
อะไรคือเป้าประสงค์พื้นฐานของการปล่อยแสงในเรื่อง “เลื่อน” โรดแมป “การเลือกตั้ง” ออกไป
เหมือนกับเป็นการลงโทษ “นักเลือกตั้ง”
เหมือนกับจะเป็นการโยน “บาป” ทั้งหมดจากกัมปนาทแห่งระเบิดอันดังขึ้นที่ “ห้องวงษ์สุวรรณ” ไปให้กับ “นักการเมือง”
ทั้งๆที่ก็ไม่แน่ใจว่า “มือระเบิด” เป็นใคร
ยิ่งหากสาวโยงยาวจากระเบิด “ห้องวงษ์สุวรรณ” ไปยังระเบิดเมื่อปี 2550
ยิ่งกลายเป็น “นวนิยาย” ประเภท “ร้อยตอนจบ”
เพราะตำรวจก็ยอมรับเองว่า ตั้งแต่ปี 2550 มายังปี 2560 ยังไม่สามารถจับ “มือระเบิด” ได้
มีแต่ข้อ “สันนิษฐาน” มีแต่ “ความสงสัย”
ในความเป็นจริง การเลื่อน”โรดแมป”โดยคสช.มิได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย
ลองไปฟังเพลง “คืนความสุข” ก็จะเข้าใจ
หลังเดือนพฤษภาคม 2557 ก็กระหึ่มด้วยเสียงร้อง “ขอเวลา อีกไม่นาน”
แต่แล้วกลับกลายเป็น “นานนนนนนนน”
สัมผัสได้จาก “ปฏิญญาโตเกียว” ว่าจะเป็นปี 2559 สัมผัสได้จาก “ปฏิญญานิวยอร์ค” ว่าจะเป็นปี 2560
แต่แล้วก็กลายเป็นปี 2561
อาการจาก “โรคเลื่อน” กลายเป็นสิ่งที่คสช.ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
ยิ่งเป็น “นักเลือกตั้ง” ยิ่งมากด้วยความเข้าใจ
หากฟังจากแกนนำ ไม่ว่าจะจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะจากพรรค ประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะจากพรรคชาติไทยพัฒนา
ต่างรู้สึกเฉยๆ และพร้อมรอคอย
ปัญหาในเรื่อง “โรดแมป” จึงมิได้เป็นปัญหาของ “นักการเมือง”
หากแต่น่าจะเป็นปัญหาของคสช.และของรัฐบาลมากกว่า
สัมผัสได้จากบรรยากาศ 3 ปีรัฐประหาร
บรรยากาศต่างไปจากเดือนพฤษภาคม 2558 ต่างไปจากเดือนพฤษภาคม 2559 พลันที่เดือนพฤษภาคม 2560 เดินทางมาเยือน
ไม่รู้ว่าบรรยากาศในเดือนพฤษภาคม 2561 จะเป็นเช่นใด
