บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
วันที่ 1 มกราคม 2024 คนญี่ปุ่นที่จังหวัดอิชิกาวา(石川県)บนคาบสมุทรโนโตะ(能登半島)ทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นกำลังเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่กับครอบครัวที่เดินทางกลับมาพบกันพร้อมหน้า ควรเป็นวันแห่งความสุขของการเริ่มต้นปีใหม่ แต่…ทุกคนต้องประสบภัยจากแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์ อย่างไม่คาดคิดมาก่อน
แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวรุนแรงทำให้อาคารบ้านเรือนพังถล่มและเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในบริเวณ 3 จังหวัด คือ อิชิกาวา(石川)โทยามา(富山)และนีงาตะ(新潟)รวม 698 คน ผู้สูญหาย 2 คน อาคารบ้านเรือนพังเสียหาย 116,400 แห่ง จนถึงขณะนี้ครบ 2 ปีเต็มแล้วหลังเกิดแผ่นดินไหว การฟื้นฟูยังทำได้ไม่คืบหน้าเท่าที่ควร มีประชาชนอีก 9,135 ครัวเรือน จำนวน 18,586 คน ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านชั่วคราวที่รัฐสร้างให้ เพราะบ้านของตัวเองพังทลายลงสิ้นเชิง นอกจากนี้ ถนนหนทาง เส้นทางคมนาคม ก็เสียหายอย่างหนัก มีเส้นทางถนนและทางลอดอุโมงค์อีกกว่า 10 เส้นทาง ยังถูกปิดตายใช้งานไม่ได้
ความตระหนกตกใจจากแผ่นดินไหวยังไม่ทันจางหาย ในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน ก็เกิดพายุฝนตกหนัก น้ำท่วมมีผู้เสียชีวิตในภูมิภาคนี้ซ้ำเติมอีก วันที่ 1 มกราคม 2026 ที่ผ่านมาประชาชนในจังหวัดร่วมกันยืนสงบนิ่งไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต ณ เวลา 16.10 น.
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟ” ในมหาสมุทรแปซิฟิก ลักษณะทางธรณีวิทยาทำให้ญี่ปุ่นประสบภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ๆหลายครั้งในอดีต เดือนธันวาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการสำรวจและป้องกันภัยแผ่นดินไหว(地震調査委員会)ได้ประกาศคาดการณ์หากเกิดแผ่นดินไหวมีจุดศูนย์กลางในเขตโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียง(首都直下地震)โดยปรับปรุงจากคาดการณ์ที่ทำไว้เมื่อปี 2013
หากเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงในเขตโตเกียวขนาดแมกนิจูด 7 ซึ่งคาดว่าจะมีความเป็นไปได้ถึง 70% ในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้านี้ ดังนั้นญี่ปุ่นจึงเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่นี้ ประกาศให้ประชาชนตระหนักและเตรียมตัวให้พร้อมด้วย
ถ้าเกิดแผ่นดินไหวในเขตโตเกียวและพื้นที่ใกล้เคียง กรณีเลวร้ายที่สุดจะมีผู้เสียชีวิตราว 18,000 คน อาคาร บ้านเรือนพังถล่มหรือถูกไฟไหม้ 400,000 แห่ง ความเสียหายทางเศรษฐกิจราว 83 ล้านล้านเยน (17 ล้านล้านบาท) และเนื่องจากโตเกียวเป็นศูนย์กลางธุรกิจ ประชาชนจำนวนมากเดินทางเข้ามาทำงานและพักอาศัยอยู่ หลังเกิดเหตุจะมีผู้เดินทางกลับที่พักไม่ได้ประมาณ 8 ล้านคน และอีกราว 24 ล้านคนทั่วบริเวณจะประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าใช้ การสื่อสารถูกตัดขาด อาคารที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ในปัจจุบันมีระบบต้านทานแผ่นดินไหวดีขึ้น คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอาคารถล่มจะลดลง 20 – 30% จากการคาดการณ์ที่ทำไว้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว
กรณีที่แผ่นดินไหวเกิดขึ้นในตอนค่ำของฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีลมแรง คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตมากถึง 18,000 คน 70% ของจำนวนนี้หรือราว 12,000 คนจะเสียชีวิตจากเพลิงไหม้ที่ลุกลามอย่างรวดเร็วจากแรงลม และประมาณ 5,300 คน เสียชีวิตติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือนหรือตู้ โต๊ะในบ้านล้มทับ อีกราว 400 คนถูกรั้วบ้าน ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ พังทับขณะหนีภัย เป็นต้น
เนื่องจากโตเกียวเป็นเมืองใหญ่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น แผ่นดินไหวรุนแรงย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คน ระบบการคมนาคมหลายเครือข่ายเป็นอัมพาต ทำให้ผู้คนพากันหนีหลบภัย กลับบ้านไม่ได้ ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ มีผู้ประสบภัยถึง 4.8 ล้านคน แม้ว่าเป็นจำนวนที่ลดลงจากคาดการณ์ครั้งที่แล้ว 2.4 ล้านคน เนื่องจากปัจจุบัน อาคารบ้านเรือนถูกออกแบบให้มีโครงสร้างรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวราว 90% แล้ว แต่กระนั้นก็ตาม ระบบไฟฟ้า น้ำประปาที่ขัดข้องเสียหาย ทำให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน หรือคอนโดมิเนียมสูงระฟ้าแม้อาคารไม่ถล่ม แต่ไม่มีไฟฟ้า ลิฟต์ใช้การไม่ได้ ไม่สามารถพักอาศัยอยู่ได้อีกต่อไป ต้องมาสมทบกันที่ศูนย์พักพิงในเวลาต่อมา จึงจำเป็นต้องจัดเตรียมพื้นที่รองรับให้เพียงพอ
ไม่เฉพาะแต่คนญี่ปุ่นเท่านั้น แรงงานต่างชาติที่ทำงานในญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เพิ่มขึ้น ปี 2024 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนญี่ปุ่นกว่า 36 ล้านคน มักท่องเที่ยวอยู่ในโตเกียวและบริเวณโดยรอบ หากเกิดเหตุในเวลานั้น ย่อมหลั่งไหลมาที่ศูนย์พักพิงเช่นกัน ความแออัด สุขอนามัย โรคติดต่อ คนชรา คนป่วย ฯลฯ เป็นสิ่งที่เกิดตามมา ผู้คนที่รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวจะป่วยไข้และล้มตายอีกจำนวนเท่าใด ? แต่ละพื้นที่ต้องเตรียมรองรับแยกเฉพาะสำหรับผู้สูงวัยที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ผู้บาดเจ็บ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และนักท่องเที่ยวที่สื่อสารภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษไม่ได้ เป็นต้น
อาหาร น้ำ และสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันจะขาดแคลนแน่นอน ทุกคนจึงต้องตระหนักและเตรียมพร้อมสำหรับตนเองและคนในครอบครัว มีกระเป๋าบรรจุอาหารแห้ง น้ำดื่ม ยารักษาโรค เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม ไฟฉาย สุขภัณฑ์เคลื่อนที่ ฯลฯ เป็นจำนวนเพียงพออย่างน้อย 3 วันถึง 1 สัปดาห์ วางไว้ใกล้ตัว
ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างของประเทศที่ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่บ่อยครั้ง นำประสบการณ์เลวร้ายนั้นมาเป็นบทเรียนและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่ไม่อาจล่วงรู้ เพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ไม่ใช่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
วันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ 2026 สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะและพระจักรพรรดินี พร้อมด้วยพระราชวงศ์ เสด็จออกสีหบัญชร มีพระราชดำรัสว่า “ปีที่ผ่านมาเกิดภัยพิบัติทั้งแผ่นดินไหว* ฝนตกหนัก ไฟป่า หิมะตกหนัก ในหลายพื้นที่ ประชาชนจำนวนมากต้องประสบความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าปรารถนาให้เป็นปีที่ดี สงบสุขสำหรับทุกคน ในโอกาสเริ่มต้นปีใหม่ ขอภาวนาให้ประชาชนญี่ปุ่นและผู้คนทั่วโลกจงประสบแต่ความสุข”
ขอให้ญี่ปุ่นและไทยรอดพ้นจากภัยแผ่นดินไไหว !
*ที่จังหวัดอาโอโมริ ทางเหนือเกาะฮอนชู วันที่ 8 ธันวาคม 2025 แมกนิจูด 7.5
——————————————
ความเสียหายจากแผ่นดินไหวจังหวัดอิชิกาวา วันที่ 1 มกราคม 2024 (ภาพจากเว็บไซต์จังหวัดอิชิกาวา)
