bg-single

เชิงบันไดทำเนียบ : อยู่ยาวไป! คสช. ผุด ‘พรรคลายพราง’ ปรับ ‘ครม.ประยุทธ์5’ พี่ป้อม-เพื่อนฉัตรไฟเขียว ?

11.11.2017

“อย่าใช้คำว่ากล่องดวงใจ เป็นกล่องเงินของผม ไม่มี ผมทำของผมเองได้”

‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โต้คนพูดถึง ‘บิ๊กฉัตร’พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ เพื่อนตท.12 ถูกโจมตีหนักท้านายกฯให้กล้าปรับเพื่อนและพี่ ออกจากครม. ซึ่ง ‘บิ๊กฉัตร’ ตกเป็นเป้ามาตั้งแต่ครั้งปรับ‘ครม.ประยุทธ์4’ปีที่แล้ว และมีการพูดว่าเป็น “กล่องดวงใจ-ถุงเงินนายกฯ” ยิ่งทำให้นายกฯต้องออกมาตอบโต้ทันที ซึ่ง ‘บิ๊กฉัตร’ ก็ออกมายืนยันแล้วว่า นายกฯไม่มีคำว่า‘เพื่อน’เวลาทำงาน

“เวลาทำงานนายกฯไม่มีเพื่อน เพื่อนนั้นเป็นนอกเวลางาน ตั้งแต่อยู่ในกองทัพท่านเป็นแบบนี้” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

อีกทั้งมีการ ‘กลับลำ’ หลังนายกฯออกมาพูดถึงแนวคิดการปรับลดเก้าอี้ทหารใน ‘ครม.ประยุทธ์5’ ทั้งที่สัปดาห์ก่อนยังเปิดเผยตรงกับ ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่คสช.-บูรพาพยัคฆ์ ว่า มีแนวคิดการลดสัดส่วนเก้าอี้ทหารลง ด้วยเหตุผลช่วงก่อนมี ‘ครม.ประยุทธ์1’ หลังรัฐประหาร 22พ.ค.2557 ก็ใช้ทหาร-ในงาน 7 สาย ดูแลกระทรวงต่างๆและสายงานบังคับบัญชาของคสช.

“ทำไมจะต้องเกลียดทหาร ที่ผ่านมาในช่วงแรกๆ ผมอยากถามว่า ใครเป็นคนทำงาน ไม่รู้จะรังเกียจทหารอะไรกันนักกันหนา ทหารทำทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นไว้แล้ว แต่ถ้าจำเป็น ก็ปรับ แค่นั้นเอง” นายกฯ กล่าว

ทั้ง พล.อ.ฉัตรชัย และ พล.อ.ประวิตร ก็ให้อำนาจนายกฯในการตัดสินใจปรับครม. ไม่ได้พูดหรือสร้างแรงกดดันกับนายกฯ อีกทั้งการปรับครม.แต่ละครั้ง ในยุครัฐบาลทหารยากที่จะรู้ได้เลยว่า ใครจะอยู่ใครจะไป เพราะเป็นการทำงานกับลับๆ ใช้งานไม่กี่คนตามสไตล์ทหาร แต่ในความลับๆนี้ก็แฝงไปด้วยความ ‘เกรงใจ’ ในความเป็นเพื่อน-พี่-น้องทหาร

“ปรับ ครม.เป็นสิทธิ์ของท่าน ให้ถามนายกฯดู ถ้าถามผมหรือใครไม่มีใครตอบได้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของนายกฯ ไม่จำเป็นต้องมาถามใคร” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

“ปรับครม.เป็นเรื่องของนายกฯ ท่านดูแลทั้งหมด นายกฯไม่ต้องเกรงใจผมเลย” พล.อ.ประวิตร กล่าว


ซึ่งพล.อ.ประวิตร ก็ทราบดีว่าตนตกเป็นเป้าหลุดครม.มานานแล้ว แต่ครั้งนี้แรงเสียดทานลดลงไปจากปีที่แล้ว อาจเพราะในรอบปีที่ผ่านมา ไม่มีข่าวหรือตกเป็นเป้าเท่า ‘บิ๊กป๊อก’พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พี่รอง 3ป.บูรพาพยัคฆ์ และ พล.อ.ประวิตร ยังรู้ถึงกระแสวิจารณ์ ที่พูดออกมาโดยไม่มีใครถามหรือพาดพิงถึงว่าตนเป็น ‘ตัวถ่วง’ รัฐบาล
.
“ผมทำงานอยู่ทุกวันจะมาบิดเบือนในทุกเรื่อง หาว่าเป็นตัวถ่วงในการทำงานของรัฐบาล” พล.อ.ประวิตร กล่าว ทำให้ต้องไปตามถามกันอีกครั้ง ว่าไปอ่านเจอ ไปได้ยินมาจากไหน แล้วใครต่อว่า พล.อ.ประวิตร เผย เป็นหน้าที่ของคนพูด ที่ต้องการสร้างความขัดแย้ง อ่านเจอในโซเชียลฯ
.
มาพร้อมกระแส ‘ตั้งพรรคทหาร-คสช.’ ทั้งจะลงมา ‘เล่นเอง’ หรือผ่าน ‘นอมินี’ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือการปูทาง คสช. ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการล็อคหลายชั้นของคสช.เอง ที่ประเมินว่าพรรคเพื่อไทยหรือขั้วตรงข้ามคสช.ยังสามารถรวมพลังกลับมาได้ และมีการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ของกองทัพกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ว่าสุดท้ายแล้วความไว้เนื้อเชื่อใจจะดีเช่นในอดีตหรือไม่
.
“ยกเว้นแต่มีความจำเป็นต้องตั้งพรรคการเมือง หากไม่จำเป็นก็ไม่ตั้ง” พล.อ.ประวิตร กล่าว
“คสช.ตั้งพรรคการเมือง ยังไม่ได้คิดตอนนี้ ดูสถานการณ์ไปก่อน มีเวลาอีกตั้งปี” นายกฯ กล่าว
.
คำตอบของทั้ง ‘นายกฯบิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ แม้จะไม่ยอมรับ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มีแนวคิดเหล่านี้ โดยย้ำถึง ‘ความจำเป็น’ และ ‘เวลา’ ที่ยังเหลืออยู่ จึงต้องติดตามกันไปต่อว่า นายทหารใกล้ตัว ‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ มีใครไปเคลื่อนไหว-ตั้งวงที่ไหนบ้างแล้ว

มหกรรมการการ ‘ดีล’ ที่แท้จริงกำลังจะมาถึง ซึ่งมีกระแสข่าวจากฟากพรรคเพื่อไทยมาด้วยซ้ำว่า ‘หญิงหน่อย’คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แคนดิเดทนายกฯหญิง ไปแล้ว
.
อีกทั้งมาพร้อมคำถาม 6 ข้อของนายกฯที่ถามกันตรงๆ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ‘ชี้นำ’ และเป็นการ ‘โยนหินถามทาง’ ของนายกฯ ทั้งการปูทางตั้งพรรคทหารและการหาพรรคนิมินี ปูทางการได้มาซึ่ง ‘นายกฯตนนอก’ ที่เป็น ‘คนเดิม’ หรือไม่ เพราะจากคำถามของนายกฯ ที่ต้องการคำตอบจากประชาชน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหยั่งเสียง-จับกระแสประกอบการตัดสินใจ เพราะบทเรียนของกองทัพมีมาในอดีตทั้งการเป็นพรรคนอมินีและพรรคของทหารจริงๆ มักจบไม่สวยและมีแผลหลัง ‘ตั้งพรรค’ ทั้งสิ้น
.
โดยพาะคำถามข้อ 1 และ 2 ว่า 1. เราจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่-นักการเมืองใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ ให้ประชาชนได้พิจารณาในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไปหรือไม่ ? การมีแต่พรรคการเมืองและนักการเมืองหน้าเดิมๆ แล้วได้เป็นรัฐบาล จะทำให้ประเทศเกิดการพัฒนา และทำงานอย่างต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์หรือไม่ ? และ 2.การที่คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดถือเป็นสิทธิ์ของ คสช. ใช่หรือไม่ ? เพราะนายกฯ ก็ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งอยู่แล้ว
.
“การที่คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด หรือผมเองจะสนับสนุนใครเป็นสิทธิ์ของผมหรือไม่ แล้วผมต้องไปเลือกตั้งหรือเปล่า ก็เปล่าอีก เลือกตั้งได้ไหม ก็ไม่ได้ ผมไม่ได้ลาออก ก็จบแล้ว อย่างนี้แล้ว ผมจะไปอะไรกับเขา สิทธิ์ของผม มีไม่ใช่หรือ ผมสนับสนุนใครแล้วจะไปบอกใคร และใครตั้งมา ผมจะไปสนับสนุนใครก็ได้ หรือไม่สนับสนุนใครเลยก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรใหม่ๆมา ผมก็ไม่สนับสนุน” นายกฯ แจง

อีกทั้งมีการมองว่าจะเป็นการหาเสียงล่วงหน้าของคสช.หรือไม่ นอกจากนายกฯจะลงพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น เรียกคะแนนจากประชาชนไปได้ไม่น้อย และการออกนโยบาย ‘ประชารัฐ’ โดยเฉพาะบัตรคนจน ที่เรียกเรตติ้งให้รัฐบาลกลับขึ้นมาได้ แม้ถูกโจมตีว่าไม่ต่างจากประชานิยมแค่เพียงเปลี่ยนชื่อเท่านั้น
.
ทั้งหมดนี้อยู่ที่ ‘บิ๊กตู่’ เป็นผู้วางเส้นทางอำนาจนี้ แม้นายกฯจะย้ำว่าตนไม่ได้ต้องการมีอำนาจ แต่ยิ่งใกล้วันลงหลังเสือตัวที่ขี่อยู่ ไปขึ้นหลังเสือตัวใหม่ ระหว่างลงและขึ้นเสือจึงมีความสำคัญ และเสือตัวใหม่จะควบคุมได้เช่นเสือตัวที่ขี่นี้หรือไม่ ก็ต้องฝึกและเรียนรู้ให้ดีก่อน

เพราะงานนี้ ‘ทหาร’ อยู่ยาวแน่นอน !!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น
รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกันตน
ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
คาร์ล – เจนนี่ด้วยรักและอุดมการณ์มาร์กซ์ – เองเกลส์สหายรัก – ร่วมอุดมการณ์
อสังหาฯ กลางปี 2569
719 ทัพไทยสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ เป้าหมาย 12 ทองวัดระบบที่ยั่งยืน
กำกับและตัดต่อ