bg-single

รายงานพิเศษ : การเลือกตั้งไทยเสรี-เป็นธรรมจริงหรือ? จากมุมมอง 3 องค์กร-เครือข่ายผู้สังเกตการณ์

07.04.2019

แม้ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว แต่เสียงวิจารณ์ต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมายังคงดังอย่างต่อเนื่องและขยายตัวมากขึ้น ไม่ว่าปริมาณรายชื่อเสนอถอดถอน กกต. ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา แม้แต่ความกังวลต่อการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งก็มีมากขึ้นไปด้วย

ไม่เพียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไทยส่วนใหญ่จะออกมาตั้งคำถามถึงความเป็นอิสระและความเชื่อมั่นของ กกต. ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งที่ติดตามการทำงานของ กกต. และบรรยากาศการเลือกตั้ง ตั้งแต่ช่วงหาเสียงที่มีเวลาเพียงเดือนเศษ หลังประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง จนถึงวันเข้าคูหา ก็พบเรื่องทั้งดีและมีปัญหามากมาย

สิ่งที่ผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งค้นพบ จะสามารถบ่งชี้ได้มากแค่ไหนว่า การเลือกตั้งไทยที่ผ่านพ้นไป บริสุทธิ์ ยุติธรรมและเสรี อย่างที่ผู้มีอำนาจและ กกต.ยืนยันกับสังคมให้มีความเชื่อมั่น ท่ามกลางคำถามและความคลางแคลงใจมากมาย

 

“ANFREL” ชี้เลือกตั้งราบรื่น
แต่ความน่าเชื่อถือกลับเต็มไปด้วยคำถาม

เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือ “อันเฟรล” องค์กรระหว่างประเทศเฉพาะด้านในการสังเกตการณ์เลือกตั้งระดับภูมิภาคเอเชีย ได้ออกรายงานผลการสังเกตการณ์เลือกตั้งโดยสังเขป โดยอันเฟรลได้ส่งผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศกว่า 30 ชีวิต ในการสังเกตการณ์หน่วยเลือกตั้งทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งทั่วไป

ในส่วนสรุปของรายงานชิ้นนี้ อันเฟรลชมประเทศไทยที่จัดการเลือกตั้งได้อย่างราบรื่น ไม่เกิดเหตุวุ่นวาย มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งถึง 75% ซึ่งอันเฟรลถือว่าพวกเขายังเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้งและโอกาสในการเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องนำทุกประเด็นทั้งของผู้สังเกตการณ์และผู้ใช้สิทธิมาปรับเพื่อส่งเสริมและฟื้นความเชื่อมั่นต่อการเลือกตั้ง แม้จะราบรื่นแต่ก็ยังพบข้อบังคับในการกาลงคะแนนที่เข้มงวดเกินไป ทำให้บัตรเลือกตั้งกว่า 2.8 ล้านใบกลายเป็นบัตรเสีย

อีกทั้งสภาพแวดล้อมทั่วไปในช่วงการเลือกตั้งนั้น สำหรับอันเฟรลมองว่าเอนเอียงหนักไปให้กับกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลทหาร คสช. และกรอบกฎหมายจำนวนมากที่บังคับใช้อยู่ ส่งผลลดทอนการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ประชาสังคมและผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ขณะที่ประเด็นการซื้อเสียงและการใช้ทรัพยากรของรัฐ อันเฟรลได้ให้รายละเอียดว่า พบการทุจริตหน้าที่ในหลายพื้นที่ แม้บางส่วนของรายงานดูเหมือนจะไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกได้ว่าเป็นเรื่องจริง ในขณะที่มีความพยายามลดการซื้อเสียงมากขึ้นเพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส

แต่ทรัพยากรของรัฐนั้นกลับถูกใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของโครงการของรัฐบาลกับการหาเสียงเป็นไปอย่างกว้างและลึก โดยเฉพาะ 7 โครงการสวัสดิการประชารัฐ มีการอนุมัติเพิ่มวงเงินในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการหาเสียง

ส่วนสถานการณ์ในวันที่ 24 มีนาคม อันเฟรลถือว่าค่อนข้างไปเป็นอย่างเรียบร้อย แต่กระนั้น อันเฟรลยังคงได้รับรายงานว่ามีหลายหน่วยเลือกตั้งไม่มีความสม่ำเสมอต่อขั้นตอนและกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง การฝึกฝนเจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งที่ยังคงไม่เข้าใจหลักปฏิบัติ

การใช้สถานที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งอย่างไม่เหมาะสม เช่น การตั้งหน่วยเลือกตั้งในร้านธงฟ้าประชารัฐ (ชื่อมีความพ้องกับพรรคพลังประชารัฐ)

ในขณะที่ช่วงนับคะแนน อันเฟรลมีความเป็นห่วงมากต่อความโปร่งใสในการนับคะแนนและการดำเนินการอื่นในช่วงนั้น ซึ่งไม่มีตัวแทนจากสื่อหรือพรรคการเมืองมาร่วมสังเกตการณ์ รวมถึงการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ไม่มีการเปิดเผยออกสู่สาธารณชน ปราศจากการเข้าถึงที่จำเป็นในการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ช่วงเปิดหีบจนถึงช่วงนับคะแนน ทำให้ผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถผลิตข้อมูลที่ชัดเจนต่อความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้งโดยรวมได้

ทั้งที่ๆ กลไกจัดการการเลือกตั้งจะต้องทำให้เชื่อมั่นว่าผลการเลือกตั้ง ไม่เพียงต้องแม่นยำ แต่ผลยังต้องมาจากกระบวนการที่น่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับจากสาธารณชน

 

“คนส.” การจัดเลือกตั้งเป็นไปตามมาตรฐาน?

ด้านเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง เครือข่ายของนักวิชาการเพื่อส่งเสริมสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย (คนส.) ที่ตั้งขึ้นในยุค คสช. ก็ได้เผยแพร่รายงานการสังเกตการณ์ในวันที่ 24 มีนาคม ระบุว่ามีอาสาสมัครทั้งจากอาจารย์และนักศึกษาร่วมลงพื้นที่ 160 เขต จาก 350 เขตทั่วประเทศ พบการทุจริตถึง 27 เขต หรือ 17% จากทั้งหมด โดยส่วนใหญ่คือพื้นที่กรุงเทพมหานคร

คนส.ระบุอีกว่า ในส่วนพฤติกรรมทุจริตที่พบนั้น มีการกระทำส่อทุจริตก่อนให้ลงคะแนนถึง 2.5% มากที่สุดคือ ปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครไม่ครบถ้วน ตามเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยไม่ครบ และหีบเลือกตั้งไม่ปิดล็อกให้แน่นหนา และยังพบการกระทำส่อทุจริตช่วงลงคะแนน มากที่สุดคือ ใช้สื่อ/แสดงพฤติกรรมชี้นำการเลือกตั้ง การนำคนจำนวนมากมาลงคะแนน และกรรมการไม่ให้ผู้มาใช้สิทธิลงชื่อเป็นหลักฐาน

ส่วนช่วงปิดการลงคะแนน ยังพบการกระทำส่อทุจริต โดยมากที่สุดคือ จัดสรุปจำนวนบัตรเลือกตั้งไม่ตรงกับความเป็นจริง และช่วงนับคะแนนที่ผู้คนให้ความสนใจ พบพฤติกรรมส่อทุจริตมากที่สุดคือ ตัวเลขสรุปผู้มาใช้สิทธิ บัตรดี-บัตรเสีย ไม่ตรงตามจำนวนบัตรที่เหลืออยู่ ตามด้วยการวินิจฉัยบัตรเสียอย่างไม่เป็นธรรม และมีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องกับการนับคะแนน

ผลสรุปความผิดปกติเหล่านี้ คนส.ได้สรุปออกมาเป็นแถลงการณ์ โดยความสำคัญอยู่ที่ การพบข้อพิรุธหลายอย่างที่ส่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นอิสระ สุจริตและยุติธรรม และได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยคะแนนเสียงดิบทุกหน่วยเลือกตั้งให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปร้องขอดูคะแนนในแต่ละจังหวัด

หากไม่มีการเปิดเผย จะยิ่งตอกย้ำว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง ทำให้การเลือกตั้งขาดความน่าเชื่อถือและส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

“We Watch” เลือกตั้งสงบ แต่ไม่โปร่งใส

We Watch ชื่อนี้อาจใหม่สำหรับหลายคน แต่เครือข่ายนี้ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งมีอาสาสมัครจากหลากหลายอาชีพร่วมทำงานในการสังเกตการณ์เลือกตั้ง จนมาครั้งนี้ We wWatch ได้ออกรายงานเบื้องต้นต่อการเลือกตั้งของไทยที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญนั้น We watch ชี้ว่า การเลือกตั้งเต็มไปด้วยความสงบ

แต่กลับไม่โปร่งใส ขาดประสิทธิภาพในการจัดการเลือกตั้ง

We Watch พบว่า การจัดการเลือกตั้งยังขาดความชัดเจนของกฎหมายและระเบียบ กกต. เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยขาดความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ โดยพบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำหน้าที่แทนกรรมการประจำหน่วย และยังมีการพกพาอาวุธเข้าไปในพื้นที่หน่วย แม้จะไม่ขัดต่อระเบียบของไทย แต่ในระดับสากลถือว่าร้ายแรงมาก

ไม่เพียงเท่านี้ ในหลายหน่วยเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วยปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นที่น่าพอใจ โดยร้อยละ 19.1 ไม่มีการเจาะบัตรที่ไม่ได้ใช้ออกเสียง, ร้อยละ 24.9 ไม่มีความพร้อมให้บริการกับผู้พิการหรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุและสตรีมีครรภ์ โดยเฉพาะการปฏิเสธช่วยลงคะแนนเสียงให้กับผู้พิการ

มีกรณีบัตรเสียที่เกิดขึ้นทั้งจากกรณีบัตรจากนิวซีแลนด์ 1,542 ใบ ไปไม่ถึงเขตก่อนปิดคูหา หรือการแจกบัตรผิดเขตในวันเลือกตั้งล่วงหน้าจนทำให้เกิดบัตรเสียที่ไม่ได้มาจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการจัดเวทีดีเบต ประชันวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่กลับพบว่าหลายที่เชิญพรรคการเมืองที่มีนัยยะสำคัญ จนจำกัดโอกาสและความเท่าเทียมกับพรรคการเมืองอื่น

อีกเรื่องที่ We Watch ระบุด้วย แม้ว่าเครือข่ายได้รับอนุญาตจาก กกต.ให้ร่วมสังเกตการณ์ แต่อาสาสมัครของ We watch กลับเจอปัญหาที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ให้ความร่วมมือ

และผู้สังเกตการณ์จากอันเฟรลก็บพบกับการปฏิบัติแบบนี้เช่นเดียวกัน

 

การเลือกตั้งไทยที่ผ่านพ้นไป สิ่งที่ทั้ง 3 องค์กรผู้สังเกตการณ์กล่าวเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ กระบวนการเลือกตั้งครั้งนี้ มีปัญหาในมาตรฐานการจัดการเลือกตั้งและการนับคะแนน ซึ่งแม้ว่าจะมีการเปิดเผยคะแนนที่ถูกนับ 100% แล้วก็ตาม

แต่ตัวเลขที่คำนวณจนออกมาเป็นจำนวน ส.ส.ที่ยังไม่เป็นที่ชัดเจน กำลังกลายเป็นประเด็นล่าสุดที่สังคมตั้งคำถามต่อการทำงานของ กกต.

การวางพวงหรีดดำหน้าสถานทูตไทยในกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ออกมาไว้อาลัยต่อ 1,542 เสียงที่ไม่ได้ถูกนับ จึงยิ่งตอกย้ำความกังขาต่อมาตรฐานการเลือกตั้งของไทยและความชอบธรรมของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาต่อจากรัฐบาลทหาร คสช.ที่กุมอำนาจบริหารประเทศมา 5 ปี



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)