E-DUANG : บทเรียน ของม็อบ หลังเลือกตั้ง จากเมื่อปี 2549 มาถึงปี 2557

การหยิบกติกาว่าด้วยการแข่งขันฟุตบอลมาเปรียบเทียบกับกติกา ในการต่อสู้ทางการเมืองอันออกมาจากปาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ล่าสุดส่งสัญญาณบางอย่างในทางการเมือง
1 เป็นสัญญาณอย่างที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส่งมาในฐานะ ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
“มั่นใจว่าพรรคพลังประชารัฐจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน”
ขณะเดียวกัน 1 จึงได้เตือน “เกมฟุตบอลหากแพ้ในวันรุ่งขึ้นก็ แข่งขันใหม่ได้ แต่การเมืองหากแพ้ต้องรออีก 4 ปี ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงมีกลุ่มที่รอไม่ไหวแล้วตีรวนตั้งม็อบ”
เหมือนกับจะเป็นการเตือนไปยังพรรคที่จะต้องพ่ายแพ้ให้กับ พรรคพลังประชารัฐ
เหมือนกับจะเตือนไปยัง”เพื่อไทย”
หากดูจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 หากดูจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 หรือแม้กระทั่งความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 ก็ไม่น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย
เพราะผู้ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 แล้วไปร่วมกับม็อบเป็นพรรคการเมืองอื่น
เพราะผู้ที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 แล้วไปร่วมกับม็อบเป็นพรรคการเมืองอื่น
ยิ่งภายหลังความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 แล้วเดินออกจากรัฐสภาไปจัดตั้งม็อบ ดำเนินมาตรการชัตดาวน์ สถานที่ราชการ ชัตดาวน์การเลือกตั้ง
ยิ่งเด่นชัดว่าเป็นพรรคการเมืองอื่น มิใช่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน
เป็นพรรคการเมืองใด นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายสุริยะใส กตะศิลา ตอบได้ดีที่สุด
ถามว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เตือนพรรคการเมืองใด
ต้องยอมรับว่า “รายละเอียด”ทางการเมืองตั้งแต่ก่อนรัฐประหารไม่ว่าเมื่อเดือนกันยายน 2549 ไม่ว่าเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มีความแจ่มชัดมี “หลักฐาน” ไม่ว่าภาพ ไม่ว่าเสียง บริบูรณ์
การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จึงน่าจะเป็นคำตอบให้ได้เป็นอย่างดี
ว่าใครจะเป็น “เทพ” ว่าใครจะเป็น”มาร”
