bg-single

อนุสรณ์ ติปยานนท์ : เรื่องน่าเศร้าของรักต่างชนชั้น

15.11.2018

ฝนตกลงมาตลอดคืน แต่ไม่มีอะไรหยุดยั้งการเดินทางของเขาได้

เขาเดินและเดินไปตามเส้นทางเล็กๆ ในป่า สายฝนตกมาเช่นนั้นตลอดฤดู เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายผิดที่คิดจะเอาชนะมัน

ความดื้อดึงเป็นนิสัยส่วนตนที่แก้ไขยากของเขา ซึ่งเขาก็รู้ดี และการที่รู้และเข้าใจมันอย่างดีนั้นยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดเมื่อเขาพบว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นอาจไร้สาระหาแก่นสารใดไม่ได้เลย

เขาผู้เป็นพระภิกษุ เขาผู้เป็นบรรพชิต เขาผู้กำลังตกอยู่ในห้วงรัก

สามเดือนกว่าที่เขาพำนักอยู่ในสถานที่เดียว และสี่เดือนกว่าที่เขาครอบครองเครื่องแต่งกายแบบใหม่ จากเสื้อและกางเกงที่เขาคุ้นเคยมาทั้งชีวิต เขากลับต้องพึ่งพาสิ่งที่เรียกว่า สบง จีวร สังฆาฏิ จากอุปกรณ์ทันสมัยที่เรียกว่าคอมพิวเตอร์ ปริ๊นเตอร์ กล้องวัดระยะทาง

บัดนี้สิ่งเลี้ยงชีพและประทังชีวิตของเขามีคำเรียกขานว่าบาตรและกลด

เขามีเพียงสิ่งของเหล่านี้ติดตัวมา ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาเขามีสิ่งของเหล่านี้เท่านั้นที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัว

เขาละทิ้งทุกอย่างไปเมื่อเปลี่ยนสถานภาพ เงินทอง บ้านเรือน เพื่อนฝูงที่คุ้นเคย

เขาละทิ้งความทรงจำหลายอย่างไป การงาน หน้าที่ องค์ความรู้ทั้งหลาย

สิ่งเดียวที่เขาไม่ละทิ้ง และไม่อาจละทิ้งได้คือเธอ

 

ตลอดระยะเวลาหลายเดือน เขาขบคิดถึงเธอ

และขบคิดถึงว่าทำไมเขาจึงไม่อาจตัดเธอออกจากใจได้ คำว่าตัดใจมีความหมายมากกว่าที่เขาเคยเข้าใจ

มันไม่ใช่เพียงแค่การเลิกรัก แต่มันยังหมายถึงการยุติความทรงจำทั้งมวลต่อใครคนหนึ่งด้วย

เขาอยากยุติความทรงจำทั้งหลายที่มีต่อเธอเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ดึงรั้งเขาให้กลับสู่โลกียวิสัย วิสัยของผู้ที่หม่นหมอง หม่นหมองด้วยทุกข์และความไม่เที่ยง

เขาตัดสินใจออกจากเรือนเพียงเพราะเหน็ดเหนื่อยกับการงาน

แต่หลังจากการเปลี่ยนสภาพของชีวิตได้ช่วงหนึ่ง เขาก็พบว่าเขาเหมาะสมกับสภาพนี้มากกว่าสภาพอื่นที่เคยอิงอาศัยมา

ความรู้สึกโปร่งเบา ไร้สภาวะที่ต้องแบกรับความคาดหวัง

ไม่จำต้องขบคิดถึงการเลี้ยงชีวิตและการได้อยู่กับการขัดเกลาตนเอง

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เขาพบว่ามันเป็นยอดปรารถนา

แม้นหากเพียงเขาจะลืมเธอได้ เขาคงรุดหน้าไปไกลกว่านี้ในดินแดนแห่งจิตวิญญาณ

แต่มันช่างยากเย็นนัก ทุกครั้งที่เขาหลับตา เขาคิดถึงรสสัมผัสจากเธอ

ทุกครั้งที่เขาติดตามลมหายใจของตนเอง เขาคิดถึงแต่ลมหายใจสอดกระเส่าของเธอ

ทุกครั้งที่เขาเพ่งความสนใจไปที่อารมณ์ มันก็มีเพียงแต่อารมณ์ที่อุบัติขึ้นจากเธอ

ไม่น่าเชื่อว่ายิ่งเขาปรารถนาจะไกลจากเธอมากเพียงใด เธอกลับเข้าใกล้เขามากกว่าที่เป็นมา

 

หลายครั้งที่เขาคิดถึงการยอมแพ้ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องฝึกตน แต่เขากลับรู้สึกว่าการจำยอมอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพียงแค่การเดินออกไปสู่ที่ประชุมสงฆ์ บอกกล่าวว่าข้าพเจ้าหมดบุญบารมีที่จะอยู่ในเพศบรรพชิตเสียแล้ว ทุกอย่างก็จะจบลง

กระนั้นเขากลับไม่ได้เลือกการกระทำดังกล่าว

หนทางที่เขาเลือกคือการทรมานตนเอง

ทุกครั้งที่เขาคิดถึงเธอจนไม่อาจทานทนได้ เขาจะขังตนเองอยู่ในเสนาสนะส่วนตน ปิดบานประตู ลั่นดาลหน้าต่าง ไม่มีอาหาร มีน้ำเพียงน้อยนิดพอได้ประทังชีวิต ดวงตาเพ่งมองเพดาน หายใจไปกับความคิดถึงจนกว่าร่างกายจะหมดเรี่ยวแรง

และเมื่อร่างกายอ่อนแอลง ความรู้สึกปรารถนาในอาหารและผู้คนจะขจัดความคิดถึงที่มีต่อเธอ เขาจะลุกขึ้น เปิดประตูออก บิณฑบาตไปในหมู่บ้านเล็กๆ นั้น

ตระเตรียมกำลังวังชาให้พร้อมสำหรับการจู่โจมจากห้วงคำนึงถึงเธอในกาลต่อไป

ในกาลก่อน สมัยยังเป็นคฤหัสถ์นั้น เขาเคยผ่านตาเรื่องราวของพระเรวตะและนางลีลาวดี เรื่องราวของพระภิกษุหนุ่มผู้เกินในวรรณะจัณฑาลและนางลีลาวดีผู้เกิดในวรรณะพราหมณ์ โชคชะตาของเรวตะมาณพอันพลิกผันเริ่มต้นขึ้นเมื่อต้องไปอาศัยอยู่ในบ้านของสุมังคละคหบดีผู้มีลูกสาวนามลีลาวดี

ความใกล้ชิด จิตใจอันเอื้ออารีของนางลีลาวดีที่มีต่อชายหนุ่มผู้อาภัพทำให้ทั้งคู่ผูกเสน่หาซึ่งกันและกัน เขายังจำถ้อยความที่เรวตะมาณพกล่าวต่อลีลาวดีถึงความในใจของเขาเป็นครั้งแรกได้

ถ้อยความอันเจียมตนเสียเต็มประดา

“ข้าพเจ้ารักท่าน ลีลาวดี รักยิ่งกว่าชีวิตของข้าพเจ้าเอง หัวใจของข้าทรยศต่อผู้มีพระคุณเสียแล้ว ข้าพเจ้าทราบดีว่าตนเป็นเพียงเด็กจัณฑาลเดนมนุษย์ไม่ควรค่าแม้แต่จะเช็ดเท้าให้ท่าน และได้พยายามห้ามปรามจิตใจไว้ แต่มันก็ไม่ยอมเชื่อฟัง ลีลาวดีเอ๋ย ท่านไม่ต้องเสียใจ ข้าพเจ้าไม่ต้องการแม้แต่คำว่ารักจากท่าน เพียงแต่ขอบอกความจริงใจแก่ท่านเท่านั้นเอง”

ลีลาวดีร้องไห้ เรวัตตะตกใจมาก แต่เธอกลับกล่าวว่า

“เธอก็ทราบแล้วมิใช่หรือว่า น้ำตาของคนเรามิใช่เครื่องหมายแห่งความโศกเศร้าเสียใจเสมอไป”

“ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าอยากจะเข้าใจว่า ท่านก็รักข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน”

“ไม่ผิดหรอก เรวัตตะ เธอเข้าใจถูกแล้ว”

“ขอทาสผู้ซื่อสัตย์ของท่าน ได้จุมพิตมือของท่าน ให้สาสมกับความดีใจด้วยเถิด”

 

ความรักที่แตกต่างกันในเรื่องของชนชั้นไม่เคยลงเอยด้วยความสุข

ในสมัยพุทธกาลนั้นก็เช่นกัน เมื่อครอบครัวของนางลีลาวดีทราบในเรื่องราวของคนทั้งสอง นางจึงถูกทรมานและกักขัง

เรวตะมาณพเมื่อล่วงรู้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุจึงปลีกหนีเสียออกจากครอบครัวของสุมังคละเศรษฐี

เขาเร่ร่อนไปดังขอทานและชายวิปลาสจนได้ตกไปอยู่ในหมู่โจรที่ยังชีพด้วยการปล้นชิงผู้คนที่ผ่านมา

กาลเวลาผ่านไปนานนับปี บุคคลที่ถูกปล้นชิงล่าสุดและถูกเลือกไว้บูชายัญต่อเจ้าแม่กาลีกลับเป็นสุมังคละเศรษฐีนั่นเอง

เรวตะมาณพจดจำผู้มีพระคุณได้และขอให้ปล่อยตัวเขาไปโดยเขาสัญญาว่าจะหาบุคคลอื่นมาบูชายัญแทน

เรวตะมาณพออกเสาะหาเหยื่อก่อนจะพบเข้ากับพระภิกษุรูปหนึ่ง

เขาพาพระภิกษุรูปนั้นกลับไปยังที่ประชุมโจร

แต่ท่าทีอันอาจหาญของพระภิกษุทำให้โจรทั้งหลายยอมวางอาวุธและออกบวชเป็นบรรพชิตรวมทั้งเรวตะมาณพด้วย

พระเรวตะกลับมาพำนักอยู่ที่อารามเชตวัน เมืองสาวัตถี

ที่นั่นเองท่านได้พบกับนางลีลาวดีอีกครั้ง

ชีวิตของนางเปลี่ยนแปลงไป นางได้กลายเป็นสาวสะพรั่ง บิดาของนางคือสุมังคละเศรษฐีได้สิ้นชีวิตไป นางพำนักอยู่กับมารดาเพียงสองคน

นางปรารถนาให้พระเรวตะลาสิกขามาอยู่กับนาง

แต่พระเรวตะกลับถูกจับในฐานะที่เคยเป็นอดีตโจร ท่านถูกทรมานจนสลบก่อนจะพบว่านางลีลาวดีเป็นผู่ไถ่ตัวท่านออกมาจากการถูกลงโทษ

ในครานี้พระเรวตะยินดีลาสิกขาเพื่อมาอยู่กินกับนางลีลาวดีเพื่อเป็นการทดแทนบุญคุณ แต่ท่านขอโอกาสกลับไปแจ้งแก่อาจารย์เสียก่อน

ทว่าทุกอย่างกลับพลิกผันเมื่อมีชายคนที่หมายปองในนางลีลาวดีออกอุบายให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน

ด้วยความเสียใจ พระเรวตะออกจาริกไกลไปในทุกแห่งหนจนเข้าสู่วัยชรา ท่านกลับมาพำนักที่เวฬุวัน กรุงราชคฤห์และได้พบกับนางลีลาวดีอีกครั้ง หากแต่ในบัดนี้นางได้กลายเป็นภิกษุณีไปเสียแล้ว

หลังจากนางลีลาวดีทราบความจริง นางได้ออกบวชเป็นภิกษุณีเพื่อตามหาพระเรวตะ

ในที่สุดนางก็สมหวังแม้ว่าบัดนี้ร่างกายของนางจะทรุดโทรมและใกล้ถึงกาลอวสานแห่งสังขาร

ทั้งคู่เผยความในใจซึ่งกันและกันและพรากจากกันในชีวิตนี้ทั้งที่ความรักยังคงมั่นมิเสื่อมคลาย

 

เขายุติการจดจำเนื้อหาในนวนิยายธรรมะเรื่องนี้เพียงเท่านี้

ลีลาวดีที่ถูกแต่งโดยผู้เขียนนาม ธรรมโฆษ เป็นนวนิยายที่เขาคิดว่าห่างไกลจากตนเองมากเมื่อแรกอ่าน

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เขากลับพบว่านวนิยายเรื่องนี้แฝงด้วยความจริงที่เข้มข้น

ทุกสิ่งทุกอย่างในนวนิยายเรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยความจริง

แม้ว่าฉากและเหตุการณ์จะเป็นเรื่องที่ถูกตกแต่งขึ้นก็ตามที ไม่มีความรักใดที่รุ่มร้อนและพร้อมจะถูกเผาไหม้ไปกว่าความรักที่ถูกกั้นด้วยความแตกต่างทางศีลธรรมและจรรยา เขายังรักเธอไหม นั่นเป็นเรื่องแน่ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ตกหลุมรักเพศสภาวะใหม่ของเขาด้วย ชีวิตนักบวชเป็นสิ่งที่เขาพึงใจในยามนี้ แต่ในยามนี้เช่นเดียวกันที่เขาไม่อาจลืมเธอ

ด้วยเหตุนี้เขาจึงออกเดิน

เขาต่อสู้กับภาพความทรงจำของเธอมาตลอดวษา

จนพ้นพิธีกรรม ทุกอย่างจบสิ้นลง ในคืนพระจันทร์เต็มดวงนั้นเขาปวารณาตนที่จะออกเดินไปยังเคหาสน์ของเธอ

เคหาสน์ของหญิงผู้เป็นคนรักที่เขาขอเวลาห่างเหินเธอเพียงสามเดือน

แต่กลับพบว่าเขาอยากห่างเหินเธอไปตลอดกาล

เขาจะใช้การเดินตัดสินสิ่งที่ต่อสู้และยื้อแย้งนี้ว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายชนะและฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

เขาจะออกเดินจากที่พัก จากเสนาสนะหลังน้อย สู่เมือง สู่มหานคร

เขาจะไปปรากฏตนต่อหน้าเธอ เอื้อนเอ่ยความจริงว่าเขาได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะตัดใจจากเธอ

เขารู้ดีว่าในปัจจุบันมีหนทางที่ง่ายกว่ามากในการกล่าวเช่นนั้น การสื่อสารในปัจจุบันทำให้ทุกอย่างง่ายลงในพริบตา หากแต่เขายังปรารถนาที่จะอยู่กับเธอให้เนิ่นนาน อยู่กับความทรงจำที่มีต่อเธอให้เนิ่นนาน

ตลอดเส้นทาง เขาจะย่างเท้าไป คำนึงถึงเธอ เฝ้าพิจารณาว่าเธอมีความดีและความงามมากเพียงใด

หากแต่เขาไม่ใช่บุคคลเดิมที่จะเชยชมความดีและความงามนั้นแล้ว

เขาจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ และเขาจะขอให้เธอปล่อยเขาให้เป็นอิสระเช่นกัน

เขาก้าวเท้าไปไม่หยุดยั้งจนรุ่งสาง ฝนบนฟ้าหยุดตกลงมาแล้ว แต่ภาพคำนึงของเธอกลับไม่เลือนหายไป

เขามองไปยังถนนเบื้องหน้า ยังเป็นหนทางอีกไกลกว่าจะได้เผชิญหน้าเธอ

ยังเป็นหนทางอีกแสนไกลกว่าจะได้พบเธอ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)