bg-single

มงคล วัชรางค์กุล : เปิดศึกอิหร่าน แนวรบที่ไม่ชนะของทรัมป์

04.06.2019

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2019 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln) พร้อมกองกำลังทิ้งระเบิด และส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 2 ลำมาประจำในฐานทัพอากาศอเมริกันในกาตาร์

จากนั้นได้ส่งเรือยูเอสเอส อาร์ลิงตัน (USS Arlington) ซึ่งใช้ในการลำเลียงนาวิกโยธิน พร้อมกองเรือสนับสนุน เรือรบสะเทินน้ำสะเทินบก และเฮลิคอปเตอร์มาเสริมกองเรือบรรทุกเครื่องบินในอ่าวเปอร์เซีย

และอเมริกายังติดตั้งขีปนาวุธแพทริออตที่มีศักยภาพในการโจมตีเครื่องบินรบ โดรน พิฆาตขีปนาวุธและขีปนาวุธนำวิถี โดยขณะนี้ได้นำไปติดตั้งในบาห์เรน จอร์แดน คูเวต กาตาร์ และยูเออี

ล่าสุด ทรัมป์ได้สั่งเสริมกำลังทหารอเมริกันในตะวันออกกลางอีก 1,500 คน

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอเมริกาได้รับคำเตือนจากหน่วยสืบราชการลับ “มอสสาด” (Mossad) ของอิสราเอล ส่งข่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่อิหร่านกำลังวางแผนโจมตีกองกำลังสหรัฐ ตลอดจนผลประโยชน์ของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย รวมทั้งการโจมตีชาติพันธมิตรของสหรัฐอย่างซาอุดีอาระเบีย หรือยูเออี

หน่วยข่าวกรอง CIA ของอเมริการะบุว่า อิหร่านนำขีปนาวุธลงมาติดตั้งในเรือ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อกองเรืออเมริกัน

เตหะรานได้ออกมาเตือนว่า เรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกาจะย่อยยับด้วยขีปนาวุธลูกเดียวของอิหร่าน

เตหะรานได้ขอให้ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี จีน และรัสเซียที่ร่วมลงนามในสัญญาควบคุมนิวเคลียร์กับอิหร่าน (Joint Comprehensive Plan of Action – JCPOA) ให้ช่วยอิหร่านรอดพ้นจากการถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจภายใน 6 เดือน มิฉะนั้น อิหร่านจะกลับมาพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีก

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี้ การพาณิชย์นาวีของสหรัฐได้แจ้งเตือนเรือสินค้าของสหรัฐ รวมทั้งเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านอ่าวเปอร์เซียว่า อาจจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน

รวมทั้งอเมริกาได้เตือนเครื่องบินพาณิชย์ที่บินผ่านอ่าวเปอร์เซียให้ใช้ความระมัดระวัง

ทั้งหมดนี้อเมริกาได้ผลประโยชน์ในยกแรกด้วยการขายอาวุธให้ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี จอร์แดน มูลค่า $ 8,100 ล้าน ทรัมป์รีบร้อนขายโดยไม่รอผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

การสร้างภาวะสงครามจนถึงโชว์การรบจริงคือวิธีการตลาดของอเมริกา

 

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านพุ่งทะยานขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2018 เมื่ออเมริกาโดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ทำไว้กับอิหร่านและชาติมหาอำนาจในปี 2015

และเริ่มนโยบายแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านในทันที

เดือนเมษายน 2019 อเมริกาประกาศให้ “กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน” (Iran Revolutionary Guard Corps – IRGC) เป็นองค์การก่อการร้ายต่างชาติ

IRGC เป็นกองกำลังทหารชั้นดีที่สุดของอิหร่าน ก่อตั้งหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 เพื่อปกป้องระบบการปกครองของผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ ขึ้นตรงกับผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มีกำลังพลกว่า 150,000 คน ทั้งทัพบก ทัพเรือ และทัพอากาศ ทำหน้าที่ควบคุมด้านยุทธศาสตร์และขีปนาวุธของอิหร่าน

IRGC เป็นกองกำลังทหารที่ทรงอิทธิพลทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในอิหร่าน และยังแผ่อิทธิพลไปยังพื้นที่อื่นในตะวันออกกลางอีกด้วย

ทรัมป์อ้างว่า “อิหร่านไม่ได้เป็นเพียงรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย แต่ IRGC ยังมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนเงินทุนและประชาสัมพันธ์การก่อการร้ายในฐานะเครื่องมือทางการทูต”

“ถ้าคุณทำธุรกิจกับ IRGC ก็เท่ากับคุณสนับสนุนเงินทุนในการก่อการร้าย”

การขึ้นบัญชีกองกำลัง IRGC เป็นองค์การก่อการร้ายระหว่างประเทศ ทำให้อเมริกาเกิดความชอบธรรมในการ “คว่ำบาตรทาง ศก.ระดับสูงสุด” เพื่อกดดันอิหร่าน

ในขณะเดียวกัน เตหะรานก็ตอบโต้ด้วยการขึ้นบัญชีสหรัฐอเมริกาเป็นรัฐก่อการร้าย พร้อมขึ้นบัญชีกองบัญชาการสหรัฐ US Central Command – CENTCOM เป็นกองกำลังก่อการร้าย

การคว่ำบาตรระดับสูงสุดของอเมริกาต่ออิหร่านนอกจากพยายามปิดกั้นการส่งออกน้ำมันแล้ว ยังปิดกั้นการส่งออกแร่ธาตุที่เป็นรายได้เข้าประเทศอันดับสองของอิหร่านรองจากการส่งออกน้ำมันอีกด้วย

ในเรื่องการส่งออกน้ำมัน เดิมมี 8 ประเทศที่ได้รับอนุมัติให้ซื้อน้ำมันจากอิหร่านในจำนวนจำกัด ได้แก่ จีน ตุรกี ญี่ปุ่น อินเดีย ฯลฯ และการซื้อน้ำมันจากอิหร่านนี้สิ้นสุดหมดอายุวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ตอนนี้มีเพียงตุรกีประเทศเดียวที่ประกาศงดซื้อน้ำมันจากอิหร่านเพื่อเอาใจอเมริกา เพราะอเมริกากำลังโกรธที่ตุรกีไปซื้อระบบป้องกันขีปนาวุธ s – 400 จากรัสเซีย

ส่วนประเทศอื่นๆ ยังไม่มีข่าวออกมา

 

แต่ท้ายที่สุดแล้วคงเหลืออินเดียเพียงประเทศเดียวที่จะยังซื้อน้ำมันจากอิหร่าน และแอบให้ความช่วยเหลืออิหร่าน เหมือนสมัยที่ประธานาธิบดี George W. Bush คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่านแล้วอินเดียให้ความช่วยเหลืออิหร่าน

สมัยนั้นปี 2009 อินเดียวางท่อส่งน้ำมันจากอิหร่านข้ามปากีสถานทั้งประเทศใกล้จะแล้วเสร็จ ประธานาธิบดี George W. Bush ได้ส่ง Secretary of States, Condoleezza Rice บินไปคุยกับ Manmohan Singh นายกรัฐมนตรีอินเดียที่เดลี เพื่อบอกว่าท่อส่งน้ำมันนี้ต้องไม่เกิดขึ้น

แต่อินเดียไม่ให้ความสนใจ

ยิ่งไปกว่านั้น อินเดียยังให้เงินกู้อิหร่านอีก $ 100 ล้าน ทั้งที่อินเดียกำลังอยู่ใต้ IMF ถึงจะไม่ใช่เงินจำนวนมากมาย แต่น้ำใจให้เห็นว่า

อินเดียคือมิตรแท้ในยามยากของอิหร่าน

เงินกู้และเงินค่าน้ำมันจากอินเดียช่วยต่อลมหายใจให้อิหร่านอยู่รอดมาจนทุกวันนี้

เหตุผลเดียวคือ กลุ่มธุรกิจที่กุม ศก.ของอินเดียคือกลุ่ม TATA เป็นคนเชื้อสายเปอร์เซียน หรือเชื้อสายอิหร่าน

TATA ถือหุ้นใหญ่ Air India สายการเดินเรือ อู่ต่อเรือ กุมตลาดเพชร-พลอย ธนาคารการเงิน โรงถลุงเหล็ก ธุรกิจเหล็ก สารพัดธุรกิจจนถึงเกลือป่น

งบดุลของ TATA ใหญ่กว่างบประมาณประเทศบังกลาเทศหลายเท่า

โดยเฉพาะชั่วโมงนี้เศรษฐกิจของอินเดียเข้มแข็งกว่าสมัยก่อน ผิดกันราวฟ้ากับดิน โอกาสจะปล่อยให้อิหร่านโดดเดี่ยวคงไม่มี

TATA อินเดียก็เหมือนกับยิวแห่ง Wall Street ที่กุมเศรษฐกิจอเมริกา

อิหร่านมีไพ่อีกใบที่ต่อรองกับอเมริกา คือ ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ที่เล็งเป้าไปที่ Tel Aviv เมืองหลวงของ Israel พร้อมจะกดปุ่มทันทีที่อเมริกาบุกเตหะราน

Tel Aviv จะแหลกเป็นจุณ

อเมริกาจะปล่อยให้ยิวถูกทำลายไม่ได้ ดังนั้น การบุกอิหร่านจะไม่มีวันเกิดขึ้น

หมายเหตุ : ขณะนี้มีกองเรือประมงไทย 3 ลำชักธงอิหร่านจับปลาอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ใช้ไต๋และลูกเรือไทย ขอเอาใจช่วยไม่ให้ถูกยิงจากกองเรือรบอเมริกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)