bg-single

อนุสรณ์ ติปยานนท์ : กระทำความรักแบบหว่องๆ

01.11.2018

“ความรักนั้นเป็นเรื่องของจังหวะเวลา การพบเจอคนที่ใช่ในช่วงเวลาที่เร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ล้วนนำมาซึ่งจุดจบอันร้าวรานอยู่เสมอ”

หว่อง คาร์ ไว – Wong Kar-Wai

 

เมื่อใดก็ตามที่เราคิดถึงความร้าวรานของความรักที่ปรากฏบนภาพยนตร์ ชื่อของผู้กำกับฯ ชาวไต้หวัน (ซึ่งแทบจะกลายเป็นผู้กำกับฯ ชาวฮ่องกงไปแล้ว) นาม หว่อง คาร์ ไว จะถูกหยิบยกขึ้นมาเสมอ

ภาพยนตร์แห่งความร้าวรานของเขาไม่ว่าจะเป็น In the Mood for Love (ที่ใครต่อใครล้วนจดจำฉากจบของตัวเอกที่นครวัดได้ติดตา) Chungking Express (ตำรวจหนุ่มกับสับปะรดกระป๋องที่รอวันหมดอายุ) Days of Being Wild (โปรดจำนาทีนี้ไว้) Fallen Angels (ชายหูหนวกที่ชอบแอบใช้ร้านค้าของผู้อื่น) Happy Together (ความขัดแย้งแห่งความรักในเพศเดียวกัน) และภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง

มีผู้กำกับภาพยนตร์จำนวนมากที่พูดถึงความรักในงานของตนเอง

แต่ผู้กำกับฯ ที่พูดถึงความรักและความโดดเดี่ยวน่าจะมีจำนวนน้อยนักและหนึ่งในจำนวนน้อยที่ว่านั้นคือ หว่อง คาร์ ไว

สาเหตุที่หว่อง คาร์ ไว ถูกจดจำเหนือผู้กำกับฯ อื่นใดคือการที่เขาสร้างความงดงามให้แก่ความร้าวรานของความรัก

ภาพแต่ละภาพในภาพยนตร์ของเขาให้ความรู้สึกติดตาตรึงใจไม่ต่างจากโปสการ์ดที่ระลึกจากดินแดนแห่งความพังพินาศ

ความพังพินาศที่เราพบว่าแค่เพียงการไปเยือนครั้งเดียวในชีวิตก็เกินพอแล้ว

 

ความโดดเดี่ยว ความร้าวราน อันเกิดจากความรักเป็นสิ่งที่น่าจดจำมากกว่าความสมหวังกระนั้นหรือ

นี่คือคำถามที่น่าสนใจ

ดังที่กล่าวมาแล้ว หากโรมิโอและจูเลียตได้ครองรักกันอย่างผาสุก เรื่องราวของพวกเขาจะมีอะไรควรค่าแก่การอ่านอีกเล่า

หากขวัญและเรียมมีครอบครัวและลูกที่เป็นพลเมืองเข้มแข็งของการสร้างชาติในยุคนั้น คำสาบานที่ศาลเจ้าพ่อต้นไทรจะมีอะไรน่าจดจำ

เราทุกคนล้วนเคยผิดหวังกับความรัก หนึ่งครั้ง สองครั้ง และอีกหลายครั้ง และเราพึงใจที่จะจดจำความผิดหวังเหล่านั้นแม้จะไม่เอ่ยถึงมันตรงๆ ในวันที่เราสมหวังก็ตามที

ผู้คนสะสมสิ่งที่เรียกว่าความผิดหวังไว้อย่างลึกๆ

ในซาเกรบ โครเอเชีย และในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา มีพิพิธภัณฑ์แห่งความสัมพันธ์ที่พังภินท์หรือ Museum of Broken Relationships ตั้งอยู่

พิพิธภัณฑ์ที่ว่านี้เก็บรวบรวมสิ่งของที่ได้มาจากคู่รักที่เลิกรากัน

ผู้ก่อตั้งอันได้แก่ โอลิงก้า วิสติก้า (Olinka Vi?tica) และ ดราเซน กรูบิสิก (Dra?en Grubi?i?)

เริ่มการก่อตั้งด้วยการขอรับบริจาคสิ่งของที่หลงเหลือจากความสัมพันธ์และคนรักเก่า

พวกเขาได้รับสิ่งของที่อัศจรรย์และไม่คาดคิดจำนวนมาก และจากทุนที่เขาได้รับทำให้พิพิธภัณฑ์นี้เป็นรูปร่างในปี 2011 ก่อนที่มันจะขยายสาขาไปยังลอสแองเจลิสในปี 2016 เมื่อผู้ชมคนหนึ่งติดต่อขอทำสาขาเพิ่มที่นั่น

สิ่งที่น่าสนใจคือ Museum of Broken Relationships ในลอสแองเจลิสได้ทำการนำเสนอบทสัมภาษณ์ของคู่รักจำนวนมากที่จบลงด้วยความผิดหวังและนำเสนอผ่านคลิปวิดีโอ

ในคลิบวิดีโอหนึ่ง หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเรื่องเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของเธอ แรกเริ่มเธอทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารแห่งหนึ่งในขณะที่คนรักของเธอทำงานในครัว

วันหนึ่งเขาขอให้เธอไปชมภาพยนตร์เป็นเพื่อนเขา

ทั้งคู่พึงใจซึ่งกันและกันก่อนจะย้ายมาพำนักอยู่ด้วยกันในฐานะคู่รัก

เหตุการณ์ดำเนินไปด้วยดีแม้ว่าจะมีความขาดแคลนในหลายสิ่งด้านปัจจัยและเงื่อนไขทางเงินทอง

ทว่าเมื่อคู่รักของเธอตกงานและเขาหันเหมาสู่การดื่มอย่างหนักเพื่อให้คลายความกลัดกลุ้มใจลง ทว่าความกลัดกลุ้มใจไม่ได้หายไหน เขาเริ่มทำร้ายตนเองด้วยการกรีดแขนและข้อมือจนในที่สุดเธอเองก็ทำเช่นนั้นด้วยเพื่อเป็นการบอกว่าเธอพร้อมจะเจ็บปวดไปพร้อมกับเขา

แต่การเยียวยานี้ไม่ได้ผล เขาหมกมุ่นกับเธอมากขึ้น หลอกหลอนตนเองว่าเธอกำลังจะทิ้งเขาไป

ในที่สุดเธอต้องเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์มือถือ เลิกใช้โซเชียลมีเดีย

และในที่สุดเธอก็ต้องตัดสินใจจากเขาไปจริงๆ

 

ผมชมคลิปวิดีโอนี้ หนึ่งนาที สองนาที สามนาที ห้านาที เรื่องราวจบลงแบบที่เราคุ้นเคย ใครคนหนึ่งในความสัมพันธ์กลายเป็นมนุษย์ผู้ชำรุด เขาต้องการการซ่อมแซม

แต่การซ่อมแซมจากคนรักทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง

มันฉุดดึงอีกฝ่ายจนถึงจุดที่ต้องมีใครเดินจากไป

และหลังกาลเวลาผ่านไป พวกเขาเริ่มต้นทบทวนเรื่องราวอีกครั้งก่อนจะพบว่าต่างคนต่างมีส่วนผิด แต่นั่นเอง กาลเวลาเดินหน้าไป ทุกอย่างสายไปเสียแล้ว ทุกอย่างสายจนเกินการณ์

เวลาดูจะเป็นตัวแปรที่สำคัญในความรักโดยที่เราแทบไม่เคยพิจารณามันตรงๆ ในช่วงที่คู่รักทั้งหลายต่างคนต่างยากลำบาก พวกเขาใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ดีและอุดมสมบูรณ์ แต่แล้วก็มีใครคนใดคนหนึ่งไม่อาจทานทนความทุกข์ยากเช่นนั้นได้ เธอหรือเขาเดินจากไป

อีกฝ่ายใช้ความผิดหวังนั้นเป็นแรงผลักดันสร้างตนจนสำเร็จ ชีวิตเต็มไปด้วยความเพียบพร้อมอีกครั้ง ทั้งคู่เดินสวนกันในลานจอดรถ ในห้างสรรพสินค้า

ต่างฝ่ายต่างอยู่ในสภาวะที่ปลอดโปร่ง แต่พวกเขาได้แต่มองตากัน

การหันหลังกลับมาเคียงคู่กันไม่มีขึ้นอีกแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)