
อาการหวาดกลัวต่อ “การเลือกตั้ง” อันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ภายในสังคมไทย นับวันยิ่งสยดสยอง พองเกล้า
หากมองไปยัง “นักการเมือง”
อาจเป็นเพราะพ่ายแพ้ในสนาม “เลือกตั้ง” มาอย่างต่อเนื่องจึงย่อมบังเกิดอาการขวัญผวา
ถึงกับไปหนุน “อำนาจ” นอกระบบ นอก “กติกา”
อย่างที่เห็นๆตะโกนโหวกเหวกช่วงก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549
รวมที่ถึงกับเล่นบท”ชัตดาวน์”ในปี 2557
นักการเมืองและพรรคการเมืองบางคน บางพรรคอาจเป็นเช่นนั้น แต่ความหวาดกลัวต่อ”การเลือกตั้ง”ในขณะนี้หนักยิ่งกว่า
เป็นความกลัวจาก “นักรัฐประหาร”
กรณีที่มีการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญในที่ประชุมสปช.เมื่อเดือนกันยายน 2558
อาจได้รับการไขจาก นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ว่า
“เขาอยากอยู่ยาว”
แต่หลังจากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ด้วยคะแนนท่วมท้นมากกว่า 16 ล้านเสียง กระทั่งสามารถ ประกาศและบังคับใช้ในเดือนเมษายน 2560
เหตุใดบทสรุปที่ว่า “เขาอยากอยู่ยาว”ยังสำแดงฤทธิ์เดชอยู่
เป็นการสำแดงฤทธิ์เดชโดยพยายามหลีกเลี่ยงและยื้อ”การเลือกตั้ง”ให้ทอดยาวออกไปอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช
เหตุใดจึงกลัวอย่างชนิดขนพอง สยองเกล้าขนาดนั้น
อย่าว่าแต่พรรคประชาธิปัตย์เลยที่ไม่เข้าใจ แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคชาติไทยพัฒนา
ก็ไม่สามารถวินิจฉัยออกมาได้
สะท้อนให้เห็นว่าพลานุภาพของ “รัฐธรรมนูญ” ไม่สามารถประโลมและสร้างความมั่นใจได้เลยอย่างนั้นหรือ
“ล็อก”จึงยังไม่ยอมปลดให้”พรรคการเมือง”
ยิ่งกว่านั้น ยังมีความพยายามทำให้ยุ่งมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการแก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองที่ยังมิได้มีการปฏิบัติอันเด่นชัดว่าเท่ากับเป็นการยื้อ เตะถ่วง
ทำไมจึงกลัว”การเลือกตั้ง”มากมายอย่างนี้
ทำไม “นักรัฐประหาร”จึงขาดความมั่นใจในศักยภาพของตนถึงเพียงนี้ได้
