E-DUANG : การเมืองเก่า กับ นิวโหวตเตอร์ การเมืองใหม่ กับ อนาคตใหม่

แม้ว่าจำนวน“นิวโหวตเตอร์”กว่า 7.3 ล้านจะเป็นเป้าหมายที่พรรค การเมืองแทบทุกพรรคมาดหมาย แต่”นิวโหวตเตอร์”กว่า 7.3 ล้าน คนก็มากด้วยความอ่อนไหวอย่างเป็นพิเศษ
เพราะว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อายุอยู่ระหว่าง 18-25 ปีไม่เคยมีประสบการณ์ในการเลือกตั้งมาก่อน
ที่สำคัญก็คือ เป็นคนในวัยหนุ่มสาวที่มีความแปรปรวนสูง
หากฟังจากความจัดเจนของพรรคการเมืองไม่ว่าในประเทศ หรือต่างประเทศ ล้วนประสบกับสภาวะพลิกผันมาแล้วเพราะมาก ด้วยความหวือหวาเป็นอย่างสูง
กรณีของ “เบรกซิต” ก็เห็นมาแล้ว กรณีของ โดนัลด์ ทรัมพ์ ก็เห็นมาแล้ว
เพราะโลกของคนเหล่านี้อยู่ใน”ออนไลน์”อันเป็นโลกเสมือน
โลกออนไลน์อาจมากด้วยความคึกคัก ไม่ว่าจะมองผ่านเฟซบุ๊ค ไม่ว่าจะมองผ่านทวิตเตอร์ ไม่ว่าจะมองผ่านไลน์ ไม่ว่าจะมองผ่าน อินสตาแกรม
แต่หากประเมินจากการนัดชุมทางการเมืองหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ก็จะมองเห็นความเป็นจริง
ความเป็นจริงที่แต่ละความเห็นอันสำแดงผ่านโลกออนไลน์ดุเดือด ร้อนแรงอย่างยิ่ง แต่ที่ไปปรากฏตัวในแต่ละแห่งของการชุมนุมหากได้เป็นหลักร้อยก็แทบเหลือเชื่อ
ด้านหลักแทนที่จะเป็น”คนรุ่นใหม่” กลับเป็น”ป้าๆ”ที่เคยร่วมในการเคลื่อนไหวของ “ณัฐวุฒิ จตุพร”มากกว่า
ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า บรรดามนุษย์ออนไลน์เหล่านี้เมื่อระบายผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย ก็ถือว่าตนได้ปฏิบัติการกิจอันยิ่งใหญ่จบสิ้นไปแล้ว
เราจึงเห็นแต่คนหน้าเดิมอย่าง “จ่านิว” อย่าง”น้องโบว์”ไปตีขิมให้ฟัง
หากมองจากคนของพรรคประชาธิปัตย์ หากมองจากคนของพรรค พลังประชารัฐ หากมองจากคนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือแม้กระทั่งพรรคประชาชนปฏิรูป
จากฝาก “ความหวัง” ไว้กับ”โอลด์โหวตเตอร์”มากกว่า
จึงแทบมิได้ฝาก “ความหวัง”ให้กับ”นิวโหวตเตอร์”จำนวนกว่า 7.3 ล้านคนมากเท่าใด เพราะไม่มั่นใจในความภักดี ความเชื่อมั่นของคนเหล่านี้ต่อการเมือง การเลือกตั้ง
นี่ย่อมเป็นมุมอันแตกต่างไปจาก ธนาธร อนาคตใหม่
