bg-single

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ของปวงชนชาวไทย

07.12.2017

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นพระราชธิดาองค์แรกใน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ (ม.ล.โสมสวลี กิติยากร) ทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ประสูติเมื่อวันที่ 7ธันวาคม 2521 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

k4943654-5

พระปรีชาสามารถและพระวิริยอุตสาหะในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ด้านการใฝ่หาความรู้เป็นที่ประจักษ์ชัดในพระประวัติการศึกษา ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนถึงปัจจุบัน โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงเริ่มศึกษาที่โรงเรียนราชินีในระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ โรงเรียน Heathfield ในเมือง Ascot สหราชอาณาจักร ก่อนที่จะเสด็จกลับมาทรงศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ที่โรงเรียนจิตรลดา

hmtyjt5rj

ในระดับอุดมศึกษา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ทรงศึกษาระดับปริญญาตรีในสองสาขาในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของไทยสองแห่งคือ ปริญญานิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับสอง และปริญญารัฐศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช โดยทรงสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และด้วยพระทัยที่ตั้งมั่นและพระวิริยอุตสาหะในพระองค์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงขอทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “สัญญาธรรมศักดิ์ประเภทนักศึกษากฎหมายดีเด่นประจำปี 2544” แห่งคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเทิดพระเกียรติและพระปรีชาญาณ

k3933026-18

ในปีเดียวกันนั้นเอง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เสด็จไปทรงศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยคอร์แนล เมืองอิทากา มลรัฐนิวยอร์ก ซึ่งป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy Leagueอันมีชื่อเสียงของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทรงใช้เวลาศึกษาในระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ (LL.M.) เพียง 1 ปีจากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต ด้านนิติศาสตร์ (J.S.D.) เป็นเวลา 3 ปีโดยในช่วงเวลาดังกล่าว ทรงทุ่มเทพระวิริยอุตสาหะในการค้นคว้าวิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลต่างๆด้านกฎหมายเพื่อนำมาประกอบในการทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “สู่ความยุติธรรมอย่างเสมอภาค : การคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหา และจำเลยในกระบวนยุติธรรมทางอาญาของไทย โดยศึกษาเปรียบเทียบกับระบบของประเทศฝรั่งเศส และประเทศสหรัฐอเมริกา” ในระหว่างที่ทรงศึกษาปริญญาเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นเอง พระองค์ยังทรงศึกษากฎหมายที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาที่ประเทศไทยควบคู่กันไป ด้วยพระอัจฉริยภาพและผลแห่งความพากเพียรทำให้ทรงสำเร็จการศึกษาทั้งดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา และทรงเป็นเนติบัณฑิตไทย พร้อมกันในปี2548

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงสนพระทัยรวมทั้งทรงติดตามและเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้านกฎหมาย และการต่างประเทศมาโดยตลอดทั้งในระหว่างที่ยังทรงศึกษาอยู่ และเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว

umjyjej6

ในระหว่างที่ทรงศึกษาระดับปริญญาโทและเอก พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ทรงฝึกงานกับบริษัทที่ปรึกษากฎหมายชั้นนำของประเทศสหรัฐอเมริกา ในกรุงวอชิงตัน โดยทรงให้คำแนะนำเกี่ยวกับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนั้นยังได้ทรงฝึกงานกับสำนักงานอัยการประจำนครนิวยอร์ก (The Office of the District Attorney of New York) โดยทรงศึกษาขั้นตอนการจับกุมและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีกทั้งได้ทรงฝึกปฏิบัติการสืบพยาน การหาหลักฐาน การเขียนสำนวนฟ้อง และการว่าความตามกฎหมายสหรัฐฯ อันเป็นการเพิ่มพูนพระปรีชาญาณในด้านกฎหมายอาญาเป็นอย่างมาก

เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคอร์แนลในปี 2548 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชานุญาตให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะเลขานุการเอก ประจำคณะทูตถาวรแห่งประเทศไทยประจำสหประชาชาติณ นครนิวยอร์ก ในระหว่างปี2548 – 2549 ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในพระเจ้าหลานเธอฯ ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการสั่งสมประสบการณ์ในการเจรจาการทูตพหุภาคี เพื่อผลักดันประเด็นที่เป็นบรรทัดฐานระหว่างประเทศ อันจะมีผลต่อกระบวนการพัฒนากฎหมายภายในประเทศต่อไป

kkk_9241

ตลอดระยะเวลาที่ทรงประจำการอยู่ ณ คณะทูตถาวรฯ ณ นครนิวยอร์กพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะนักการทูตด้วยความเป็นผู้นำและเสียสละ อุทิศทุ่มเท ด้วยพระอัธยาศัยและพระจริยวัตรอันงามสง่า ประกอบกับพระปรีชาสามารถ พระปฏิภาณไหวพริบเป็นที่ประจักษ์แก่ชาวต่างชาติ ช่วยเพิ่มพูนบทบาทและเกียรติภูมิของประเทศไทย รวมทั้งได้นำความก้าวหน้ามาสู่การทูตพหุภาคีของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม พระภารกิจที่ทรงปฏิบัติในฐานะนักการทูต มีมากมายหลาย ประการ ตัวอย่างดังต่อไปนี้

1.ทรงเป็นองค์ผู้แทนประเทศไทย ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) สมัยที่ 60 ณ นครนิวยอร์ก โดยทรงรับผิดชอบงานในกรอบคณะกรรมการที่ 3 (Third Committee) ได้แก่ เรื่องการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา สิทธิมนุษยชนผู้อพยพ การย้ายถิ่นฐาน และคณะกรรมการที่ 6 (Sixth Committee) ได้แก่ เรื่องกฎหมายทะเล กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อผลประโยชน์และการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น ในช่วงเวลาดังกล่าวพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานข้อคิดเห็นและข้อสังเกตให้แก่คณะทูตถาวรฯ และกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณา อันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการกำหนดท่าทีของประเทศไทยในประเด็นที่สำคัญต่างๆ

t5dl0635-690x545

2.พระปรีชาสามารถในการเจรจาการทูตพหุภาคี (Multilateral Diplomacy) ในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้เป็นที่ประจักษ์อย่างชัดเจนเมื่อประเทศไทยเสนอร่างข้อมติ(Draft Resolution) ต่อที่ประชุมคณะกรรมการที่ 3 ในเรื่อง “การติดตามผลการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา ครั้งที่ 11” (Follow-upto the Eleventh United Nations Congress on Crime Prevention and Criminal Justice) ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อปี2548 โดยทรงร่วมยกร่างข้อมติและทรงใช้พระปฏิภาณไหวพริบทางการทูตร่วม เจรจากับนักการทูตชาติอื่นๆ เพื่อผลักดันให้มีการรับรอง “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) แนบท้ายร่างข้อมติดังกล่าว นำไปสู่การรับรองข้อมติสมัชชาสหประชาชาติที่ 60/177 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2548 โดยฉันทามติ อันเป็นผลสำเร็จครั้งสำคัญในการผลักดันการทูตเชิงรุก และสร้างสรรค์ของประเทศไทยในเวทีโลก และนับจากนั้นเป็นต้นมา พระเจ้าหลานเธอฯ ก็ทรงให้ความสนพระทัยกับงานของสหประชาชาติในด้านนี้อย่างต่อเนื่อง ในปี 2549 พระเจ้าหลานเธอฯ เสด็จกลับประเทศไทยเพื่อทรงงาน ณ สำนักงานอัยการสูงสุด อันจะนำคุณูปการมาสู่การพัฒนากฎหมายและการพัฒนาระบบพิจารณาความอาญาของไทยในอนาคต

นอกเหนือจากทรงรับราชการด้านกฎหมายและการต่างประเทศแล้วพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังทรงโปรดฯให้จัดตั้งโครงการอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากขึ้น เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนเป็นมูลนิธิดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบันนอกจากนี้ยังทรงรับมูลนิธิกุมารโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไว้ในพระอุปถัมภ์ตลอดจนทรงริเริ่มโครงการต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่บ้านกำแมด จังหวัดอุดรธานี เพื่อที่จะพัฒนาหมู่บ้านนี้ให้เป็นชุมชนต้นแบบในการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนชาวไทย

dsc_2290-1

ในวันที่ 13 ธันวาคม 2554 ได้มีการประชุมของคณะกรรมาธิการการป้องกันอาชญากรรม และความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 20 โดยการประชุมในวันนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 20 ซึ่งมีวาระในการรับรองรายงานร่างมติต่าง ๆ และการลงมติรับรองคณะผู้บริหารของคณะกรรมาธิการฯ ชุดใหม่ ซึ่งเป็นสมัยที่ 21 ที่จะดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 1 ปีเพื่อเป็นประธานการประชุมในด้านที่เกี่ยวกับภารกิจของคณะกรรมาธิการการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา หรือ CCPCJ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา สมัยที่ 21 โดยจะทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 จนถึงเดือนธันวาคม 2555

ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ด้านการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของสังคมและประเทศชาติ จึงถือเป็นความภาคภูมิใจของปวงชนชาวไทยที่พระเจ้าหลานเธอฯ ทรงมีพระอัจฉริยภาพเป็นที่ยอมรับในระดับนานาประเทศ

rthrthesh4h

สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมกันถวายการสดุดีแด่พระเจ้าหลานเธอฯ ในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” เพื่อเป็นกำลังใจให้ทรงมีพระวิริยะสืบสานพระภารกิจอันทรงคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศสืบไป

เรียบเรียงจาก : เอกสารการรวบรวมผลงานผ่านมาที่พระเจ้าหลานเธอฯ ทรงงาน ผ่านโครงการกำลังใจและโครงการในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดย สำนักกิจการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กระทรวงยุติธรรม มีนาคม 2555



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุยกับผู้กำกับซีรีส์ ‘ทนายปีศาจ’ เมื่อ ‘อำนาจ’ มองเห็น ‘รูโหว่’ ใน ‘โครงสร้างที่ไม่ถูกถ่วงดุล’
เลือกผู้ว่าฯ กทม.เลือกคนกล้าหักดิบทุจริตคอร์รัปชั่น
รวมพลังจิตอาสาพัฒนาผืนป่าเขาขยาย จังหวัดชัยนาท
“พิชัย” กล่าวในเวทีสากล จี้ “ศุภจี” เร่งเจรจา FTA ระหว่าง ไทย-อียู ให้เสร็จจะได้มีผลงาน หลัง FTA ไทย – EFTA และไทย-ภูฏาน ที่ลงนามต้นปี 68 สมัยนายกฯ แพทองธาร ผ่านสภา
การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่กำลังจะมาถึง ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้ประกันตน
ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
คาร์ล – เจนนี่ด้วยรักและอุดมการณ์มาร์กซ์ – เองเกลส์สหายรัก – ร่วมอุดมการณ์
อสังหาฯ กลางปี 2569
719 ทัพไทยสู้ศึกเอเชี่ยนเกมส์ เป้าหมาย 12 ทองวัดระบบที่ยั่งยืน
มะระแม้ว ของดีเพื่อชาวโลก
กำกับและตัดต่อ
ข้าวหมูทอดทงคัตสึ