bg-single

อนุสรณ์ ติปยานนท์ : เรื่องเล่าจากเหมืองเกลือบทที่สอง

09.04.2020

กรอบสี่เหลี่ยมเล็กในใบประกาศแนะนำสถานที่แห่งนั้น

“เหมืองเกลือวีลิชก้า เหมืองเกลือเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่สิบสาม ชั้นแรกของเหมืองลงลึกจากระดับพื้นดิน 64 เมตร ใช้บันไดกว่า 380 ขั้น เที่ยวชมมุมต่างๆ ของเหมือง ระยะเวลาทั้งหมดสองชั่วโมงครึ่งก่อนโดยสารลิฟต์กลับขึ้นข้างบน อุณหภูมิของเหมืองอยู่ที่ 14-16 องศา ควรเตรียมเสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นมาด้วย”

เป็นเรื่องของความผิดพลาด เขาควรรู้ตัวตั้งแต่แรกว่าโปรแกรมทัวร์นั้นยาวตลอดวัน ดังนั้น จึงไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวเพียงที่เดียว เขามัวแต่ขบคิดถึงค่ายกักกัน ความเจ็บปวด ผลของสงคราม เขามัวแต่ใส่ใจกับรายละเอียดของสถานที่แรกจนหลงลืมสถานที่ต่อมา

เสื้อผ้าที่เขาใส่ในยามนี้เป็นเพียงเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนแขนยาวเพียงตัวเดียว อาจปลดแขนเสื้อลงได้ แต่เขาเชื่อว่ามันไม่น่าจะเพียงพอต่อความอบอุ่น

เขาขบคิดถึงทางแก้ ไปถึงที่แห่งนั้น แต่ไม่ลงไปเบื้องล่าง แต่ถ้ากระทำเช่นนั้น เขาจะไปยังที่แห่งนั้นเพื่อการใด มิเช่นนั้น เขาต้องมองหาอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นอื่นเพิ่มเติม

แต่ก็นั่นเองหากรถนำเที่ยวไม่จอดพักตรงร้านค้า เขาก็เชื่อว่าเสื้อกันลมสักตัวหรือแม้แต่ผ้าพันคอสักผืนก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่หาได้ง่ายดายนัก

 

สาวน้อยคนนั้นสังเกตเห็นถึงความกังวลของเขา เธอจุดบุหรี่ขึ้นสูบอีกหนึ่งตัว ควันบุหรี่ลอยขึ้นบนอากาศ “คุณไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาสำหรับการเที่ยวเหมืองเกลือ?”

เขาพยักหน้ารับ “ผมคิดถึงแต่การเข้าชมค่ายกักกันที่นี่ ความเลินเล่อที่ไม่น่าให้อภัย”

“ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากที่จัดการไม่ได้ จำได้ใช่ไหมว่าเราจะแวะทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งระหว่างทาง ที่นั่นมีเสื้อยืดที่ระลึกให้คุณได้แก้ไขไปชั่วคราว และหากมันไม่เพียงพอ ฉันมีผ้าพันคอผืนขนาดกลางอีกผืนในกระเป๋า คุณใช้มันได้”

“คุณบอกว่าคุณไม่เคยมาที่ค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ แต่คุณดูรู้จักร้านอาหารที่ว่านั้นเป็นอย่างดี?”

“ฉันมากับทัวร์นี้บ่อยครั้ง หรือว่าไปแล้วทุกครั้งที่ฉันมาโปแลนด์”

“แต่คุณไม่เคยไปที่ค่ายกักกัน ไม่เข้าชม”

“อย่างที่บอก สำหรับฉัน สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ตายแล้ว มันมีแต่ความเศร้าในนั้น คุณเข้าไปชม ไปรับรู้ความเศร้าของมัน หลังจากนั้น คุณถอนหายใจ พูดกับตนเองว่าโลกนี่ย่ำแย่เพียงใดแล้วกลับไปใช้ชีวิตปกติ ฉันรู้สึกว่านี่คือที่สุดแห่งการท่องเที่ยว เราเข้าไปชมมันแต่ไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของมัน มีสักคนไหมที่เข้าชมในสถานที่แห่งนี้ กลับออกมาและสาบานตนว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อต่อต้านสงคราม ไม่มีเลย เราเป็นผู้ชมอยู่เสมอในโลกปัจจุบัน ภาพยนตร์ ข่าวสาร เรื่องราวน้อยใหญ่ที่ผ่านตาเราบนโทรศัพท์มือถือ แต่เราไม่ยอมปล่อยให้ตนเองเป็นส่วนหนึ่งของมัน เราทำสิ่งเหล่านั้นมากเกินไป มากเกินพอผ่านทางสายตา ดังนั้น ถ้าเป็นการท่องเที่ยวเราควรเป็นส่วนหนึ่งของมัน ไม่ใช่เป็นแต่ผู้ชมเพียงอย่างเดียว”

“การที่คุณไปชมเหมืองวีลิชก้าครั้งแล้วครั้งเล่า แสดงว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของมัน?”

“มันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฉัน แต่มันคือชีวิตฉัน” สาวน้อยทิ้งบุหรี่ลงกับพื้น ใช้ฝ่าเท้าที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าผ้าใบเหยียบก้นบุหรี่จนดับสนิท เธอขยับตัวจะพูดบางสิ่ง แต่มีเสียงกลับมาของลูกทัวร์กลุ่มใหญ่ ไกด์นำทางตะโกนให้ทุกคนขึ้นสู่รถ “ฉันจะเอาผ้าพันคอให้คุณตอนที่เราอยู่ในรถ”

สาวน้อยคนนั้นพูดก่อนเดินนำหน้าเขาขึ้นไปในรถบัสที่ใช้เดินทาง

 

ผ้าพันคอของเธอสีเทา สีเดียวกับท้องฟ้าเบื้องนอก เขากล่าวขอบคุณเธอ ผูกมันไว้รอบคออย่างหลวมๆ สาวน้อยผู้นั้นยิ้มรับก่อนที่เธอจะนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งหนึ่ง ไกด์ประจำคณะเริ่มต้นการบรรยายของเขาอีกครั้ง

“เหมืองเกลือวีลิชก้าเป็นมรดกโลกชิ้นสำคัญของโปแลนด์ เชื่อกันว่ามันถูกค้นพบในศตวรรษที่สิบสาม แรกเริ่มการทำเกลือทำกันที่หน้าดินข้างบนซึ่งมีความเค็มจัด แต่หลังจากเกลือหน้าดินถูกขุดไปทำเกลือจนหมด ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ข้างบนก็คิดถึงการเจาะพื้นดินข้างหลังเพื่อทำเหมืองเกลือ หลังการเจาะและลงสู่ด้านล่างได้สำเร็จ พวกเขาพบกับแหล่งเกลือที่อุดมสมบูรณ์มาก เกลือจากเหมืองแห่งนี้ถูกผลิตกันมาเป็นเวลากว่าหกร้อยปีก่อนที่จะยุติลงในศตวรรษก่อน”

เขาหยิบสมุดบันทึกขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ลงมือบันทึกเรื่องราวจากปากคำของไกด์นำทาง มีรายละเอียดอีกมากที่เขาสนใจ แต่เขาคิดว่ามันสามารถหาเพิ่มเติมได้จากในสถานที่ ถ้าเขาทนอากาศหนาวเย็นเบื้องล่างได้

เวลาหกร้อยปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ เขาคิดถึงปริมาณเกลือที่ถูกนำออกจากเหมืองแห่งนี้ มันน่าจะมากมายจนชวนให้ตื่นตะลึง แต่หากคิดถึงผู้คนในดินแดนแถบนี้ที่อาศัยอยู่ได้ด้วยเกลือจากที่นี่ ผู้คนจำนวนมาก ประชากรจำนวนมากในดินแดนยุโรป แม้ว่าจะถูกทำให้ลดลงในช่วงสงคราม และเขาเชื่อหลายคนที่เคยบริโภคเกลือจากที่นี่ได้ถูกนำตัวไปยังค่ายกักกันที่อยู่ไม่ไกลออกไป

“ไม่ได้” เขาพูดกับตนเอง “การผสมปนเปเรื่องราวสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเข้าด้วยกันคือความสับสน ในฉับพลันนั้น เขาคิดถึงการผสมปนเปเรื่องราวของชีวิตคู่ที่ล่มสลายของเขาเข้ากับความล้มเหลวของตนเอง สองเรื่องนี้อีกเช่นกันดูเป็นเรื่องราวที่อยู่ใกล้เคียงกัน ไม่ห่างกัน ไม่ต่างจากค่ายกักกันเอาช์วิตซ์และเหมืองเกลือวีลิชก้า แต่ต่างกัน ชีวิตคู่ที่ล่มสลายมีที่มาที่ไปแบบหนึ่ง ความล้มเหลวของตนเองก็มีที่มาที่ไปอีกแบบ เขาไม่อาจผูกมันเข้าด้วยกันแบบผสมปนเป

ชีวิตคู่อาจล่มสลายแต่เขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนล้มเหลว

 

รถบัสโดยสารจอดที่ร้านอาหารข้างทาง ทิวทัศน์รอบๆ ชวนให้เพลินตา เพลินใจ มีทิวเขาที่มองเห็นได้จากระยะสายตา เขาลงจากรถโดยสารเป็นคนสุดท้าย เดินตามหลังสาวน้อยผู้นั้นไป เขาแลเห็นร้านขายของที่ระลึกตรงทางเข้า เขาตรงเข้าไปข้างใน ซื้อเสื้อยืดสีขาวตัวหนึ่ง เขาคิดว่าลึกลงไปใต้ดิน ความมืดน่าจะมี การใส่เสื้อผ้าสีขาวน่าจะช่วยนำความสว่างไสวให้กับผู้คนได้บ้าง

ช่างเป็นความคิดที่น่าขันที่เขาคิดถึงผู้อื่นขนาดนั้น คิดถึงอย่างละเอียดลออในขณะที่ก่อนหน้านี้ไม่นานนักเขาเลินเล่อถึงกับลืมคิดถึงสิ่งที่จำเป็นสำหรับตนเอง

หลังออกจากร้าน เขาตรงเข้าไปในส่วนของโต๊ะอาหาร ลูกทัวร์คนอื่นๆ นั่งประจำที่ของพวกเขาเรียบร้อย บางคนกำลังตักซุปแตงกว่าขึ้นกินอย่างเอร็ดอร่อย บางคนกำลังจิ้มไส้กรอกเข้าปากอย่างเพลิดเพลิน

อาหารที่จัดไว้เป็นอาหารพื้นถิ่นของโปแลนด์ ซุปแตงกวา ชีสรมควัน ไส้กรอกรวม ในอาหารเหล่านี้เขาชอบซุปข้าวไรย์ที่ใส่ไข่และไส้กรอกมากที่สุด

เขาตักซุปที่ว่านั้นหนึ่งถ้วยจากโต๊ะกลางที่จัดอาหารไว้สำหรับลูกทัวร์ ก่อนจะมองหาที่นั่งที่ว่าง มีที่นั่งว่างอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง โต๊ะตัวนั้นมีสาวน้อยผู้นั้นนั่งอยู่เพียงผู้เดียว

เขานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ว่าง ประจันหน้ากับสาวน้อยผู้นั้น เขากล่าวขอบคุณเธออีกครั้งที่แนะนำให้เขาซื้อเสื้อยืดที่นี่ เธอยิ้มรับ เขาแลเห็นว่านอกจากถ้วยกาแฟที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าเธอแล้ว เธอไม่มีจานอาหารใดเลย

“คุณไม่ทานอาหาร?”

“ไม่”

“ซุป หรือขนมปังไหม ผมไปจัดการให้ได้”

“ไม่เป็นไร” เธอตอบอย่างออมถ้อยคำ มือขวาของเธอดับบุหรี่ในมือก่อนที่จะดึงบุหรี่จากซองอีกตัวหนึ่งแล้วจุดมันขึ้นสูบ

“คุณทานอาหารน้อยอย่างนี้เสมอหรือ?”

“ไม่ ฉันทานอาหารตามปกติ เว้นแต่ในวันที่ฉันต้องทำพิธีกรรมทางศาสนา ฉันอดอาหารเพื่อให้ร่างกายว่างเปล่า เพื่อที่จะรับสิ่งใหม่เข้าในร่างกายอย่างเต็มที่”

“คุณกำลังจะทำพิธีกรรมทางศาสนา?”

“ใช่ คุณไม่รู้สินะ แน่นอนคุณคงไม่รู้ ลึกลงไปในเหมืองเกลือนั้นมีโบสถ์อยู่แห่งหนึ่ง เป็นโบสถ์ของนักบุญผู้หญิงนามว่านักบุญคิงกา แหวนของเธอถูกพบที่นั่น”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)