bg-single

‘บิ๊กอู๋’ สั่งตั้งวอร์รูมประเมินสถานการณ์ในอิสราเอล เล็งอพยพ ‘แรงงานไทย’

26.09.2018

เมื่อวันที่ 25 กันยายน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานประชุมระบบทางไกล กับนายศักดินาถ สนธิศักดิ์โยธิน อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เพื่อหารือแนวทางการอพยพแรงงานไทยกรณีเกิดสงครามในอิสราเอล โดยจะอพยพจากอิสราเอลไปยังสาธารณรัฐไซปรัสเพื่อส่งกลับประเทศไทย

พล.ต.อ.อดุลย์ เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ฝ่ายแรงงานฯ ลงพื้นที่ให้ความรู้แก่แรงงานไทยเพื่อเตรียมความพร้อมและอำนวยความสะดวกในการอพยพเมื่อเกิดภัยสงคราม อาทิ แนะนำแนวทางการปฏิบัติตนเมื่อจำเป็นต้องมีการอพยพ โดยการเตรียมความพร้อมเรื่องเสื้อผ้า อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค เอกสารการเดินทาง แผนที่การเดินทาง การจัดแบ่งแรงงานเป็นหมวดหมู่เพื่อสะดวกในการอพยพ มีระบบการแจ้งเตือนไปยังแรงงานไทยที่อยู่ในสถานประกอบการแต่ละแห่ง กำหนดจุดรวมพลที่มีความปลอดภัย และชี้แจงแผนอพยพกลับประเทศไทยกรณีสถานการณ์มีความรุนแรงถึงระดับต้องอพยพแรงงานไทยออกมา รวมทั้งกำชับให้แรงงานไทยติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนจากทางการอย่างใกล้ชิด เป็นต้น

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ยังได้กำชับให้ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงแรงงานตั้งวอร์รูมเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล ทั้งนี้ จากการหารือระหว่างผู้แทนกรมการจัดหางาน (กกจ.) กับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ประเทศไซปรัส พบว่า หากเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน และซีเรีย และยกระดับความรุนแรงขึ้นจำเป็นต้องอพยพแรงงานไทยออกมานั้น ปัจจุบันแรงงานไทยที่ทำงานในภาคเหนือของอิสราเอลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยประมาณ 1,000 คน และที่ทำงานกระจายในภาคเหนืออีก 4,500 คน ซึ่งประเมินว่ามีแรงงานไทยที่สมัครใจเดินทางกลับประมาณ 2,000 คน

“ส่วนที่เหลือไม่ประสงค์เดินทางกลับ ซึ่งจะเคลื่อนย้ายไปทางภาคกลางและภาคใต้ของอิสราเอลชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะสงบ โดยแรงงานไทย 2,000 คน จะใช้เส้นทางเดินเรือจากท่าเรือ Haifa ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ไปยังไซปรัส ที่ท่าเรือ Larnaca ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-12 ชั่วโมง และท่าเรือ Limassol ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14-18 ชั่วโมง โดยใช้เรือที่จุผู้โดยสารได้เที่ยวละ 500 คน ซึ่งต้องใช้การเดินทาง 3-4 เที่ยว ส่วนกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินที่ไม่สามารถอพยพแรงงานไทยทางเรือไปยังไซปรัสได้ ได้เตรียมแผนที่จะอพยพแรงงานไทยไปทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศจอร์แดน โดยกำหนดจุดพักรอการอพยพ ณ เมืองเยรูซาเลม หรือทะเลเดดซี โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ระยะทาง 300 กิโลเมตร ขณะเดียวกัน ทางการอิสราเอลได้มีบังเกอร์หลบภัยสงครามตามจุดที่กำหนดในทุกหมู่บ้าน ณ เมือง Haifa และทางการอิสราเอลจะกำหนดจุดให้ฝ่ายไทยรอรับแรงงานเพื่ออพยพต่อไป” พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวอีกว่า ทางการไทยจะเตรียมแผนรองรับการเคลื่อนย้ายคนจากไซปรัสกลับไทย โดยอาจใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำ หรือเรือโดยสารพาณิชย์ ขอใช้อากาศยานราชการของกองทัพ หรือขอใช้เรือรบของกองทัพเรือ เป็นต้น โดยทั้งสองฝ่ายจะพิจารณาการจัดทำบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินการอพยพแรงงานไทยต่อไป

ปัจจุบันมีแรงงานไทยที่ทำงานในอิสราเอล 24,028 คน เป็นแรงงานถูกกฎหมาย 22,736 คน ในจำนวนนี้เป็นแรงงานเกษตร 22,361 คน ช่างเชื่อมและพ่อครัว 290 คน ผู้อนุบาล 45 คน และตำแหน่งอื่นๆ เช่น ช่างแอร์ ช่างซ่อมรถยนต์ 40 คน ที่เหลือเป็นแรงงานผิดกฎหมาย 1,292 คน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

พลิกโฉมอนาคต การศึกษาไทย
ย่านคลองถม
อาชีพที่ถูกแทนด้วย AI ในวงการกีฬา
แพศยา (1)
ออปโตเจเนติกส์ 2 : จากการควบคุมสมอง สู่การแก้ไขยีน
ผีบรรพชน ในโลกบาดาล บันดาลความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่โลกมนุษย์
ภาพพิศวง ฝีมือศิลปินอัจฉริยะ M.C. Escher
Basecamp บรรณารักษ์ห้องสมุดแห่งชีวิต (2)
เกี่ยวกับดีลใหญ่ เอสซีจี-ปตท. (2)
ปิดงาน เลิกจ้าง
ก่อนจะถึงการรับรองผลการเลือกตั้ง ปริศนากระบวนการสรรหาที่ปรึกษาบอร์ดใหม่ก่อนเข้าสู่ตำแหน่ง
“วัชระพล“ ลุยตรวจพาราไดซ์บีช เช็คการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต พร้อมถกส่วนเกี่ยวข้องปมการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.