
การแข่งขันบาสเกตบอล NBA Playoffs ฤดูกาลนี้ เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 14 เมษายน และจะทราบผลว่าทีมใดจะได้แชมป์ในเดือนมิถุนายน
NBA Playoffs ไม่เพียงแต่จะเป็นการประชันฝีมือบาสเกตบอลในสนามเท่านั้น
นอกสนามยังเป็นเวทีประชันแฟชั่นว่าใครแต่งตัวได้เก๋ เท่กว่ากัน
เพราะช่วง NBA Playoffs สื่อมวลชนจะติดตามนักบาสเกตบอลอย่างใกล้ชิด ทีวีกีฬาบางช่องมีการถ่ายทอดสดตั้งแต่นักบาสเกตบอลเดินออกจากรถส่วนตัวหรือรถบัสของทีมเข้าอารีน่าเพื่อมาแข่งขัน และหลังแข่งเสร็จ
แม้จะปรากฏตัวเดินเข้าและเดินออกอารีน่าช่วงสั้นๆ เพียงไม่กี่นาที แต่ก็เป็นภาพข่าวที่ปรากฏให้ผู้ชมเห็นไปทั่วโลก
ซึ่งนักบาสเกตบอล NBA ที่แต่งตัวทันสมัย ก็ช่วยเสริมภาพลักษณ์ เพิ่มมูลค่าทางการตลาด รวมถึงเปิดโอกาสให้มีเสื้อผ้า รองเท้า ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง
จุดเริ่มต้นที่นักบาสเกตบอล NBA หันมาให้ความสำคัญเรื่องการแต่งตัวดีเวลาไปถึงอารีน่าแข่งขันนั้นเกิดขึ้นเพราะตั้งแต่ปี 2005 ทาง NBA ออกกฎบังคับเรื่องการแต่งตัว หรือ Dress Code ของ NBA ว่านักบาสเกตบอล NBA ต้องแต่งตัวให้เหมาะสม โดยจะต้องแต่งตัวดูดีตั้งแต่เวลาเดินทางมาแข่งขันและหลังแข่งเสร็จ รวมทั้งเวลานั่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังแข่งเสร็จด้วย
แม้ช่วงที่บาดเจ็บ ลงแข่งไม่ได้ เวลามานั่งข้างสนามร่วมกับทีม ก็ต้องแต่งตัวหล่อ ตลอดจนเวลาปรากฏตัวในงานต่างๆ ของ NBA ด้วย
ที่ห้ามเด็ดขาดคือ สวมสร้อยคอใหญ่เป็นโซ่, เครื่องประดับชิ้นโต, กางเกงขาสั้น, เสื้อแขนกุด, เสื้อยืดคอกลม, กางเกงยีนส์สวมได้ แต่ต้องเป็นแบบที่ดูดี ไม่ขาดเป็นรู หรือสวมแบบหลุดก้น
หากนักบาสเกตบอลคนไหนฝ่าฝืนจะถูกปรับเงิน
ถ้าทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะถูกสั่งพักการแข่งขัน

(ซ้าย) เลอบรอน เจมส์ กับรองผ้าใบของบาเลนซิเอก้า (ขวา) อัลเลน ไอเวอร์สัน กับรองเท้าผ้าใบรีบอกซ์
สมัยที่ NBA ออก Dress Code ใหม่ๆ นักบาสเกตบอลผิวเข้มหลายคนไม่พอใจ
อย่าง อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) นักบาสเกตบอลชื่อดังเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เห็นว่า Dress Code นั้นเพ่งเล็งไปที่นักบาสเกตบอลผิวเข้มที่นิยมแต่งตัวแบบที่ Dress Code ห้ามทุกประการ!
สมัยนี้ นักบาสเกตบอลที่แต่งตัวดีเวลาเดินเข้าอารีน่าแข่งขัน ก็เช่น เลอบรอน เจมส์ (LeBron James) แห่งทีม Cleveland Cavaliers การแต่งตัวของเขาตอนเดินเข้าอารีน่าแข่งขันดูดี เป๊ะตลอดเวลา เพราะเลอบรอนจ้างสไตลิสต์คอยดูแลเรื่องเสื้อผ้า การแต่งกาย
อีกคนที่แต่งตัวเก่ง แบบแหวกแนว จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นแนวล้ำสมัย หรือ Fashion-Forward คือ รัสเซลล์ เวสต์บรูก (Russell Westbrook) พอยต์ การ์ด ของทีม Oklahoma City Thunder ที่แต่งตัวเก่งจัดจนเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าในแบรนด์ของตัวเอง
รัสเซลล์ เวสต์บรูก ให้สัมภาษณ์ว่า เสื้อผ้าที่เขาสวมแล้ว จะไม่กลับมาสวมอีก สวมหนเดียวเท่านั้น เสร็จแล้วก็ยกให้เพื่อนฝูง หรือนำไปบริจาค
เมื่อปีที่แล้ว รัสเซลล์ เวสต์บรูก ออกหนังสือชื่อ Style Drivers ลงรูปแฟชั่นบาดใจของเขา
พร้อมกับเขียนถึงความสำคัญของการมีสไตล์การแต่งตัวเป็นของตัวเอง ที่บ่งบอกถึงความมั่นใจ ไม่กลัวใคร ซึ่งเป็นนิสัยของเขาทั้งเวลาแข่งขันและในชีวิตส่วนตัว
ตลอดจนถึงการมีบทบาทในการสร้างคำจำกัดความใหม่ของนักกีฬาร่วมสมัยที่กลายเป็นบุคคลสำคัญทางวัฒนธรรม
เป็นไอดอลที่คนรุ่นใหม่ยกให้เป็นพ่อแบบแห่งการแต่งตัวล้ำสมัย
การที่นักบาสเกตบอล NBA สมัยนี้ให้ความสำคัญกับการแต่งตัวให้ดูเท่ ทันสมัย ก็เป็นที่ถูกใจของกลุ่มมิลเลนเนียล (คือกลุ่มคนอายุราวๆ 21-37 ปี) ที่นอกจากจะติดตามเรื่องข่าว NBA แล้ว
ยังติดตามเรื่องแฟชั่นของนักบาสเกตบอลว่า ตอนนี้ฮิตแต่งตัวแบบไหน ยี่ห้ออะไร ผ่านทาง Social Media เช่นเดียวกับการติดตามแฟชั่นของดารา นักร้อง
และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เหล่าวัยรุ่นสนใจในตัวนักบาสเกตบอลและติดตามการแข่งขัน NBA
จนกลายเป็นลีกอาชีพที่มีฐานแฟนอายุต่ำกว่า 35 ปีมากที่สุด เมื่อเทียบกับอเมริกันฟุตบอล NFL, เบสบอล MLB และฮอกกี้ NHL
โดยฐานแฟน NBA ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี มีจำนวน 45%
ไคล์ คูซม่า (Kyle Kuzma) นักบาสเกตบอลน้องใหม่ วัย 22 ปี ของทีม LA Lakers ที่ลงเล่น NBA ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลแรกบอกว่า การเป็นน้องใหม่ใน NBA ต้องโดดเด่นทั้งในสนามและนอกสนาม โดยนอกสนามต้องแต่งตัวให้มีสไตล์
ซึ่งใน Instagram ของไคล์ คูซม่า ที่มียอด Followers กว่า 1 ล้าน 4 แสนคน เขาโพสต์รูปของเขาในชุดสุดเท่เวลาเดินเข้าอารีน่าแข่งขันอยู่เป็นประจำ ซึ่งมียอดคนกดไลก์ทุกครั้งเป็นแสนไลก์
และเขียนคอมเมนต์ถึงเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสุดเท่ของเขาเป็นพันคอมเมนต์
ฝรั่งมีสำนวนว่า Dress for Success
หรือแต่งกายเพื่อความสำเร็จ
เพราะการแต่งกายเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่คนอื่นมอง
ขณะเดียวกันก็ส่งผลไปยังอารมณ์ของผู้สวมด้วย
หากเข้าตา ถูกใจคนยุคมิลเลนเนียล ก็เป็นการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับนักบาสเกตบอล NBA
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
