bg-single

15 ปี…สึนามิ(津波)ญี่ปุ่น

13.03.2026

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

วันที่ 11 มีนาคม 2011 เวลา 14.46 น.

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงและคลื่นยักษ์สึนามิทางภูมิภาคตะวันออกของญี่ปุ่น(東日本大震災)ครอบคลุม 3 จังหวัดทางชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก คือ อิวาเตะ มิยางิ และฟุคุชิมะ แผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์ หรือแมกนิจูด 9 ความรุนแรงก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ขนาดสูงที่สุด 40.5 เมตร หรือราวความสูงของตึก 10 ชั้น ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่งของ 3 จังหวัด คร่าชีวิตผู้คนอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินมหาศาล

เวลาผ่านมาแล้ว 15 ปีเต็ม มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายเกิน 22,000 คน ที่อยู่อาศัยพัง

เสียหายทั้งหมดกว่า 120,000 หลัง และยังมีผู้ต้องอพยพจากสารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุคุชิมะแห่งที่ 1

แม้จะมีการบูรณะบริเวณพื้นที่ที่เกิดเหตุ รื้อถอนเก็บกวาดซากปรักหักพังมาตลอด

ผู้รอดชีวิตพากันอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับญาติมิตรในภูมิภาคอื่น ๆ แต่ก็ยังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังปักหลักอยู่ในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่อาศัยบ้านพักที่รัฐบาลสร้างให้ ด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้กลับไปยังถิ่นที่อาศัยอยู่เดิมได้

กระทรวงสาธารณสุขและแรงงาน(厚生労働省)ระบุว่าภัยพิบัติในครั้งนั้นมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ต้องสูญเสียบิดาหรือมารดาไปหลายพันคน และที่ต้องสูญเสียทั้งบิดาและมารดาไปก็มีไม่น้อยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีบิดามารดาที่รอดชีวิตแต่ต้องสูญเสียลูกไป แม้เวลาจะล่วงเลยมา 15 ปีแล้วก็ตาม หน่วยงานส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ รวมทั้งตำรวจยังทำการค้นหาร่องรอยของผู้สูญหาย

ผลสำรวจของสำนักข่าวเอ็นเอชเค สำรวจประชากรวัย 18 ปีขึ้นไปจำนวน 1,000 คนที่ยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ หลังเหตุการณ์ในครั้งนั้น ปัจจุบันยังมีผลกระทบต่อร่างกายและสภาพจิตใจหรือไม่ 31.9% ตอบว่า “มี” 68.1% “ไม่มี”

ผลกระทบที่ได้รับคือ ความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป ไม่มีงานที่พอใจ ความเป็นอยู่ที่ไม่เหมือนเดิม และรู้สึกโดดเดี่ยว เป็นต้น ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นคนวัย 50 ปีขึ้นไปมากที่สุด ซึ่งพอจะเข้าใจได้ว่า ขณะที่เกิดภัยพิบัติ 15 ปีที่แล้ว เขาอยู่ในวัยทำงาน สร้างครอบครัว แต่แล้วจู่ ๆ ทุกอย่างที่สร้างขึ้นมาก็พังหายไปกับตา ย่อมทำใจยอมรับได้ยากที่จะลุกขึ้นสู้ใหม่

คำถามว่าเมื่อเกิดความทุกข์ใจและลำบาก มีผู้ที่พอจะพึ่งพิงหรือไม่ 29% ตอบว่า “ไม่มี” จำนวนนี้เป็นผู้อยู่อาศัยคนเดียวมากที่สุดถึง 53% และเกือบ 40% ยังต้องการให้มีหน่วยงานช่วยเหลือ รับฟังและเป็นที่ปรึกษาปัญหา หวังให้รัฐช่วยอุดหนุนงบประมาณส่วนนี้ต่อไปอีก

จากข้อมูลยังพบว่าหลังเกิดภัยพิบัติ ระหว่างปี 2013 – 2025 มีผู้เสียชีวิตคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวหรือที่เรียกว่า “โคะโดคุ ชิ”(孤独死)ในจังหวัดอิวาเตะและมิยางิ ราว 590 คน ในจำนวนนี้มี 107 คนที่ถูกพบร่างหลังเสียชีวิตเกินกว่า 8 วันไปแล้ว เป็นผู้อยู่ในวัยกลางคนขึ้นไป มากที่สุดตามลำดับคือ 60 ปี 50 ปี และ 70 ปีขึ้นไป เกินกว่าครึ่งเป็นผู้ชาย

ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า ผู้ชายวัยทำงานมีความรับผิดชอบสูง เมื่อพบกับภัยพิบัติ ความสูญเสียอย่างกะทันหันไม่ทันตั้งตัว ไม่อาจทำใจยอมรับสภาพได้ จึงหันไปพึ่งแอลกอฮอล์ ติดสุรา เกิดปัญหาทางสุขภาพตามมา หรือแม้แต่ตัดสินใจปลิดชีพตัวเองหนีความทุกข์

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับผู้สูงวัย คนวัยกลางคนยังได้รับความใส่ใจน้อยกว่า ด้วยสังคมรอบข้างมองว่ายังมีกำลังกายลุกขึ้นสู้ได้มากกว่า แต่ในความเป็นจริง หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติ ต้องสูญเสียการงาน ยังหางานที่ตรงความสามารถทำเพื่อเลี้ยงชีพไม่ได้ ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานก็ยิ่งปรับตัวและทำใจลำบากในการดำเนินชีวิตใหม่ หรือบางกรณีเจ้าตัวเองไม่กล้าขอรับความช่วยเหลือ ทนทุกข์อยู่คนเดียว กว่าจะพบก็สายเกินไปเสียแล้ว

ที่จังหวัดอิวาเตะ เมืองริคุเซ็นทาคาตะ(陸前高田市)มีต้นสนหนึ่งต้นยืนตระหง่านท้าลมอยู่ริมฝั่งทะเล นับเป็นปาฎิหาริย์ที่หลงรอดมาได้ 15 ปี ทั้ง ๆที่เกือบทั้งเมืองแทบจะสูญสิ้นทุกอย่าง ผู้เสียชีวิต 1,560 คน ผู้สูญหาย 201คน ชายฝั่งทะเลยาวเหยียดเต็มไปด้วยซากเศษปรักหักพัง ของใช้ส่วนตัว ตุ๊กตาหมี ของเด็กเล่น อัลบั้มภาพถ่าย ถ้วยรางวัล ฯลฯ ซึ่งอาจเป็นสิ่งของแห่งความทรงจำอันมีคุณค่าของใครบางคน

มาริโกะ อาคิยามะ หัวหน้าศูนย์เก็บรักษาของแห่งความทรงจำ ทำความสะอาด แยกประเภทและเก็บรักษาสิ่งของต่าง ๆที่เก็บได้จากเมืองแห่งนี้ รอวันเจ้าของมารับคืน สิ่งของหลายพันชิ้น อาทิ สมุดบันทึกสุขภาพทารก มีบันทึกน้ำหนักแรกเกิดประทับรอยมือและรอยเท้า หมวกแก๊ปชมรมเบสบอลพร้อมข้อความที่ระลึก ตุ๊กตาแกะสลัก กล้องถ่ายรูป นอกจากนี้ยังมี ภาพถ่ายและสติ๊กเกอร์รูปถ่าย รวม 7 หมื่นกว่าแผ่น เป็นต้น

15 ปีที่ผ่านมา สามารถคืนเจ้าของไปแล้ว 3 พันกว่าชิ้น และเฉพาะรูปถ่ายประมาณ 2 แสนกว่าใบ เจ้าของส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ย้ายออกไปจากเมืองนี้แล้ว แต่ยังคิดถึงสิ่งที่สูญหายไปในวันนั้น ทางศูนย์จึงทำระบบค้นหาออนไลน์ อัพโหลดภาพสิ่งของต่าง ๆ แยกเป็นหมวดหมู่ ให้เข้ามาค้นหาได้ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้จัด “เทศกาลมารับของคืน”

สีหน้าดีใจ มีความสุขของคนที่ได้พบภาพแห่งความทรงจำ หญิงคนหนึ่งได้ภาพลูกสาววัยทารกถ่ายพร้อมครอบครัว บัดนี้ลูกสาวแต่งงานแล้ว ชายวัยย่าง 60 ปี ได้พบภาพภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว ถ่ายในงานเทศกาลของเมืองร่วมกับผู้อื่น เขาเล่าว่า หลายปีแรกฝันเห็นภรรยาบ่อยๆ คงเป็นห่วงลูก ๆ บัดนี้เขาเลี้ยงลูกจนเติบโตทุกคน ภรรยาไม่มาเข้าฝันอีกแล้ว แต่เขาดีใจที่ได้ภาพถ่ายของภรรยามาดูแทน

จำนวน 37 เมืองตามชายฝั่งทะเลของ 3 จังหวัดนี้ ศูนย์แห่งนี้เป็น 1 ใน 12 แห่งเท่านั้นที่ยังคงทำหน้าที่เก็บรักษาสิ่งของแห่งความทรงจำ รอเจ้าของมารับคืน มีอีกหลายแห่งเก็บไม่ไหวแล้ว เช่น เมืองอิวาคิ จังหวัดฟุคุชิมา อัญเชิญพระสงฆ์สวดและทำพิธีเผาสิ่งของเหล่านั้นราว 5 พันชิ้นไปเมื่อต้นปี

วันเวลาผ่านไป เจ้าของที่มารับคืนก็ยิ่งลดจำนวนลง มีปัญหาพื้นที่การจัดเก็บ มิหนำซ้ำเงินช่วยเหลือปีละ 7 ล้านเยนจากรัฐในการดำเนินการจัดเก็บสิ่งของเหล่านี้ กำลังจะสิ้นสุดลงในปีนี้ จำเป็นต้องหาเงินสนับสนุนจากเอกชน

ช่วงเวลาที่อยากค้นหาสิ่งของแห่งความทรงจำของแต่ละคนไม่ได้ตรงกัน หลายคนเสียชีวิตไประหว่างตามหาสิ่งของแห่งความทรงจำ หลายคนยังโศกเศร้าไม่พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งที่ย้ำเตือนความทรงจำในอดีต

มันโหดร้ายเกินไปที่จะกำหนดเวลาสิ้นสุดแห่งความทรงจำ

15 ปี สึนามิญี่ปุ่น…

FILE – In this March 18, 2011 (Hiroaki Ono/Yomiuri Shimbun via AP, file) JAPAN OUT, MANDATORY CREDIT

FILE – In this Feb. 19, 2012 (AP Photo/David Guttenfelder, File)
A bystander prays at 2:46 p.m., Wednesday, March 11, 2026 in Tokyo, as Japan marked the 15th anniversary of the 2011 earthquake, tsunami, and nuclear disaster that devastated the northeastern coast. (AP Photo/Eugene Hoshiko)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วรวงศ์” ห่วง FTA ไทย–ยูเออี “ได้ไม่คุ้มเสีย” ทำร้ายอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเตือนอย่าใช้ FTA เป็นเครื่องมือการเมืองช่วงซักฟอก
อดีต ปลัด มท.สุทธิพงษ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อสังเกต ผลการตรวจสอบโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนฯ
อนุรักษนิยมไทยภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ?
กระทรวงเกษตรฯ ขอ ปชช.อย่าเพิ่งกังวล “UPOV1991” ยืนยันยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน ลั่น! ต้องปกป้องผลประโยชน์เกษตรกร-คนไทยเป็นหลัก
จาก IoT ถึง AIoT ก้าวสู่โลก AI เต็มรูปแบบ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (24) สาร วิถี และมิตรใหม่
เมนูแฟรงเก้นสไตน์ ทำตามได้แต่อาจพัง
รู้จัก ‘หนู’ ผ่านเพลง King Rat สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เรืออับปางได้ ในมหาสมุทรแห่งความโลภ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
‘ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ’ ก็ไม่เว้น นามนั้น สำคัญไฉน ทรัมป์วางชื่อ ‘ทาบ’ JFK แต่ไม่สำเร็จ
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (1)
รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดาฉากทัศน์ ทศวรรษ 2570 ‘พลังคนเดือนตุลา คือพลังของคนตาย’