bg-single

ครึ่งหนึ่งของชีวิต ตอนที่ 8 “ความรักในแบบของตัวเอง”

13.09.2018

What We Talk About When We Talk About Love

เริ่มเรื่อง

เพื่อนของผมที่ชื่อว่าเมล แม็กจินนิส กำลังเปิดการสนทนา เมล แม็กจินนิสนั้นเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ และหลายครั้งมันทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่ถือสิทธิในการเปิดวงสนทนา

พวกเราทั้งสี่คนนั่งอยู่รอบโต๊ะกลางครัวของเขา แสงแดดลอดเข้ามาจากทางหน้าต่างบานใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังอ่างล้างจาน

สี่คนที่ว่านั้นประกอบไปด้วยเมล ผม ภรรยาคนล่าสุดของเมลนามเทเรซ่า เทอริ และภรรยาของผม ลอร่า

พวกเราอาศัยอยู่ที่เมืองอัลบูแกร์ในรัฐนิวเม็กซิโก แต่พวกเราทุกคนล้วนมีบ้านเกิดจากที่อื่น

มีถังน้ำแข็งวางอยู่บนโต๊ะ พวกเราเวียนส่งจินและน้ำโทนิกให้กันไปมา

และในที่สุดเราก็มาถึงบทสนทนาว่าด้วยความรัก

เมลเชื่อว่าความรักที่แท้จริงนั้นเป็นเรื่องสูงส่งพอๆ กับความศรัทธาในศาสนาเลยทีเดียว

เขาเล่าว่าเขาเคยใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนาเป็นเวลาถึงห้าปีก่อนจะลาออกไปศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์

เขายังเล่าอีกว่า ช่วงเวลาห้าปีที่นั่นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากสำหรับชีวิตเขา

 

ในขณะที่เทอริเล่าว่า คนรักเก่าของเธอที่เธอเคยใช้ชีวิตร่วมกับเขาก่อนจะมาพบเมลรักเธอมาก เขารักเธอมากจนถึงกับพยายามที่จะฆ่าเธอ

เทอริเล่าว่า “คืนหนึ่งเขาทำร้ายฉันอย่างสาหัส เขาจับข้อเท้าฉันและลากฉันไปรอบๆ ห้องรับแขก ระหว่างนั้นเขาพร่ำพูดว่า “ผมรักคุณ ผมรักคุณมาก อีห่าเอ้ย แล้วเขาก็ลากฉันไปรอบๆ หัวของฉันกระแทกเข้ากับสิ่งนั้นสิ่งนี้ตลอดเวลา” เทอริกวาดตามองมายังพวกเราทุกคนแล้วถามว่า

“พวกคุณคิดอย่างไรบ้างกับความรักแบบนี้?”

เทอริเป็นสาวผอมบางที่มีใบหน้างดงาม เธอมีดวงตาสีดำขลับ มีผมสีน้ำตาลที่ปล่อยยาวมากลางหลัง เธอชอบสวมสร้อยคอที่ทำจากหินเทอร์คอยซ์และชอบสวมตุ้มหูที่ยาวระโยงระยาง

“ให้พระเจ้าเป็นพยานเถิด อย่าทำตัวงี่เง่านักเลย นั่นไม่ใช่ความรัก คุณเองก็รู้ดี” เมลสบถ

“ผมไม่รู้หรอกว่านิยามความรักของคุณคืออะไร แต่เรื่องราวแบบนั้นไม่ใช่เรื่องราวของความรักแน่”

“ตามใจคุณสิ จะคิดอย่างไรก็ตามใจ แต่ฉันเชื่อมั่นว่านั่นคือความรัก” เทอริพูด

“มันอาจฟังดูบ้าๆ บอๆ สำหรับคุณ แต่นั่นเป็นความรักเช่นกัน คนเรามันแตกต่างกันนะเมล บางครั้งเขาอาจจะทำอะไรแปลกๆ เพี้ยนๆ แต่เขาก็รักฉันตามแบบฉบับของเขา เราทั้งคู่รักกันจริงๆ เมล อย่าคิดว่าเราไม่ได้รักกัน”

 

เมลถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาถือแก้วจินไว้ในมือแล้วหันมามองผมและลอร่า “ผู้ชายคนนั้นขู่ฆ่าผมด้วยนะ” เมลพูด เขาดื่มเหล้าในแก้วจนหมดและคว้าขวดจินมาเติมเหล้าแก้วใหม่

“เทอริเป็นพวกคนโรแมนติก เธอเป็นคนพวกที่เชื่อว่าการทำร้ายกันเป็นการแสดงความรักแบบหนึ่ง เทอริ แม่ทูนหัว อย่าแสวงหาความรักจากอะไรแบบนั้นสิ” เมลเอื้อมมือข้ามโต๊ะมาสัมผัสแก้มของเทอริ เขายิ้มให้เธอ

“ตอนนี้คุณอยากสร้างบทสรุปแล้วละสิ” เทอริพูด

“บทสรุปอะไร?” เมลพูด “มีอะไรที่ต้องสรุปหรือ? ผมเพียงแค่รู้ในสิ่งที่ผมควรรู้เท่านั้นเอง”

“เรามาถึงหัวข้อนี้ได้อย่างไร?” เทอริกล่าว เธอยกแก้วจินขึ้นดื่ม “เมลเป็นคนชอบคิดถึงเรื่องราวของความรัก” เธอพูด “ฉันพูดถูกใช่ไหม? ที่รัก” เธอยิ้ม และนั่นทำให้ผมสังหรณ์ใจว่าการสนทนาในเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ

“ผมเพียงแค่ไม่อาจยอมรับได้ว่าพฤติกรรมของเอ็ดเป็นการแสดงออกของความรัก นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามพูด ทูนหัว” เมลกล่าว “พวกคุณคิดว่าอย่างไร?” เมลพูดกับผมและลอร่า

“พวกคุณคิดว่าพฤติกรรมแบบนี้จะเรียกว่าความรักได้หรอกหรือ?”

 

“ผมคงเป็นคนสุดท้ายที่จะตอบเรื่องนี้ได้” ผมพูด

“ผมไม่รู้จักผู้ชายคนนั้น หรือรู้ก็เพียงแต่ชื่อของเขา ส่วนอื่นนั้นผมไม่ล่วงรู้เลย คุณจำเป็นต้องรู้อะไรมากกว่านี้ถึงจะให้ความเห็นอะไรได้ แต่เท่าที่ฟังจากคุณนะเมล ผมคิดว่าความรักในทัศนะของคุณนั้นดูจะมีอยู่เพียงแบบเดียวและเป็นแบบเดียวที่โต้แย้งไม่ได้ด้วย”

เมลตอบผม “ความรักในแบบที่ผมพูดถึง ความรักในแบบที่ผมพยายามอธิบายถึงนั้นคือความรักที่ไม่ได้ลงเอยด้วยการที่คุณต้องฆ่าใครบางคน”

ลอร่าตัดบท “ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเอ็ด และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเทอริ แต่เราสามารถตัดสินความรักของคนอื่นได้ละหรือ?”

ทั้งหมดนั้นคือหนึ่งหน้าแรกของเรื่องสั้นที่มีชื่อว่า What We Talk About When We Talk About Love (เราคุยอะไรกันเมื่อเราคุยกันถึงเรื่องความรัก) ของนักเขียนอเมริกันนามเรย์มอนด์ คาร์เวอร์-Raymond Carver

งานเขียนของคาร์เวอร์นั้นมักเริ่มต้นด้วยเรื่องราวธรรมดาสามัญที่เราคุ้นชิน

บทสนทนาที่ไม่ยืดยาวและแง่มุมแปลกๆ ที่ชวนคิด

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสั้นชื่อ Why Dont You Dance ของเขาที่เล่าถึงการจับคู่เต้นรำของเด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่ง

เรื่องสั้นเรื่อง What We Talk About When We Talk About Love ดูจะทำหน้าที่ชวนเราให้คิดในประเด็นที่ว่า “มีนิยามความรักที่แท้จริงอยู่ หรือและเราสามารถตัดสินความรักของผู้อื่นได้หรือไม่?”

พฤติกรรมของเอ็ดที่กระทำรุนแรงต่อเทอริในนามของความรัก-In the name of love นั้นจะถือเป็นความรักได้หรือไม่ และเราจะมีกฎเกณฑ์ใดในการตัดสินความรักแบบนั้น

(หากเราถือว่ามีสิทธิที่จะตัดสินความรักของคนอื่นได้)

 

น่าสนใจว่าชื่อเรื่องสั้นเรื่องนี้ได้กลายเป็นหนังสือด้านจิตวิทยาความรักเล่มสำคัญเล่มหนึ่งของนักจิตวิทยาหญิงชาวฟินแลนด์นามคามิลล่า ครอนวิสต์-Camilla Kronqvist (ซึ่งเราคงได้พูดคุยถึงเรื่องราวในหนังสือเล่มนี้อีกเสมอๆ) เธอได้พูดถึงแง่มุมต่างๆ ของความรักทั้งในแง่เหตุผล ในเเง่อัตลักษณ์ ในแง่ของอารมณ์ และอีกหลายประเด็น

แต่ในเรื่องราวของการตัดสินความรักของบุคคลอื่นนั้น คามิลล่าบอกว่าพวกเรามีแนวโน้มจะตัดสินความรักของใครก็ตามจากการคาดเดาถึงผลลัพธ์ที่พวกเขาจะได้จากความรักนั้นๆ และปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตัดสินเรื่องความรักของใครก็ตามมาจากการที่เราใช้ประสบการณ์และข้อมูลส่วนตัวของเราในการมองความรักของผู้อื่น

(เรื่องราวแบบนี้จะพบเห็นได้ในกลุ่มผู้ปกครองที่มักจะพูดว่าลูกหรือหลานของเรายังมีอายุไม่เหมาะสมที่จะมีความรัก การมองว่าเหมาะหรือไม่เหมาะนั้นส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ส่วนตนของผู้ปกครองด้วย หากพ่อแม่แต่งงานในอายุที่ล่วงเลย พวกเขามีแนวโน้มที่จะเห็นว่าความรักในวัยรุ่นเป็นเรื่องไร้สาระ แต่หากพ่อแม่แต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย พวกเขาจะมองว่าความรักในวัยรุ่นคือรากฐานของการสร้างครอบครัว เป็นต้น หรือในกลุ่มคนที่มีความรักต่างเพศ พวกเขาก็จะมองแนวโน้มของความรักในเพศเดียวกันว่ามันจะไม่ยั่งยืน)

ประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้จะถูกทำให้จริงจังขึ้นเมื่อได้พบกับกรณีศึกษาที่ลงรอยกับประสบการณ์ และเมื่อใดก็ตามที่มีกรณีศึกษาที่ขัดแย้งกับประสบการณ์ดังกล่าว พวกเขาก็จะพูดเพียงว่า

“คู่รักเหล่านั้นเป็นคนโชคดี”

 

สภาวการณ์ไม่อาจเห็นหรือเข้าใจความรักในแบบอื่นๆ (อันเป็นสิ่งที่ลอร่า ตัวละครในเรื่องสั้นพยายามชี้ให้เห็นนั้น)

นักจิตวิทยานามคามิลล่าเรียกมันว่าสภาวะ “จุดบอด หรือ-Blind Spot” ในการเข้าใจความรักของเรา

มนุษย์นั้นมักคิดว่าความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ ความสะเทือนใจ ความตื้นตัน ความปีติ ความเต็มเปี่ยม เมื่อเป็นความรักของตน พวกเขาตัดสินความรักของตนเองผ่านเงื่อนไขเหล่านี้ แต่ตัดสินความรักของคนอื่นผ่านทางการคาดเดาและเป็นการคาดเดาด้านประสบการณ์ที่อาจเป็นประสบการณ์จากการอ่าน ฟัง หรือสัมผัสมาจากบุคคลอื่น น้อยคนนักที่จะเอาประสบการณ์ส่วนตนมาใช้วินิจฉัยความรัก พวกเขาหวาดเกรงเกินกว่าที่จะเปิดตนเองเพื่อใช้ประสบการณ์นั้นในที่แจ้ง

ในฉากสุดท้ายของเรื่องสั้นชื่อ What We Talk About When We Talk About Love คาร์เวอร์ดูจะสรุปการยอมจำนนต่อการแสวงหานิยามของความรัก เหล้าจินหมด ทุกคนเงียบ ตัวเอกเล่าว่าเสียงที่เขาได้ยินมีเพียงแต่เสียงหัวใจของตนเองและเสียงหัวใจของผู้อื่น

มีแต่เสียงที่ว่านั้น จนกระทั่งความมืดเดินทางมาเยือน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แม่น้ำเปื้อนพิษ ‘อนุทิน 2’ เมิน
พระท่ามะปราง จากกรุวัดสำปะซิว พิมพ์นิยมสุพรรณบุรี
คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น
รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกันตน
ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
คาร์ล – เจนนี่ด้วยรักและอุดมการณ์มาร์กซ์ – เองเกลส์สหายรัก – ร่วมอุดมการณ์
อสังหาฯ กลางปี 2569
719 ทัพไทยสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ เป้าหมาย 12 ทองวัดระบบที่ยั่งยืน
กำกับและตัดต่อ