E-DUANG : ปี่ กลอง ประชาธิปไตย บรรยากาศ การเลือกตั้ง

ไม่ว่าการเปิดเวทีหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าการเปิดปฏิบัติการ”เดินสายคารวะแผ่นดิน”ของพรรครวมพลังประชาชาติ ไทย
ถือได้ว่าเป็น “คูณูปการ”ในทางการเมือง
อย่าได้แปลกใจหากพรรคเพื่อไทยจะเปิดเวทีบ้างที่ขอนแก่น ที่หนองคาย ที่บึงกาฬ อย่าได้แปลกใจหากพรรคไทยรักษาชาติจะเปิดเวทีบ้างที่นครศรีธรรมราชและที่สัตหีบ
เราจึงได้เห็น นายอดิศร เพียงเกษ เป่าแคนแสนเสนาะ เราจึงได้เห็น นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แลงใต้อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน
และในวันที่ 5 มกราคม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก็ไปอุดรธานี
ทั้งหมดล้วนมิได้ “หาเสียง” หากแต่ขึ้นเวทีเพื่อเชิญชวนให้ประชาชนไปสมัครเป็น”สมาชิก”ของพรรคการเมือง
จึงเด่นชัดยิ่งว่า บรรยากาศอย่างที่เคยเห็นในห้วงแห่งการเลือกตั้งในกาลอดีตก็เริ่มหวนกลับมาอีกหน
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนธันวาคม 2550
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ไม่ว่าจะเป็นเมื่อเดือนมกราคม 2544
และโดยเฉพาะเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554
ขณะเดียวกัน บรรยากาศเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 ก็ประทับตรึงในความรู้สึกของประชาชนอย่างแนบแน่น
ตรึงว่าใครมีบทบาทในการสกัด ขัดขวาง การเลือกตั้ง
ตรึงในบทบาทของ “มวลมหาประชาชน” ตรึงในบทบาทของบางพรรคการเมืองที่เข้าร่วมในการเป่านกหวีดกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ด้วยความคึกคัก
จากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2557 มายังเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ห่างกันเพียง 3 ปีเท่านั้นเอง
เราจะทำตาม”สัญญา” ขอ “เวลา” อีกไม่นาน
ถามว่าเหตุใดจึงมี “ชาวบ้าน” ออกมาร้องเรียนและชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ยึดโยงระหว่าง “บัตรประชาชน” กับ”บัตรสวัสดิการ แห่งรัฐ” และการเป็นสมาชิก”พรรคพลังประชารัฐ”
คำตอบก็คือ เป็นบรรยากาศก่อน”การเลือกตั้ง”
เป็นบรรยากาศที่สิทธิและเสรีภาพเริ่มหวนกลับมากระพือและสร้างสำนึก”ประชาธิปไตย”ให้กับประชาชนได้ตระหนักในอำนาจอันเป็นของประชาชน
ทุกอย่างล้วนมากับ”การเลือกตั้ง”
