bg-single

‘4 เดือน’ ยุบ-‘4 ปี’ ยึด ‘สีน้ำเงิน’ ยิ่งใหญ่ | เมนูข้อมูล(ลับ)

03.10.2025

เมนูข้อมูล(ลับ) | สุชาติ ศรีสุวรรณ

‘4 เดือน’ ยุบ-‘4 ปี’ ยึด

‘สีน้ำเงิน’ ยิ่งใหญ่

เหมือนกับว่าเมื่อสถานการณ์ “บุญพา วาสนาส่ง” เกิดขึ้นกับใคร ทุกสิ่งอย่างที่ปรากฏรายรอบดูโอบเอื้อนำสู่ความรุ่งเรืองสำเร็จโดยที่แทบไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยอ่อน

“พรรคภูมิใจไทย” ที่มี “อนุทิน ชาญวีรกูล” สวมหัวโขนถือธงนำ มี “เนวิน ชิดชอบ” เป็นเจ้าคุ้ม กุนซือใหญ่ ยามนี้เป็นเช่นนั้น

ทุกเหตุการณ์ที่อุบัติ ส่งผลเป็นคุณล้นหลามให้ทุกความปรารถนาประสบความสำเร็จดังมหาเทพดลบันดาล

การเข้ากุมอำนาจรัฐการเมืองไทยที่ดูยากเย็นยิ่ง เพราะต้องถึงพร้อมด้วยองค์ประกอบที่พิสดารกว่าประเทศอื่นหลายเท่า

แต่เมื่อเวลาแห่งวาสนามาถึง “เสี่ยหนู-หัวหน้าพรรค 69 เสียง” ได้ขึ้นเป็น “นายกรัฐมนตรี” แบบใครไม่เชื่อไม่ได้ เพราะฝ่าทุกอุปสรรคฉลุยเหมือนเทพเทวา ฟ้าลิขิตไว้เรียบร้อยแล้ว

เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่มี ส.ส.ยกมือสนับสนุนกว่า 300 เสียงเกินครึ่งสภาไปมโหฬาร ท่ามกลางการควบคุมของ “ฝ่ายค้านเสียงข้างมาก” ที่แบ่งฝ่ายไล่ถล่มกันเองเละ จน “นายกฯ เสียงข้างน้อย” เดินยิ้มมีความสุขได้ทุกเวลานาที ด้วยไม่มีแรงกดดันใดมาทำให้ต้องไหวหวั่น

ทุกความเป็นไปล้วนเกื้อกูลให้เป็นฝ่ายรุกที่มีพลังบวกเหนือทุกกรณี ขณะที่ฝ่ายค้านที่แตกคอต้องอยู่ในสภาพตึงเครียดของฝ่ายรับที่เผชิญเงื่อนไขที่เป็นพลังลบหนักหน่วง

ถึงวันนี้ บรรดา “กูรูการเมือง” ทุกสถาบันประสานเสียงเป็นหนึ่งเดียวว่า “4 ปี หลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลที่ไม่มีทางเป็นอื่น”

ประเมินกันด้วยปัจจัยพื้นฐานของการเมืองไทยแบบพิสูจน์ได้ด้วยประวัติศาสตร์ชัดเจนว่า

พรรคการเมืองที่จะชนะการเลือกตั้ง ขึ้นอยู่กับ “2 ฐานคะแนน”

หนึ่ง จาก “เครือข่ายบ้านใหญ่อุปถัมภ์” ที่อาศัยคอนเน็กชั่น ความสัมพันธ์แลกกันด้วยใจและผลประโยชน์

สอง คะแนนจาก “กระแสนิยม” ที่ได้มาด้วยการเลือกข้างทางความคิด ความเชื่อว่าเอนเอียงหรือตั้งมั่นในทางเดียวกัน เป็นพวกเดียวกัน

ในฐานแรก เมื่อ “พรรคเพื่อไทย” เดินพลาด พลัดหลุดจากทางอำนาจด้วยสภาพที่พาให้สงสัยว่าดิ่งเหวสาหัส กู้กันไหวหรือไม่

“ภูมิใจไทย” เปิดฉากเกมรุกอย่างเร็ว และเหมือนเป้าหมายดูจะกินทุกพื้นที่เขตเลือกตั้งในทุกภาค ที่สำคัญคือสถานภาพวันนี้ของ “ภูมิใจไทย” ชัดเจนว่าน่าจะเป็น “หนึ่งเดียว” ในโอกาสชัยชนะใน “ฐานบ้านใหญ่” ที่ล้วนแล้วคือ “เซียน” ที่สายตาไม่ยอมพลาดจากการเกาะเกี่ยวผลประโยชน์

การเลือกตั้งแบบ “ส.ส.เขตละคน” บรรยากาศการลงสมัครคล้ายกับว่า “แต่ละพรรคมีคนที่จะลงมาสู้กันคึกคัก” แต่หากตามใกล้ชิดแล้วจะรู้ว่า “กระบี่มือหนึ่ง” ของแต่ละพื้นที่ล้วนเต็มใจที่จะสวมเสื้อ “สีน้ำเงิน” เพื่อความมั่นใจที่มากกว่า

ที่คิดว่าตัวเองเป็น “มือดี” ที่เหลือต่างหากที่ต้องยอมใส่เสื้อสีอื่นด้วยความจำเป็นที่แตกต่างกันไป

แน่นอน ที่สุดแล้ว “ใครแพ้ใครชนะ” ขึ้นอยู่กับพลัง กระบวนท่า และประสิทธิภาพของอาวุธในการปะทะช่วงหาเสียง แต่หากถามว่า “ใครเป็นต่อ” คงไม่ต้องคิดนานในการหาคำตอบ

มาถึง “คะแนนกระแส” ที่ขึ้นอยู่กับความนิยมในความคิด ความเชื่อ และความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ปีกคือ “อนุรักษนิยม” กับ “เสรีนิยมประชาธิปไตย”

แน่นอน! ว่า “เสรีนิยม” เป็นฐานใหญ่กว่า แต่ “อนุรักษนิยม” ก็ไม่น้อย เพียงการเลือกตั้งครั้งก่อนกระจัดกระจายไปหลายพรรค โดยเฉพาะถูกยึดกุมด้วย “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ที่อาศัยภาพ “อำนาจนิยม” ของ “ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” รวบเสียงส่วนใหญ่ไว้

แต่วันนี้ทุกพรรคในปีกนี้ดูจะหมดสภาพกันถ้วนทั่ว ขณะที่ “ภูมิใจไทย” กลับฉกฉวย “กระแสรักชาติ” ด้วยการเปิดเกมเล่นกับมอตโต “ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด” มาก่อนใคร ตอกย้ำด้วย “นายกฯ อนุทิน” สร้างความเชื่อชัดเจนว่าเป็น “หนึ่งเดียวกับปฏิบัติการของแม่ทัพที่ชายแดน” กวาดความรู้สึกว่า “พวกเดียวกัน” มาให้ “ภูมิใจไทย” แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย กระทั่งเกิดความเชื่อว่า คะแนนกระแสในปีกนี้จะเทมาให้ท่วมท้น

และเมื่อเสริมกับการเปิดเกมรุกด้วย “ประชามติ ยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา” ที่ปลุกชาตินิยมได้อย่างเป็นรูปธรรม กระทั่งมีโอกาสกลบฝัง “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่วันนี้เริ่มมีการก่อกระบวนการต่อต้านจาก “ฝ่ายคนดีสืบทอดอำนาจ” อันจะสร้างผลกระทบให้ “พรรคประชาชน” ต้องทำงานหนัก ที่จะต้องพยายามสร้างความเข้าใจกับประชาชนทำไมถึงจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โอกาสที่ “พรรคประชาชน” ภายใต้แคนดิเดตนายกฯ ชื่อ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” จะดิ้นไม่หลุดจากความหงุดหงิดของแนวร่วมที่มองว่า “ไร้เดียงสา” ต่อการนำพรรค จากการตัดสินใจสนับสนุน “อนุทิน” เป็นนายกฯ มีความเป็นไปได้ที่จะกระทบต่อผลการเลือกตั้ง

ในฐานกระแสนี้ หากวัดจาก “ผลโพลล่าสุด” ชื่อชั้นของ “อนุทิน” พุ่งพรวดขึ้นมาจากที่ไม่เคยมีราคา กลายเป็นยืนยิ้มร่าอยู่แถวหน้าแซงหัวหน้าพรรคคนอื่นฉลุย มาเป็นคู่แข่งที่ไหล่เบียดหัวหน้าพรรคประชาชนเป็นครั้งแรกแล้ว ขณะมีความเชื่อเสียด้วยว่าการสำรวจครั้งต่อไป จะชัดเจนยิ่งกว่านี้

นั่นเป็นด้านผลการเลือกตั้ง ซึ่งหากมองด้วยความหมายของ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ย่อมสรุปได้ว่า “เส้นทางสู่การครองอำนาจรัฐ” ขั้นแรกคือ “ใบอนุญาตที่ 1” จากอำนาจประชาชน

“พรรคภูมิไทย” มีโอกาสสูงยิ่งที่จะมีความชอบธรรมในการครอบครอง ถึงที่สุดแล้วแม้จะยังสู้ “พรรคประชาชน” ไม่ได้ แต่อยู่ในฐานะที่ไม่น่าเกลียดในการอ้างสิทธิ์

และเมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินกันด้วย “ใบอนุญาตที่ 2” ในนิยามของ “อาจารย์ปิยบุตร” ชัดเจนว่า ชั่วโมงนี้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็น “ขุนพลหนึ่งเดียว” ที่ได้รับสถาปนาให้เป็นตัวเลือกอย่างไม่มีใครจะขึ้นมา “ชิงแข่ง”

“แก้รัฐธรรมนูญ” ที่ “พรรคประชาชน” จะใช้เป็นโอกาสก้าวข้าม “ใบอนุญาตที่ 2” นับวันยิ่งเห็น “ความเป็นไปไม่ได้” ด้วย “กล่องดวงใจ” ที่เรียกว่า “ศาลรัฐธรรมนูญ” อันเป็นเป้าหมายที่พรรคประชาชนต้องหาทางลดบทบาท ได้แสดงให้เห็นชัดเจนใน “อำนาจ” ที่สามารถจัดการทุกอย่างไว้ในกรอบอันบังคับใช้ได้เด็ดขาด สั่งได้หมด ว่า “ทำประชามติกี่ครั้ง เรื่องอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ สั่งได้แม้แต่เรื่องที่ไม่มีใครขอให้สั่ง”

แม้ “อนุทิน” จะประกาศยืนหยัดในสัญญา “4 เดือนยุบสภา” กำหนดไม่เกิน 31 มกราคม 2569 แต่ถึงวันนี้ชัดเจนว่า “4 ปีหลังเลือกตั้ง” การควบคุมอำนาจรัฐจะไม่เป็นอื่น

ที่สำคัญคือนับวันยิ่งแน่นอนว่า อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ของระบอบประชาธิปไตย “บริหาร”-“นิติบัญญัติ”-“ตุลาการ (ในภาคปฏิบัติการนิติสงคราม)” ล้วนส่องประกาย “สีน้ำเงิน” โดดเด่น ชัดเจน มั่นคง มากขึ้น



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | เด็ด ดอกไม้ สะเทือน ดวงดาว กับ “นาม”ของคน “เงา”แห่งไม้
Believe it or not | สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
หมอมือเทวดา : อยากเก่งต้องทำงานไม่หยุด
กะลาแลนด์ (4)
ปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ โจทย์ใหญ่ ‘ศธ.’ ปฏิรูปการศึกษา
หญิงตั้งครรภ์ คือสุดยอดนักกีฬาอึด อดทน
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (2)
กระแสธุรกิจจีนสู่ไทย : จับมือพันธมิตร
คุยกับทูต | วิคเตอร์ เซเมนอฟ ยูเครน : พลังแห่งความยืนหยัด สู่ความหวังแห่งสันติภาพ (1)
ปีที่ 79
นางสีดา ‘รอยไถ’ แห่งความมั่งคั่ง ในการค้าโลกข้ามสมุทร
น้ำเชื้อ จุกอุด และเกมแห่งการสืบพันธุ์