E-DUANG : 72 ปี ของ ประชาธิปัตย์ 27 ปี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การหลุดไปจากวงจรทางการเมืองของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถือ ได้ว่าเป็นโศกนาฎกรรม 1 ในทางการเมือง
ไม่เพียงแต่สะท้อนตัวตนของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชี่วะ
หากแต่จุดที่สำคัญเป็นอย่างมากยังเป็นการสะท้อนสภาวะร่วงโรยอย่างเด่นชัดของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งผ่านร้อนหนาวทาง การเมืองมาตั้งแต่ปี 2489 เป็นเวลา 72 ปี
มองผ่านเส้นทางของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เริ่มต้นทาง การเมืองเมื่อปี 2535 อาจเป็นเรื่องเพียงแค่ 27 ปี แต่ถ้ามองผ่านเส้นทางของพรรคประชาธิปัตย์ถือได้ว่าเป็นเรื่องเศร้า
เป็นเรื่องเศร้าที่พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องทบทวนความ หมายและบทบาทของตนเองอย่างหนัก
นี่ย่อมเป็นผลจากการนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ไม่ว่าฝ่ายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ว่าฝ่ายของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ซึ่งต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
มีบทสรุปร่วมกันว่าผลการเลือกตั้งสะท้อนความพ่ายแพ้และ ล้มเหลวของพรรคประชาธิปัตย์
เพียงแต่ด้วยน้ำเสียงต่างกัน
ฝ่ายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจวางน้ำหนักอยู่ที่ความ เข้มแข็งของพรรคเพื่อไทย และการเบียดแทรกเข้ามาของพรรคอนาคตใหม่
ฝ่ายของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อาจวางน้ำหนักที่ความผิดพลาดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และความเป็นปึกแผ่นของคสช.และของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ล้วนมีความจำเป็นต้องสรุปและนำเอาบทสรุปมาประสาน
เป้าหมายก็เพื่อความอยู่รอดโดยรวมของพรรคประชาธิปัตย์
เบื้องหน้าปัญหาอันปรากฏขึ้นจากสถานการณ์เลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม จึงจำเป็นต้องหาบทสรุป”ร่วม”ภายในพรรคประชาธิ ปัตย์
โดยเริ่มจากพรรคประชาธิปัตย์จะวางตัวอย่างไร
จะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ หรือจะดำรงสถานะแห่งการเป็นฝ่ายค้านอิสระที่ร่วมเป็นเรื่องและค้านเป็นเรื่อง
การตัดสินใจครั้งนี้จะชี้ขาด”อนาคต”พรรคประชาธิปัตย์
