E-DUANG : สถานการณ์ ที่ดิน 1,700 ไร่ กับ บรรยากาศแห่ง MOU

บรรยากาศการแถลงข่าวอัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ กับ นายสิระ เจนจาคะ เปิดขึ้นเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ดำเนินไปในลักษณะอย่างที่เรียก ตามสำนวนไทยว่า “โอละพ่อ”
นั่นก็คือ เริ่มต้นจากการรับเรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษประธาน คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
แต่ลงเอยด้วยคำว่า MOU
ทั้งยังเป็นการลงเอยในแบบที่ภาษาทางการข่าวสรุปอาการของทั้ง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และ นายสิระ เจนจาคะ ตลอดจน”หน้าม้า” จากพรรคพลังประชารัฐออกมาได้ว่า
ไปไม่เป็น ไปไม่ถูก
ปมเงื่อนมิได้มาจากสถานะของ”แหล่งข่าว”ด้านเดียว หากแต่ยังมาจากบทสรุปต่อสถานะของแหล่งข่าวจากด้านของ”นักข่าว”
ต้องยอมรับว่าท่าทีของนักข่าวที่อยู่ในห้องแถลงข่าวดำเนินไปอย่างเข้มงวดและจริงจัง
อาจเป็นเพราะสัมผัสได้ใน”ท่าที” ของแหล่งข่าว
เป็นท่าทีที่เริ่มมาจากก่อนหน้านี้ เป็นท่าทีที่เห็นได้ในระหว่างการแถลงข่าว
ประกอบกับอดีตของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์
ประสานเข้ากับอดีตของ นายสิระ เจนจาคะ ตั้งแต่สถานการณ์ที่ภูเก็ตเรื่อยมาจนถึงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ
สรุปก็คือ ขาดความเกรงใจต่อ “แหล่งข่าว”
เมื่อขาดความเกรงใจ คำถามจึงแหลมคม ทะลุทะลวงไปยังสิ่งที่ทั้ง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และ นายสิระ เจนจาคะ พยายามปิดบังซ่อนเร้น
โดยเฉพาะเมื่อมีการปล่อยทีเด็ดในเรื่อง MOU ออกมา
จากสถานการณ์ที่ลงเอยด้วยคำว่า MOU ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าทั้ง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และ นายสิระ เจนจาคะ จะรับมือและคลี่คลาย ตีฝ่าไปได้อย่างไร
เมื่อเข้าไปอยู่ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ทั้ง 2 คนจะทำอย่างไร
เมื่อต้องประสบเข้ากับ “ประธาน”
ขณะเดียวกัน เมื่อการตรวจสอบที่ดินกว่า 1,700 ไร่ ณ เขาสน เดินหน้าไปอย่างคึกคัก
บทบาทของ MOU จะเป็นเช่นใดในทางเป็นจริง
