บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
การเลือกตั้งญี่ปุ่นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หิมะตกหนัก หนาวเย็นไปทั่วประเทศ คนญี่ปุ่นลุยหิมะออกไปลงคะแนนรักษาสิทธิ์ของตนเอง
ผลการเลือกตั้ง พรรคแอลดีพี(自民党)ชนะถล่มทลาย! ด้วยการนำของหัวหน้าพรรคแอลดีพีที่เป็นผู้หญิงคนแรก หลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพียง 4 เดือน
พรรคแอลดีพีได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง (233 ที่นั่ง) และเกินไปอย่างมากจนถึง 316 ที่นั่ง เพียงพรรคเดียวก็ได้เสียงเกิน 2 ใน 3 (310 ที่นั่ง) ของทั้งหมด 465 ที่นั่ง เป็นรัฐบาลที่มีเสียงเบ็ดเสร็จ ยิ่งเมื่อรวมกับพรรคร่วมคือ พรรคอิชิน ได้ 36 ที่นั่ง พรรครัฐบาลได้ 352 ที่นั่ง ก้าวขึ้นเป็นรัฐบาลที่มีเสียงเบ็ดเสร็จแข็งแกร่ง!
ญี่ปุ่นจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงชื่อ นางซานาเอะ ทาคาอิชิ(高市早苗)อีกสมัยหนึ่ง!
ตลาดหุ้นนิกเคอิ เปิดตลาดพุ่งขึ้น 3,000 กว่าจุด รับข่าวนี้
ในจำนวน 316 ที่นั่ง แบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต(小選挙区)249 ที่นั่ง และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ(比例代表)67 ที่นั่ง (จาก176) มีหลายจังหวัดที่พรรคแอลดีพีชนะยกจังหวัดทุกเขต อาทิ โตเกียว 30 เขต คานากาวา 20 เขต ไซตามะ 16 เขต เป็นต้น
หลังประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม โพลของสำนักข่าวต่าง ๆ ในญี่ปุ่นเห็นไปในทางเดียวกันว่ากระแสความนิยมในตัวนายกฯหญิง เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ผู้สมัครจากพรรคแอลดีพีจะสามารถคว้าชัยชนะได้มากขึ้นในการลงคะแนนแบบแบ่งเขตที่มีทั้งหมด 289 เขต ส่วนการลงคะแนนให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 176 ที่นั่ง พรรคแอลดีพีก็จะพลอยได้รับอานิสงส์จากความนิยมนายกฯหญิงตามไปด้วย สัปดาห์สุดท้าย ทุกโพลเห็นตรงกันว่าพรรคแอลดีพีพรรคเดียวจะได้ถึง 261 ที่นั่ง ทำให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแบบ “มีเสถียรภาพแน่นอน”(絶対安定多数)จากเดิมที่มีเพียง 198 ที่นั่งเท่านั้น
การเลือกตั้งครั้งนี้มีเวลาเพียง 16 วันหลังประกาศยุบสภา นับเป็นเวลาสั้นที่สุดนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา และมีเวลาปราศรัยหาเสียงเพียง 12 วันเท่านั้นหลังประกาศรายชื่อผู้มัครทุกเขตทั่วประเทศ เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์นี้ทำให้ประชาชนต้องเร่งตัดสินใจโดยเร็ว
นายกฯหญิงกล้าเดิมพันด้วยตำแหน่ง หากพรรครัฐบาลไม่ได้เสียงข้างมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ เธอพร้อมลาออก บัดนี้เธอชนะเดิมพันแล้ว เพียงพรรคแอลดีพีก็ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งไปไกลมาก เธอสามารถชนะใจชาวญี่ปุ่นด้วยนโยบายและสโลแกน “จะทำให้ญี่ปุ่นเข้มแข็งและมั่งคั่ง”(日本列島を強く豊かに)“ประเทศที่ไม่กล้าท้าทายก็ไม่มีอนาคต”(挑戦しない国に未来はない)
ส่วนพรรคฝ่ายค้านใหญ่ พรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยที่รวมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิม คือพรรคโคเมเป็น “พรรคพันธมิตรปฎิรูปสายกลาง”(中道革新連合)โพลหลายสำนักคาดว่าจะเสียที่นั่งไปอย่างฮวบฮาบจากเดิม 172 ที่นั่ง เหลือ 55 – 130 ที่นั่ง
แต่ผลคะแนนจริง…ได้เพียง 49 ที่นั่งเท่านั้น มีเพียง 7 ส.ส.เขต และ 42 ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เกือบจะสูญพันธุ์ของพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่งที่จะต่อกรกับพรรครัฐบาล น่าตกใจมาก!
ทั้งนี้สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการรวมสองพรรคในเวลากระชั้นมากก่อนการประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการราวสัปดาห์กว่า ๆ ฐานคะแนนเดิมยังงง ๆ ตั้งตัวไม่ทันและไม่เข้าใจที่มาที่ไป เหลือเพียงส่วนน้อยมากที่ยังภักดี บางส่วนจึงเทคะแนนให้พรรคแอลดีพีไปเลย นายโนดะ และ นายไซโต อดีตสองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์ทันทีว่ายอมรับผลคะแนน นั่นเป็นการพูดเป็นนัยว่าคงจะลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ เช้าวันจันทร์ทั้งสองคนได้แสดงท่าทีลาออก แต่จะประชุมพรรคในตอนบ่ายถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อเตรียมการเมื่อเปิดประชุมสภา
ภูมิภาคคันโตบางจังหวัดและทางเหนือรวมทั้งฮอกไกโดเป็นฐานของพรรคฝ่ายค้าน แต่ครั้งนี้พรรคแอลดีพีชิงชัยสู้กับเจ้าถิ่นเดิมที่มาจากพรรคโคเม และในหลายพื้นที่มีคะแนนนำเหนือเจ้าของที่นั่งเดิมด้วย อาทิ จังหวัดมิยางิ เขต 4 นายจุน อาซึมิ(安住淳)เลขาธิการพรรคพันธมิตรปฎิรูปสายกลาง เจ้าถิ่นหลายสมัยพ่ายแพ้แก่คู่แข่งหญิง อดีตไอดอลนักแสดงชื่อดัง ชิซาโตะ โมริชิตะ(森下千里)จากพรรคแอลดีพี ทำให้นายอาซึมิ ประกาศลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคทันทีที่รู้ผล ยิ่งกว่านั้นเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่พรรคฯ พ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่าทั่วประเทศด้วย
ที่น่าสนใจประการหนึ่งคือ พื้นที่โอซากาที่เป็นฐานเสียงของพรรคอิชิน พรรคที่ยังคงร่วมรัฐบาลต่อไป ฝ่ายยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคยังคงส่งผู้สมัครลงแข่งกับผู้สมัครของพรรคแอลดีพีด้วย ไม่ได้มีการตกลงหลีกทางให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างที่ควรจะเป็น ไม่เหมือนครั้งที่พรรคโคเมร่วมรัฐบาลกับพรรคแอลดีพีที่จะไม่แข่งกันเองในพื้นที่ที่มั่นใจในฐานเสียงของตน ครั้งนี้นับว่าพรรคอิชินต้องการพิสูจน์ว่าฐานเสียงของตนยังมั่นคงเหมือนเดิมหรือไม่หลังจากร่วมรัฐบาลไปหนึ่งสมัยแล้ว ผลที่ออกมาโอซากา 18 เขต พรรคอิชินครอง 17 เขต และอีก 1 เขตถูกเจาะโดยพรรคแอลดีพี
พรรคฝ่ายค้านได้เสียงรวม 113 ที่นั่ง พรรคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(国民民主党)พรรคฝ่ายค้านอันดับสามได้ 28 ที่นั่ง พรรคซันเซ(参政党)พรรคเล็กที่สร้างความฮือฮาจากการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้ได้15 ที่นั่งจากส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้ส.ส.แบบแบ่งเขตเลย หมายถึงกระแสความนิยมพรรคยังมีอยู่ ที่น่าสนใจคือ พรรคอนาคต(チーム未来)พรรคเล็กที่ไม่มีส.ส. แต่มุ่งมั่นเสนอนโยบายหาเสียง เอาชนะใจคนรุ่นใหม่มาได้ 11 ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
การจัดการเลือกตั้งในฤดูหนาวครั้งนี้ มีหิมะตกหนักมาก รวมทั้งพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีหิมะ อาทิ โตเกียว คานากาวา ชาวญี่ปุ่นต่างกังวลเกี่ยวกับการเดินทาง จึงพากันออกไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 28 มกราคมถึง 2 ทุ่มของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ราว 27 ล้านคน คิดเป็น 26.1% ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด เป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นราว 6 ล้านคนเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน จำนวนผู้ลงคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ราว 56 % ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด
ผู้คนที่เคยปรามาสความสามารถของผู้นำหญิงต่างก็ต้องยอมรับกระแสความแรงแบบสุด ๆของนางทาคาอิชิ แล้ว
พรรคแอลดีพีจะกลับมาผงาดเป็นพรรครัฐบาลเสียงข้างมาก และเป็นเสียงข้างมากยิ่งกว่า “แบบเบ็ดเสร็จ” ด้วยความสามารถของนายกรัฐมนตรี นางซานาเอะ ทาคาอิชิ
หญิงเหล็กแห่งเอเชีย!
_____________________________________
* บทความนี้อ้างอิงผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการถึงเช้าวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์
