bg-single

นายกฯหญิงญี่ปุ่น : สร้างประวัติศาสตร์การเมืองหน้าใหม่

20.02.2026

บทความพิเศษ : สุภา ปัทมานันท์

นางซานาเอะ ทาคาอิชิ(高市早苗)นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่นได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเมืองญี่ปุ่นอย่างน้อย 4 ประการ ภายในระยะเวลา 4 เดือนกว่าที่ผ่านมา

ประการแรกคือ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2025 ได้รับเลือกเป็น “หัวหน้าพรรคแอลดีพีหญิงคนแรก” ไม่เคยมีใครเคยโค่นคู่แข่งชายลงได้มาก่อน ประการต่อมา คือสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนดึงพรรคอิชิน(日本維新の会)พรรคฝ่ายค้านมาร่วมรัฐบาลจนได้รับเลือกเป็น “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก” ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ปีเดียวกัน แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็ตาม ประการที่สาม คือ เมื่อเริ่มปฏิบัติงาน คะแนนนิยมในตัวนายกฯหญิงพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 70% ต่อเนื่อง ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้ ซึ่งนำมาสู่ประการที่สี่ คือ เป็นหัวหน้าพรรคที่สามารถนำพรรคให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เพียง “พรรคแอลดีพีพรรคเดียวได้เสียงเกิน 2 ใน 3” แล้ว ข้อนี้ทุกคนยอมรับว่าทึ่งมาก

ทั้ง 4 ประการที่กล่าวมา ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่นเลย !

นางทาคาอิชิ ประกาศยุบสภาฯในวันที่ 23 มกราคม 2026 หลังเข้ารับตำแหน่งเพียง 3 เดือนเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลากลางฤดูหนาว หิมะตกหนักมากหลายพื้นที่ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเชิญชวนให้ประชาชนออกไปลงคะแนน แต่เธอก็กล้าเดิมพัน ถ้าไม่ชนะก็พร้อมลาออก

ผลการเลือกตั้ง… พรรคแอลดีพีพรรคเดียวได้ 316 เสียง (249 ส.ส.เขตและ 67 ส.ส.บัญชีรายชื่อ) เกิน 2 ใน 3 (310 เสียง) ทั้ง ๆ ที่เริ่มแรกขอให้ 2 พรรครัฐบาลได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง (233 เสียง) ก็ชนะแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าจะได้รวมกันมากถึง 352 เสียงของ 465 เสียง เหลือให้หลายพรรคพรรคฝ่ายค้านรวมกันเพียง 113 เสียงเท่านั้น กลายเป็นรถยนต์ที่ไม่มี “เบรค” เป็นรัฐบาลที่จะดำเนินนโยบายใดๆก็ย่อมชนะเสียงฝ่ายค้านได้

ศัพท์การเมืองญี่ปุ่นบัญญัติไว้เพียง 4 ระดับคือ “เสียงเกินกึ่งหนึ่ง” (233)(過半数)“เสียงมีเสถียรภาพ” (243)(安定数)“เสียงข้างมากมีเสถียรภาพแน่นอน” (261)(絶対安定多数)“เสียงสองในสาม”(3分の2勢力)(310) เพียงเท่านี้ก็นับว่ามีเสียงท่วมท้นแล้ว เกินกว่านี้ยังไม่มีศัพท์บัญญัติเฉพาะ และไม่เคยปรากฏว่าจะมีพรรคใดเพียงพรรคเดียวสามารถทำได้มากเกินกว่านี้ แต่พรรคแอลดีพีนำโดยนางทาคาอิชิ ทำได้!

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า นางทาคาอิชิมีสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อนับคะแนนได้เกินกึ่งหนึ่งไปแล้ว แต่เมื่อยิ่งนับคะแนนเกินไปมากกว่า 261 เสียง ภายใต้รอยยิ้มนั้นเริ่มมีความเคร่งเครียดปรากฏ และยิ่งชัดเจนเมื่อถึง 316 เสียง นั่นหมายถึงชัยชนะที่ได้มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งที่ต้องรับผิดชอบต่อความไว้วางใจของประชาชน

ผู้ชนะน่าจะไชโยโห่ร้องด้วยความยินดี ความลำพองตน แต่..ไม่ใช่สำหรับผู้นำหญิงญี่ปุ่นที่สำนึกในความรับผิดชอบต่อชาวญี่ปุ่น

กล่าวถึงพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง อดีตพรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยที่เคยได้ 148 เสียง เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสมัยนายกรัฐมนตรี นายอิชิบะ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ประกาศรวมกับพรรคโคเม (24 เสียง) ตั้งพรรค “พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง”(中道改革連合)ก่อนการยุบสภาฯเพียงหนึ่งสัปดาห์ หวังผนึกกำลังกันเพื่อล้มนางทาคาอิชิให้ได้ แต่ผลไม่เป็นเช่นนั้นเลย

อดีตพรรครัฐธรรมนูญฯ พรรคเดียวได้เพียง 7 ส.ส.เขตเท่านั้น หนึ่งในจำนวนนี้คือ นายโนดะหัวหน้าพรรค ส่วนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ 14 เสียง อดีตพรรคโคเม ลงชิงแบบบัญชีรายชื่อได้ 28 เสียง รวมกันจากเลขสามหลักเหลือเพียงสองหลัก 49 เสียงเท่านั้น ในจำนวนนี้ ไม่ปรากฎรายชื่อของอดีตส.ส.อาวุโสผู้คร่ำหวอดทางการเมืองมานานซึ่งมีตำแหน่งสำคัญจำนวนนับสิบ ๆ คน รวมทั้งนายเอดะโน อดีตหัวหน้าพรรค และปัจจุบันเป็นประธานกรรมาธิการงบประมาณ เรียกได้ว่าแพ้ราบคาบจากเสือกลายเป็นแมว!

หัวหน้าพรรคทั้งสองคนต้องประกาศลาออกในวันรุ่งขึ้น ให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีผู้สมัครจากอดีตพรรครัฐธรรมนูญฯ เพียง 2 คน ซึ่งก็คือ 2 ใน 7 คนที่สอบผ่านส.ส.เขตลงแข่งกัน แม้แต่นาย อิสุมิ อดีตหัวหน้าพรรคก็ไม่ลงแข่งอีก ผลคือ นายจุนยา โอกาวา(小川淳也)วัย 54 ปี ส.ส.8 สมัย ได้เป็นหัวหน้าพรรคคนที่สองของพรรคที่ก่อตั้งได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน

นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนสำหรับพรรคขนาดใหญ่ที่มีประวัติยาวนาน

นายโอกาวา ต้องเผชิญความท้าทายที่จะนำพรรคที่เคยแข็งแกร่ง มีฐานเสียงแน่นพร้อมต่อกรกับพรรคแอลดีพีได้ ให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสอดีตส.ส.จะไหลออกจากพรรค เป็นโจทย์ยากทีเดียว ทั้งนี้การรวมพรรคที่รวดเร็วเกินไป ทำให้ผู้ที่เคยสนับสนุนพรรคแต่ละฝ่ายยังไม่เข้าใจที่มาที่ไปและนโยบายของพรรค และยังเป็นการรวมเฉพาะส.ส.เท่านั้น แต่ส่วนของส.ว. ยังคงแยกกันตามชื่อพรรคเดิม แม้แต่อดีตส.ส.ของทั้งสองพรรคก็ยังไม่รู้จักกัน บางสื่อญี่ปุ่นจึงปรากฏภาพอดีตส.ส.เริ่มทักทายทำความรู้จักแลกนามบัตรกันในวันประกาศตัวผู้ลงแข่งหัวหน้าพรรค

ต่อจากนี้ นางทาคาอิชิ ต้องรับภาระหนักในการบริหารประเทศ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ดำเนิน

นโยบายต่างประเทศ การป้องกันประเทศ ฯลฯ หนึ่งในนโยบายหาเสียงที่แข่งขันกันหลายพรรค คือ การลดภาษีผู้บริโภคเฉพาะอาหาร ซึ่งพรรคแอลดีพีชูนโยบายลดเหลือ 0% เพียงเวลา 2 ปีเท่านั้น ปัญหาใหญ่คือ แหล่งที่มาของงบประมาณที่จะมาอุดหนุนภาษีส่วนที่หายไปนี้ และมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ภายในพรรคด้วย

นางทาคาอิชิชี้แจงว่าจะตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ(国民会議)ประกอบด้วยพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน เอกชน และผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา มาร่วมกันพิจารณา จำเป็นต้องใช้เวลาพอควร คาดว่าจะได้ผลสรุปจนปฏิบัติจริง อย่างเร็วก็ราวกรกฎาคม 2027 ประชาชนอดทนรออีกปีกว่า

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไป

นางซานาเอะ ทาคาอิชิ จะเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ลำดับที่ 105 แน่นอน

คนหน้าเดิม แต่มีความมั่นใจเกินร้อย ไม่มีใคร “เบรค” ได้…

คนญี่ปุ่นรอดูผลงานของ “หญิงเหล็กแห่งเอเชีย” ให้สมกับความไว้วางใจ

————————————-



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)