บทความพิเศษ : สุภา ปัทมานันท์
นางซานาเอะ ทาคาอิชิ(高市早苗)นายกรัฐมนตรีหญิงญี่ปุ่นได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเมืองญี่ปุ่นอย่างน้อย 4 ประการ ภายในระยะเวลา 4 เดือนกว่าที่ผ่านมา
ประการแรกคือ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2025 ได้รับเลือกเป็น “หัวหน้าพรรคแอลดีพีหญิงคนแรก” ไม่เคยมีใครเคยโค่นคู่แข่งชายลงได้มาก่อน ประการต่อมา คือสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนดึงพรรคอิชิน(日本維新の会)พรรคฝ่ายค้านมาร่วมรัฐบาลจนได้รับเลือกเป็น “นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก” ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ปีเดียวกัน แม้จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็ตาม ประการที่สาม คือ เมื่อเริ่มปฏิบัติงาน คะแนนนิยมในตัวนายกฯหญิงพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 70% ต่อเนื่อง ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้ ซึ่งนำมาสู่ประการที่สี่ คือ เป็นหัวหน้าพรรคที่สามารถนำพรรคให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย เพียง “พรรคแอลดีพีพรรคเดียวได้เสียงเกิน 2 ใน 3” แล้ว ข้อนี้ทุกคนยอมรับว่าทึ่งมาก
ทั้ง 4 ประการที่กล่าวมา ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่นเลย !
นางทาคาอิชิ ประกาศยุบสภาฯในวันที่ 23 มกราคม 2026 หลังเข้ารับตำแหน่งเพียง 3 เดือนเพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลากลางฤดูหนาว หิมะตกหนักมากหลายพื้นที่ ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเชิญชวนให้ประชาชนออกไปลงคะแนน แต่เธอก็กล้าเดิมพัน ถ้าไม่ชนะก็พร้อมลาออก
ผลการเลือกตั้ง… พรรคแอลดีพีพรรคเดียวได้ 316 เสียง (249 ส.ส.เขตและ 67 ส.ส.บัญชีรายชื่อ) เกิน 2 ใน 3 (310 เสียง) ทั้ง ๆ ที่เริ่มแรกขอให้ 2 พรรครัฐบาลได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง (233 เสียง) ก็ชนะแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าจะได้รวมกันมากถึง 352 เสียงของ 465 เสียง เหลือให้หลายพรรคพรรคฝ่ายค้านรวมกันเพียง 113 เสียงเท่านั้น กลายเป็นรถยนต์ที่ไม่มี “เบรค” เป็นรัฐบาลที่จะดำเนินนโยบายใดๆก็ย่อมชนะเสียงฝ่ายค้านได้
ศัพท์การเมืองญี่ปุ่นบัญญัติไว้เพียง 4 ระดับคือ “เสียงเกินกึ่งหนึ่ง” (233)(過半数)“เสียงมีเสถียรภาพ” (243)(安定数)“เสียงข้างมากมีเสถียรภาพแน่นอน” (261)(絶対安定多数)“เสียงสองในสาม”(3分の2勢力)(310) เพียงเท่านี้ก็นับว่ามีเสียงท่วมท้นแล้ว เกินกว่านี้ยังไม่มีศัพท์บัญญัติเฉพาะ และไม่เคยปรากฏว่าจะมีพรรคใดเพียงพรรคเดียวสามารถทำได้มากเกินกว่านี้ แต่พรรคแอลดีพีนำโดยนางทาคาอิชิ ทำได้!
สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า นางทาคาอิชิมีสีหน้ายิ้มแย้มเมื่อนับคะแนนได้เกินกึ่งหนึ่งไปแล้ว แต่เมื่อยิ่งนับคะแนนเกินไปมากกว่า 261 เสียง ภายใต้รอยยิ้มนั้นเริ่มมีความเคร่งเครียดปรากฏ และยิ่งชัดเจนเมื่อถึง 316 เสียง นั่นหมายถึงชัยชนะที่ได้มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งที่ต้องรับผิดชอบต่อความไว้วางใจของประชาชน
ผู้ชนะน่าจะไชโยโห่ร้องด้วยความยินดี ความลำพองตน แต่..ไม่ใช่สำหรับผู้นำหญิงญี่ปุ่นที่สำนึกในความรับผิดชอบต่อชาวญี่ปุ่น
กล่าวถึงพรรคฝ่ายค้านอันดับหนึ่ง อดีตพรรครัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยที่เคยได้ 148 เสียง เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสมัยนายกรัฐมนตรี นายอิชิบะ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้ประกาศรวมกับพรรคโคเม (24 เสียง) ตั้งพรรค “พันธมิตรปฏิรูปสายกลาง”(中道改革連合)ก่อนการยุบสภาฯเพียงหนึ่งสัปดาห์ หวังผนึกกำลังกันเพื่อล้มนางทาคาอิชิให้ได้ แต่ผลไม่เป็นเช่นนั้นเลย
อดีตพรรครัฐธรรมนูญฯ พรรคเดียวได้เพียง 7 ส.ส.เขตเท่านั้น หนึ่งในจำนวนนี้คือ นายโนดะหัวหน้าพรรค ส่วนส.ส.แบบบัญชีรายชื่อได้ 14 เสียง อดีตพรรคโคเม ลงชิงแบบบัญชีรายชื่อได้ 28 เสียง รวมกันจากเลขสามหลักเหลือเพียงสองหลัก 49 เสียงเท่านั้น ในจำนวนนี้ ไม่ปรากฎรายชื่อของอดีตส.ส.อาวุโสผู้คร่ำหวอดทางการเมืองมานานซึ่งมีตำแหน่งสำคัญจำนวนนับสิบ ๆ คน รวมทั้งนายเอดะโน อดีตหัวหน้าพรรค และปัจจุบันเป็นประธานกรรมาธิการงบประมาณ เรียกได้ว่าแพ้ราบคาบจากเสือกลายเป็นแมว!
หัวหน้าพรรคทั้งสองคนต้องประกาศลาออกในวันรุ่งขึ้น ให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ มีผู้สมัครจากอดีตพรรครัฐธรรมนูญฯ เพียง 2 คน ซึ่งก็คือ 2 ใน 7 คนที่สอบผ่านส.ส.เขตลงแข่งกัน แม้แต่นาย อิสุมิ อดีตหัวหน้าพรรคก็ไม่ลงแข่งอีก ผลคือ นายจุนยา โอกาวา(小川淳也)วัย 54 ปี ส.ส.8 สมัย ได้เป็นหัวหน้าพรรคคนที่สองของพรรคที่ก่อตั้งได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน
นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนสำหรับพรรคขนาดใหญ่ที่มีประวัติยาวนาน
นายโอกาวา ต้องเผชิญความท้าทายที่จะนำพรรคที่เคยแข็งแกร่ง มีฐานเสียงแน่นพร้อมต่อกรกับพรรคแอลดีพีได้ ให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสอดีตส.ส.จะไหลออกจากพรรค เป็นโจทย์ยากทีเดียว ทั้งนี้การรวมพรรคที่รวดเร็วเกินไป ทำให้ผู้ที่เคยสนับสนุนพรรคแต่ละฝ่ายยังไม่เข้าใจที่มาที่ไปและนโยบายของพรรค และยังเป็นการรวมเฉพาะส.ส.เท่านั้น แต่ส่วนของส.ว. ยังคงแยกกันตามชื่อพรรคเดิม แม้แต่อดีตส.ส.ของทั้งสองพรรคก็ยังไม่รู้จักกัน บางสื่อญี่ปุ่นจึงปรากฏภาพอดีตส.ส.เริ่มทักทายทำความรู้จักแลกนามบัตรกันในวันประกาศตัวผู้ลงแข่งหัวหน้าพรรค
ต่อจากนี้ นางทาคาอิชิ ต้องรับภาระหนักในการบริหารประเทศ พลิกฟื้นเศรษฐกิจ ดำเนิน
นโยบายต่างประเทศ การป้องกันประเทศ ฯลฯ หนึ่งในนโยบายหาเสียงที่แข่งขันกันหลายพรรค คือ การลดภาษีผู้บริโภคเฉพาะอาหาร ซึ่งพรรคแอลดีพีชูนโยบายลดเหลือ 0% เพียงเวลา 2 ปีเท่านั้น ปัญหาใหญ่คือ แหล่งที่มาของงบประมาณที่จะมาอุดหนุนภาษีส่วนที่หายไปนี้ และมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ภายในพรรคด้วย
นางทาคาอิชิชี้แจงว่าจะตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจ(国民会議)ประกอบด้วยพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน เอกชน และผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขา มาร่วมกันพิจารณา จำเป็นต้องใช้เวลาพอควร คาดว่าจะได้ผลสรุปจนปฏิบัติจริง อย่างเร็วก็ราวกรกฎาคม 2027 ประชาชนอดทนรออีกปีกว่า
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไป
นางซานาเอะ ทาคาอิชิ จะเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่สอง ลำดับที่ 105 แน่นอน
คนหน้าเดิม แต่มีความมั่นใจเกินร้อย ไม่มีใคร “เบรค” ได้…
คนญี่ปุ่นรอดูผลงานของ “หญิงเหล็กแห่งเอเชีย” ให้สมกับความไว้วางใจ
————————————-
