bg-single

‘รธน.กลางแดด’ ในไทม์ไลน์เลือกตั้ง | เมนูข้อมูล (ลับ)

19.09.2025

 ​ เมนูข้อมูล (ลับ) | สุชาติ ศรีสุวรรณ

‘รธน.กลางแดด’

ในไทม์ไลน์เลือกตั้ง

“ฉลาด” หรือ “โง่” เป็น “หนูน้อยอ่อนหัด” หรือ “ตัวแสบแห่งวงการ” ยังเป็นคำถามและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อ “พรรคประชาชน” ที่เลือกโหวตให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี จนเป็นที่ขัดอกขัดใจ “พลพรรคเพื่อไทย” จนก่ออาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงกันเป็นแถว

กระทั่งภายในพรรคเอง แม้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าเท้ง” จะยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าช่วยกันคิดอย่างรอบคอบ และดีที่สุด แต่กระทั่งสมาชิก และด้อมพรรคจำนวนไม่น้อยที่ไม่คล้อยเชื่อไปด้วย

เหตุก็เพราะชัดเจนตั้งแต่หลังเลือกตั้งที่ “พรรคก้าวไกล” ได้ ส.ส.มากที่สุด ผู้แสดงตนว่าต่อต้านคือ “พรรคภูมิใจไทย” โดย “อนุทิน” ชูธงรบด้วยตัวเอง ก่อความแค้นแน่นหนักจนเกินกว่าจะปลดเพื่อพลิกกลับมาสนับสนุนได้

แต่ก็นั่นแหละ ประสบการณ์ที่ต้องต่อสู้มาหนักหน่วงตลอดตั้งแต่ “อนาคตใหม่” มา “ก้าวไกล” จนถึง “พรรคประชาชน” วันนี้ ดูเหมือนว่า “กลุ่มนำ” คงถูกสถานการณ์เคี่ยวกรำจนตกผลึกแล้วว่า “การเมืองประเทศนี้ต้องเล่นโดยประเมินสถานการณ์เฉพาะหน้าแล้วตัดสินใจโดยชั่งน้ำหนักว่าเลือกอะไรจึงจะเป็นเงื่อนไขนำพาสู่เป้าหมายได้มากที่สุดเท่านั้น มัวไปหลงอยู่กับความรัก ความแค้นที่ผ่านมาไม่ได้

“อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “ภูมิใจไทย” เป็นตัวเลือกที่จะสร้าง “ปรากฏการณ์” ที่เปิดโอกาสสู่การปักธงแห่งความสำเร็จให้ “พรรคประชาชน” อย่างน่าลองเสี่ยงสักตั้ง

ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่สุดแล้ว เป้าหมายของพรรคการเมืองคือ “จัดตั้งรัฐบาล ครองอำนาจรัฐ” หรืออย่างน้อยได้มีส่วนร่วมใน “ศูนย์กลางอำนาจ”

แม้แต่ “พรรคประชาชน” ก็ไม่ยกเว้น

เพียงแต่ความเป็นจริงการเมืองไทยที่ถูกควบคุมด้วย “กลไกการสืบทอดอำนาจ” ทำให้ “พรรคประชาชน” ต้องแบกน้ำหนัก ออกแรงมากกว่าพรรคอื่น

อย่างที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อธิบายไว้ให้เข้าใจง่ายๆ ว่าการตั้งรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีสำหรับประเทศนี้ต้องมี “ใบอนุญาต 2 ใบ”

“ใบแรก” ประชาชนเลือกเข้ามา “ใบที่สอง” จากการอนุมัติของผู้มีอำนาจที่ไม่ปรากฏตัว ที่ถึงวันนี้มีชื่อขานให้เข้าใจมากมาย ทั้ง “รัฐพันลึก-ผู้กำหนดเกม-ผู้สืบทอดอำนาจนิยม-ขบวนการหลังม่านการเมือง” และอะไรต่ออะไรอีกหลายหลากที่จะทำให้เข้าใจว่าเป็นกระบวนการที่ไม่ยึดโยงและดูเดียดฉันท์ต่ออำนาจประชาชน

พรรคการเมืองไม่ว่าจะได้การสนับสนุนด้วยศรัทธาประชาชนท่วมท้นเพียงใดก็ตาม หากไม่มี “ใบอนุญาตที่ 2” ย่อมถูกจัดการให้หมดสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในอำนาจรัฐอย่างไม่เป็นท่า ไม่แค่หมดสภา ด้วยเรียกร้อง โวยวายไปก็เท่านั้น เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ ซ้ำยังเป็นเป้าถูกจัดการทำลายได้ง่ายๆ ชนิดตาค้างครั้งแล้วครั้งเล่ากับเหตุผลที่ยกมาอธิบายให้จำยอมรับ

พลานุภาพหลักที่ทำให้ “ใบอนุญาตที่ 2” ศักดิ์สิทธิ์คือ “รัฐธรรมนูญ 2560” กฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งใส่ “บทบัญญัติ” ที่มอบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไว้ให้คณะบุคคลที่สถาปนาขึ้นมาเพื่อเป็น “ผู้อนุมัติใบอนุญาตที่ 2” หรือ “ออกคำสั่งจัดการอำนาจทางการเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในทุกมิติ” เพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ที่เหนือกว่า “อำนาจประชาชน” นั้นไว้

พรรคการเมืองต่างเรียนรู้ว่า โอกาสเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจ นอกจากทำให้ “มี ส.ส.มากพอที่จะเป็นโควต้าต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี หรือมากพอที่จะเป็นแกนรวบรวมนำสู่การจัดตั้งรัฐบาลแล้ว จะต้องสร้างศักยภาพในการเคลียร์ให้ได้รับใบอนุญาตที่ 2 ด้วย และพิสูจน์แล้วว่าสำคัญเสียยิ่งกว่าใบอนุญาตที่ 1 ที่ประชาชนเป็นผู้ออกให้”

“พรรคประชาชน” ที่อวตารมาจาก “อนาคตใหม่-ก้าวไกล” รับชะตากรรมจากความเป็นจริงนี้มาครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำยังรู้ว่าไม่ว่า “ใบอนุญาตที่ 1” จะได้รับมาอย่างน่าภาคภูมิใจในศรัทธาความน่าเชื่อถือที่ประชาชนมอบคะแนนนิยมให้ท่วมท้นแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่มีทางเลยที่อุดมการณ์ของพรรค และท่วงทำนองการทำงานการเมืองของเหล่าสมาชิกจะมีโอกาสได้รับใบอนุญาตที่ 2

การเลือกประกาศต่อสู้เพื่อล้มเลิกอำนาจและผลประโยชน์ผูกขาด ที่สร้างความเหลื่อมล้ำมาเป็นอุปสรรคการพัฒนาโอกาสที่เท่าเทียมของประชาชน คือการฝืนและทำลายที่ท้าทายที่ปิดหนทางที่จะได้รับใบอนุญาตที่ 2 อย่างสิ้นเชิง

หนทางเดียวที่จะสร้างโอกาสเข้าสู่อำนาจรัฐได้ “พรรคประชาชน” ต้องลบสลายความศักดิ์สิทธิ์ของ “ใบอนุญาตที่ 2”

นั่นคือ ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในกฎหมายสูงสุดของประเทศ คือ “รัฐธรรมนูญ” โดยปรับบทบัญญัติ คืนความศักดิ์สิทธิ์ให้ “อำนาจประชาชน” สลายกลไกสถาปนาที่มาใช้กดข่ม ทำลายพรรคการเมือง และนักการเมืองที่มาจากอำนาจประชาชน หรือทำให้องค์กรทั้งหลายเหล่านี้ มีหน้าที่เฉพาะที่ควรเชี่ยวชาญ ไม่ใช่ใช้อำนาจได้ครอบจักรวาล ถึงขั้นกล้าที่จะสถาปนาอำนาจเพิ่มให้ตัวเอง จนนักกฎหมายที่ยึดมั่นใน “นิติรัฐ-นิติธรรม” ขากรรไกค้างพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันถ้วนทั่ว เหมือนที่เป็นมา

วิธีการมีหนทางเดียวคือ สร้างเงื่อนไขให้มีการ “วิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญ 2560 อย่างจริงจัง กว้างขวาง และลงลึกถึงอันตรายของการอยู่ร่วมกันภายใต้การบังคับของฎหมายและกลไกแบบนี้”

โดยทำให้โอกาสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีกำหนดการ หรือ “ไทม์ไลน์” ที่ชัดเจน พร้อมแผนดำเนินการที่หวังได้มากที่สุดในความสำเร็จ

“MOA” ที่ใช้โหวตส่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” ขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี แล้วถอยออกมาเป็นผู้ตรวจสอบ ควบคุม ในฐานะ “ผู้กำหนดกติกาเกม” คือแผนการที่ “พรรคประชาชน” เชื่อว่าเป็นโอกาสสร้างความเปลี่ยนแปลงนำสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จมากที่สุด

เมื่อ “ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า” เป็นเป้าหมายของทุกพรรคการเมือง ความหวังของ “ภูมิใจไทย” คือเป็น “แกนนำจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง” เพราะโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ เช่นนี้ มาถึงแล้ว

นั่นแปลว่าอย่างน้อยต้องไม่ให้จำนวน ส.ส.อยู่ในอันดับที่น่าเกลียดเกินไปสำหรับพรรคแกนนำรัฐบาล และหากจะได้คะแนนพรรคหรือปาตี้ลิสต์ระดับสะท้อนความนิยมของประชาชนบ้างก็ยิ่งดี

ทั้ง “เนวิน ชิดชอบ” และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ย่อมเปี่ยมด้วยไหวพริบปฏิภาณจะรู้ว่า แค่ “คะแนนจากระบบบ้านใหญ่อุปถัมภ์ เลี้ยงดูผู้สมัครขาใหญ่ในเขตเลือกตั้ง แม้ครั้งนี้จะโชว์เหนือได้มากกว่าพรรคอื่น แต่หากจะให้ภาพเป็นพรรคที่เหมาะกับการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะต้องสร้างคะแนนกระแสให้สำเร็จ อย่างน้อยในระดับที่กองเชียร์ป่าวร้องได้โดยไม่กระดากปาก”

สร้างผลงานโดยเร่ง “ประชานิยม” อย่าง “โครงการคนละครึ่ง” ก็ทางหนึ่ง แต่ที่จะเป็นเนื้อเป็นหนังสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นคือ “มั่นคงในสัญญา” นำเดินตามไทม์ไลน์ของ MOA โดยมิพักให้ “พรรคประชาชน” ต้องทวงถาม

4 เดือน “ยุบสภา” อีก “4 เดือน” จัดเลือกตั้ง เป็น 8 เดือนที่ “พรรคภูมิใจไทย” ใช้สร้างคะแนนกระแสได้เต็มที่ทั้ง “สร้างผลงานให้เข้าตาประชาชน-สร้างเครดิตให้ผู้นำพรรคมีภาพของ “ผู้มั่นคงในสัญญาประชาคม” เชื่อถือได้

สำหรับ “พรรคประชาชน” การโยน “รัฐธรรมนูญ 2560” และ “องค์กรสถาปนาตามรัฐธรรมนูญ” มาแผ่หลา เปล่าเปลือยให้ผู้คนช่วยกันมองทุกซอกทุกมุม ชวนกันชี้ให้เห็นว่า “ต้องเปลี่ยนแปลง”

คือโอกาสสู่เป้าหมายของการทำพรรคการเมืองให้ประสบความสำเร็จ

ที่จังหวะเหมาะเจาะเช่นนี้ ยากจะเกิดขึ้นอีก

“โง่” หรือ “แพรวพราว” พิสูจน์ด้วยเวลาทุกนาทีนับจากนี้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เด็ด ดอกไม้ สะเทือน ดวงดาว กับ “นาม”ของคน “เงา”แห่งไม้
Believe it or not | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
หมอมือเทวดา : อยากเก่งต้องทำงานไม่หยุด
กะลาแลนด์ (4)
ปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ โจทย์ใหญ่ ‘ศธ.’ ปฏิรูปการศึกษา
หญิงตั้งครรภ์ คือสุดยอดนักกีฬาอึด อดทน
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (2)
กระแสธุรกิจจีนสู่ไทย : จับมือพันธมิตร
คุยกับทูต | วิคเตอร์ เซเมนอฟ ยูเครน : พลังแห่งความยืนหยัด สู่ความหวังแห่งสันติภาพ (1)
ปีที่ 79
นางสีดา ‘รอยไถ’ แห่งความมั่งคั่ง ในการค้าโลกข้ามสมุทร
น้ำเชื้อ จุกอุด และเกมแห่งการสืบพันธุ์