คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด
FB : @Pitsanuofficial
วงการกีฬาในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นับจากการเข้ามาของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทำให้อาชีพ บทบาท และวิธีการทำงานในวงการกีฬาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ย้อนกลับไปในอดีต อาชีพหลายตำแหน่งในวงการกีฬาเคยมีอยู่ในการแข่งขัน
แต่ปัจจุบันหายหรือเปลี่ยนรูปไปอย่างสิ้นเชิง
เช่น ผู้กำกับเส้นฟุตบอลที่ถูกลดบทบาทลงเมื่อมีระบบ VAR เข้ามาช่วยตัดสินใจแทน
ในอดีตราว 100 ปีก่อน ลานโบว์ลิ่งในประเทศตะวันตกมีอาชีพเด็กวางพิน (Pinboy) คือเด็กผู้ชายอายุราว 8-15 ปี ให้ลงไปนั่งคุกเข่าหรือหลบอยู่บริเวณท้ายเลนโบว์ลิ่ง เพื่อทำหน้าที่ยกพินที่ล้มขึ้นมาตั้งใหม่ให้ตรงตำแหน่งเดิม และส่งลูกโบว์ลิ่งกลับคืนมาให้ผู้เล่น
ต่อมาอาชีพเด็กวางพินก็ค่อยๆ หมดไปหลังจากมีการคิดค้นเครื่องตั้งพินอัตโนมัติ ในปี ค.ศ.1936 หรือ 90 ปีก่อน
ในอดีต ทีมกีฬาก็มีผู้ทำหน้าที่จดสถิติด้วยมือ ที่ต้องนั่งอยู่ข้างสนามพร้อมกับกระดาษตารางและปากกา จดบันทึกทุกการเคลื่อนไหว การส่งบอล, การฟาวล์ หรือการทำเสียบอล
ข้อมูลที่จดด้วยมือเหล่านี้จะถูกนำมารวบรวมและคำนวณ เพื่อส่งให้โค้ชใช้วางแผนในช่วงพักครึ่งหรือหลังจบเกม
คนกรอและตัดต่อเทปวิดีโอ VHS ก็เป็นหน้าที่สำคัญในทีมกีฬา
ยุคที่ยังไม่มีไฟล์ดิจิทัล โค้ชและผู้เล่นต้องดูวิดีโอจากม้วนเทป หรือหน้าที่ของคนทำวิดีโอคือการอัดวิดีโอเกมการแข่งขัน จากนั้นต้องมานั่งกรอเดินหน้า-ถอยหลัง เพื่อหาจังหวะสำคัญ เช่น ลูกเตะมุม, เกมรับ, ลูกที่ทำแต้มออกมาเป็นม้วนๆ เพื่อให้โค้ชนำไปบอกกับนักกีฬาในทีม ซึ่งเป็นงานที่ใช้เวลาและต้องอดหลับอดนอน
แต่สมัยนี้ทุกอย่างแทนที่ด้วย AI ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูล แม่นยำและรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที

ภาพจาก : wikimedia.org
นักข่าวกีฬาในอดีตต้องลงพื้นที่สนามแข่งขันจริงเพื่อดูเกม สัมภาษณ์นักกีฬาแบบตัวต่อตัว และรีบส่งแฟกซ์หรือพิมพ์ต้นฉบับส่งสำนักข่าว
แต่ตอนนี้นักข่าวสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางไปที่สนามแข่งด้วยตัวเอง
ดังนั้น นักข่าวกีฬาสมัยนี้จึงต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ข่าว และนำเสนอเรื่องราวในมุมมองที่น่าสนใจ ไม่ใช่แค่รายงานข่าว เพราะผู้อ่านก็สามารถเข้าถึงสถิติ ข้อมูลต่างๆ ได้เหมือนกับนักข่าวกีฬา
คำถามต่อมาก็คือ แล้วโค้ชทีมกีฬาล่ะ ต่อไปจะถูก AI แย่งงานหรือเปล่า?
ในอนาคต AI จะสามารถมาเป็นโค้ชแทนมนุษย์ได้หรือไม่?
ณ ตอนนี้ AI ยังไม่สามารถแทนที่โค้ชที่เป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยโค้ช ที่ช่วยวิเคราะห์คู่แข่ง, จำลองสถานการณ์เกมรุก เกมรับ ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้า ประเมินความล้าเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ และให้ข้อมูลสถิติมากมายที่โค้ชนำไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์
ส่วนข้อจำกัดที่ AI ยังไม่สามารถทำเหนือมนุษย์ได้คือ เรื่องการบริหารจัดการคน ที่ต้องใช้ความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ ทั้งในเรื่องเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง และตอบสนองอารมณ์ของคนอื่น
AI ยังไม่สามารถพูดปลุกใจ โน้มน้าวจิตใจ หรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาอย่างโค้ชที่เป็นมนุษย์พูด ยังไม่สามารถรับรู้ถึงอารมณ์กังวล ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจของมนุษย์ได้
แต่ในอนาคต AI ก็จะพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน
ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
