียวสองคน เปนต้น” (อักขรวิธีตามต้นฉบับ)

“พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน”

“แพศยา (แพดสะหฺยา) น. หญิงหาเงินในทางประเวณี, หญิงถ่อย, หญิงสำส่อน (ส.เวศฺยา ; ป. เวสิยา)”

“สํสกฤต – ไท – อังกฤษ อภิธาน” (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2511)

“เวศฺยา น. หญิงแพศยา ; a harlot, a whore”

“พจนานุกรมไทย” (มานิต มานิตเจริญ รวบรวม)

“แพศยา [แพด-สะ-หฺยา] น. หญิงผู้หาเงินในทางร่วมประเวณี, หญิงผู้มักมากในกามคุณ, หญิงมากชู้หลายผัว (adulteress) (ไวศฺย, ป. เวสิยา)”

“พจนานุกรมฉบับมติชน”

“แพศยา (แพด-สะ-หฺยา) น. หญิงค้าประเวณี, มักใช้เป็นคำด่าผู้หญิงสำส่อน เช่น ทำแสนแง่แสนงอนฉะอ้อนความ แพศยาบ้ากามกวนอารมณ์ (พระอภัยมณี) (ส.เวศยา ; บ.เวสิยา)”

ตัวอย่างที่ “พจนานุกรมฉบับมติชน” นำมาประกอบคำอธิบาย มาจากตอนที่พระอภัยมณีถูกนางผีเสื้อสมุทรรุกเร้าจนตั้งตัวไม่ติด หลากหลายอารมณ์ระคนกันทั้งชิงชัง คั่งแค้น รำคาญ ฯลฯ ทำให้ฝ่ายชายเหลืออด ด่าไม่เว้นวรรคชนิดไม่กลัวนางยักษ์เปลี่ยนใจ ‘กิน’ แทน ‘กอด’

“เขาเบือนเบื่อเหลือเกลียดขี้เกียจตอบ ยังขืนปลอบปลุกปล้ำอีส่ำสาม

ทำแสนแง่แสนงอนฉะอ้อนความ แพศยาบ้ากามกวนอารมณ์”

คำว่า ‘ส่ำสาม’ เกี่ยวกับ ‘แพศยา’ หรือไม่

ติดตามฉบับหน้า



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

พลิกโฉมอนาคต การศึกษาไทย
ย่านคลองถม
อาชีพที่ถูกแทนด้วย AI ในวงการกีฬา
แพศยา (1)
ออปโตเจเนติกส์ 2 : จากการควบคุมสมอง สู่การแก้ไขยีน
ผีบรรพชน ในโลกบาดาล บันดาลความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่โลกมนุษย์
ภาพพิศวง ฝีมือศิลปินอัจฉริยะ M.C. Escher
Basecamp บรรณารักษ์ห้องสมุดแห่งชีวิต (2)
เกี่ยวกับดีลใหญ่ เอสซีจี-ปตท. (2)
ปิดงาน เลิกจ้าง
ก่อนจะถึงการรับรองผลการเลือกตั้ง ปริศนากระบวนการสรรหาที่ปรึกษาบอร์ดใหม่ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
“วัชระพล“ ลุยตรวจพาราไดซ์บีช เช็คการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต พร้อมถกส่วนเกี่ยวข้องปมการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.