
การปรากฏขึ้นของ “พรรคทหาร” ถือได้ว่าเป็นการปรากฏขึ้นตามวงรอบในทาง “การเมือง”
ไม่ว่าจะมองผ่าน นายไพบูลย์ นิติตะวัน
ไม่ว่าจะมองผ่านการเคลื่อนไหวของ “ทหาร” โดยมี พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ เป็น “ตัวเปิด”
เป็นไปในแบบ “แยกกันเดิน รวมกันตี”
ความหวังก็คือ หากสามารถได้รับเลือกตั้งมาเมื่อประสานเข้ากับ 250 ส.ว.ก็เรียบร้อย
ความหวังในการต่อท่อ “อำนาจ” ก็เป็นจริง
คำถามก็คือ ความหวังเหล่านี้จะยังโชติช่วงชัชวาลหรือไม่เมื่อเข้าสู่สมรภูมิการเลือกตั้งอย่างชนิดหมัดต่อหมัด
กับ ประชาธิปัตย์ กับ เพื่อไทย
ถามว่าพรรคปฏิรูปประเทศของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน เกิดขึ้นได้อย่างไร
คำตอบ คือ 16 ล้านเสียงเมื่อเดือนสิงหาคม 2559
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประเมินว่า 16 ล้านเสียงที่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ คือ คะแนนและความนิยมต่อคสช.
มาถึงเดือนสิงหาคม 2560 ยังเป็นเช่นนั้นอยู่หรือ
ถามว่าการเคลื่อนไหวของพรรคพลังชาติไทยเกิดขึ้นในสถาน การณ์อย่างไร
ตอบว่าต่อยอดจากพลัง 3 ประสาน
1 พลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร อันสร้างชัยชนะให้กับคสช.ในเดือนสิงหาคม 2559 และ 1 ต่อยอดต่อสายเข้าไปยังนักการเมืองโดยพุ่งไปยัง 1 เป้า
เพื่อไทยทาง “อีสาน” ประชาธิปัตย์ทาง “ภาคใต้”
บังเอิญที่ทุกก้าวของการเคลื่อนไหวมิได้รอดพ้นไปจากการเฝ้ามอง ไม่ว่าจะจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะจากพรรคประชาธิปัตย์
พรรคเพื่อไทยอาจจะยังเงียบ-เงียบ
แต่พรรคประชาธิปัตย์เริ่มระมัดระวังเพราะฐานเสียงของตนในภาคใต้เริ่มถูกคุกคาม
บทบาทของ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ จึงเด่นชัด
จำนวนเงิน 5 ล้านล่วงหน้าอาจเย้ายวน ยิ่งเมื่อเสนอ 30 ล้านอยู่ปลายทางยิ่งเย้ายวน
แต่จะสำเร็จตาม “เป้า” หรือไม่ ยังต้อง “ตามไปดู”
