E-DUANG : ศึกษา ความใจร้อน คสช. รัฐประหาร พลังประชารัฐ

ยิ่งงัดเอากลยุทธ์ “การดูด” เข้ามาแผ่พลานุภาพ จะยิ่งเผย”จุดอ่อน”ของ “คสช.”ออกมา
ทั้งๆที่ “คสช.”เปี่ยมด้วย “อำนาจ”
ทั้งๆที่ “คสช.”เปี่ยมด้วยประสบการณ์และความจัดเจนทั้งใน ทางการเมือง การทหาร
ถามว่า “จุดอ่อน” ที่ว่านั้นคืออะไร
คำตอบที่หลายฝ่ายยอมรับตรงกันก็คือ กลยุทธ์”การดูด”สะ ท้อนถึงลักษณะใจร้อนใจเร็วในทางการเมือง
นี่คือสภาพอัน”ย้อนแย้ง”เป็นอย่างสูง
เพราะลักษณะใจร้อน ใจเร็ว เป็นลักษณะของวัยรุ่น เป็นลักษณะของเด็ก ขณะที่ในความเป็นจริงคสช.อาวุโสอย่างยิ่ง
ส่วนใหญ่ล้วนแต่เกิน 60 มาแล้วเหตุใดจึง”ใจร้อน”
ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ล้วนอยู่ในวัยเกษียณ
เช่นเดียวกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์
เช่นเดียวกับ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เช่นเดียวกับ นายสม ศักดิ์ เทพสุทิน
หากเปรียบกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ก็ต้องยอมรับว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เพิ่งจะ 40 ขณะที่ภายในกระบวนการ”ดูด”ล้วนเกิน 60 ไปแล้วทั้งสิ้น
แล้วเหตุใดจึงรีบร้อนในการสร้างพรรค
หรือเกรงว่า เมื่ออายุมากป่านนี้อาจมีเวลาเหลืออยู่ไม่มากนัก จึงรีบดูด รีบดึง งัดทั้ง”อำนาจรัฐ”ประสานเข้ากับ”อำนาจเงิน”ทะลวงเข้าไปภายในพรรคเพื่อไทย
“จุดอ่อน”นี้หากไม่มองจากกระบวนการของการทำ”รัฐประหาร”ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าใจ
เพราะชอบ”รัฐประหาร” นั่นแหละจึง”ใจร้อน”
รัฐประหารทำให้ได้ “อำนาจ” มาอย่างรวดเร็ว และเมื่อจำเป็นต้องสืบทอดอำนาจก็ยังคิดถึง “ความเร็ว”อยู่นั่นเอง
จะสร้างพรรคก็ไม่ยอมอดทน
เหมือนที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดทนในการสร้าง”พรรคอนาคตใหม่” ตรงกันข้าม บรรดา”ผู้เฒ่า”ทั้งหลายล้วนรีบร้อนจะสร้าง”พลังประชารัฐ”ในชั่วข้ามคืน
จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจ”ดูด” จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจ”ดึง”
