บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
เวลาออกไปทำธุระนอกบ้านทั้งวัน ไปทำงาน เรียน หรือเดินทางไกล ไม่ว่าใครก็ตามทั้งหญิง ชาย วัยรุ่น เด็กหรือผู้สูงวัย ต้องมีช่วงเวลาแวะทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำสาธารณะแน่นอน คงมีน้อยคนที่จะอั้นไว้จนกว่าจะกลับถึงบ้านตัวเองเท่านั้น ยิ่งถ้าเป็นประเทศที่มีอากาศหนาวเย็นหรือในฤดูหนาว โอกาสที่จะต้องทำ “ธุระส่วนตัว” ก็เพิ่มจำนวนครั้งตามไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้
สภาพสรีระผู้หญิงไม่เอื้ออำนวยให้ทำ “ธุระส่วนตัว” ได้รวดเร็วเท่าผู้ชาย อีกทั้งเมื่อสังเกตดูจะเห็นว่าห้องน้ำชายในห้องน้ำสาธารณะ แบ่งส่วนเป็น “ธุระเบา” กับ “ธุระหนัก” อัตราการหมุนเวียนของผู้ใช้บริการจึงยิ่งรวดเร็วกว่าห้องน้ำผู้หญิง ผู้ชายแทบจะไม่ต้องรอคิวเลย แต่ห้องน้ำผู้หญิงมักมีคิวยาวบ้างสั้นบ้าง แล้วแต่สถานที่แตกต่างกันไป
ทำไมห้องน้ำผู้หญิงจึงมีคิวยาว ?
เรื่องนี้ต้องยกนิ้วให้ญี่ปุ่น ที่ใส่ใจพยายามหาต้นตอของปัญหานี้มาแก้ไขให้ได้ !
เดือนสิงหาคม 2025 กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานทางบก การขนส่งและท่องเที่ยว(国土交通省)ญี่ปุ่น ทำการสำรวจความไม่พึงพอใจในการต่อแถวใช้ห้องน้ำสาธารณะ พบว่าผู้หญิงมีความไม่พอใจมากกว่าผู้ชาย โดยทำการสำรวจหญิงและชายวัย 20 – 80 ปี จำนวน 1,020 คน แยกเป็นห้องน้ำตามสถานที่ต่าง ๆ คือ สถานีรถไฟ ผู้หญิงไม่พอใจ 55% ผู้ชาย 35% อาคารศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ผู้หญิงไม่พอใจ 47% ผู้ชาย 17% และสถานที่พักรถเส้นทางนอกเมือง สนามบิน ผู้หญิงไม่พอใจ 47% ผู้ชาย 23% เป็นต้น
ได้ผลสำรวจมาแล้วนำมาวิเคราะห์ พบว่าหากนับจำนวนโถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำชาย ซึ่งรวมทั้งสำหรับ “ธุระหนัก”และ “ธุระเบา” ให้มีค่าเท่ากับ 1 เปรียบเทียบเป็นอัตราส่วนกับจำนวนโถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำหญิงตามสถานที่ต่าง ๆ มีดังนี้ สถานีรถไฟ 0.63 สนามบิน 0.66 สถานีรถบัส 0.71 และโรงภาพยนตร์ 0.89 เป็นต้น
สรุปได้ว่าสถานที่ที่มีคนจำนวนมากมารวมกันในแต่ละวันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานีรถไฟใหญ่ ๆ และสนามบิน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จำนวนโถสุขภัณฑ์ของห้องน้ำหญิงมีเพียง 60 – 70% ของห้องน้ำชายเท่านั้น แต่มีบางสถานที่ที่จำนวนสุขภัณฑ์ของห้องน้ำหญิงมีมากกว่าเล็กน้อย อาทิ พิพิธภัณฑ์ 1.02 สถานที่จอดพักรถ 1.07 ห้างสรรพสินค้า 1.19 และโรงละคร 1.93 เป็นต้น
กระทรวงโครงสร้างพื้นฐานฯ ตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาทำร่างแผนงานเพื่อแก้ปัญหาเรื่องห้องน้ำหญิง ได้ประชุมหารือกับนักวิชาการและผู้ประกอบการเพื่อขอความร่วมมือกำหนดแนวทางร่วมกัน ทำอย่างไรจึงให้ชายและหญิงได้ใช้ห้องน้ำสาธารณะอย่างสะดวก ย่นระยะเวลารอคิวให้สั้นลงอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ผู้หญิงต้องรอคิวนานกว่าผู้ชายเกือบทุกแห่งอย่างขณะนี้ และที่สำคัญคือ ต้องกำหนดให้จำนวนโถสุขภัณฑ์ในห้องน้ำหญิงมีจำนวนมากกว่าของห้องน้ำชายเมื่อรวมสุขภัณฑ์สำหรับ “ธุระเบาและหนัก” แล้ว
เพราะเหตุใด ห้องน้ำหญิงในที่สาธารณะจึงกลายเป็นประเด็นขนาดกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานฯ ต้องตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะ?
มีสาเหตุมาจากสภาพการใช้งานห้องน้ำที่เปลี่ยนแปลงไปมากในยุคสมัยปัจจุบัน เนื่องจาก “ผู้หญิงออกมาใช้ชีวิตในสังคม”(女性の社会進出)มากขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ผู้หญิงทำงานนอกบ้านเพิ่มจำนวนขึ้น ไม่ใช่แม่บ้านที่ใช้เวลาอยู่แต่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ สังคมเมื่อก่อนเป็นสังคมของผู้ชายที่หาเลี้ยงครอบครัวต้องเดินทางออกมาทำงานนอกบ้านทุกวัน การก่อสร้างห้องน้ำก็คำนึงถึงผู้ใช้ซึ่งเป็นผู้ชายมากกว่าในเกือบทุกสถานที่
ปัจจุบันสังคมญี่ปุ่นแบบชายเป็นใหญ่เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว ผู้หญิงก็เป็นกำลังสำคัญ!
ที่น่าสนใจคือ ยังมีรายละเอียดที่ลงลึกไปอีกว่า ปัจจุบันทั้งชายและหญิงมีแนวโน้มใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานขึ้น
กล่าวคือ มีสาเหตุจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้วย โถสุขภัณฑ์ในญี่ปุ่นปัจจุบันส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นแบบตะวันตก ไม่ต้องนั่งยอง ๆกันแล้ว แต่นั่งทำ “ธุระ” ได้สบายขึ้น มิหนำซ้ำยังมีอุปกรณ์เสริม ปุ่มฉีดน้ำอุ่นสำหรับด้านหน้าและหลัง ปรับอุณหภูมิตามต้องการได้ ทำให้ช่วงเวลาทำ “ธุระ” ของแต่ละคนจึงนานขึ้นด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้ มิหนำซ้ำบางคนยังใช้ห้องน้ำสำหรับเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเพื่อไปทำกิจกรรมอื่นอีกด้วย
บริษัททางด่วนภาคกลางญี่ปุ่น(中日本高速道路)มีผลสำรวจการใช้ห้องน้ำในจุดพักรถหลายแห่ง ทำการจับเวลาหลังจากผู้ใช้ปิดประตูห้องน้ำจนถึงเปิดประตูอีกครั้งหนึ่ง สำหรับห้องน้ำชาย ปี 2007, 2014 และปี 2018 ใช้เวลา 209 , 243 และ 264 วินาทีตามลำดับ
ส่วนห้องน้ำหญิงในปีดังกล่าวใช้เวลา 88 , 95 และ 117 วินาทีตามลำดับ ห้องน้ำชายในที่นี้คงหมายถึงการทำ “ธุระหนัก” นั่นเอง เมื่อเปรียบเทียบปี 2007 กับปี 2018 สรุปได้ว่าชายใช้เวลานานขึ้น 26% และหญิง 33%
สำหรับสถานีรถไฟใหญ่ ๆ อย่างสถานีโตเกียวที่เป็นศูนย์รวมของทั้งชินคันเซนและรถไฟสายต่าง ๆ มีผู้ใช้บริการวันละเกินหนึ่งล้านคน บริเวณส่วนที่เป็นเส้นทางJR สายตะวันออก มีห้องน้ำหญิงเพียง 50 – 80% ของห้องน้ำชายเท่านั้น จึงมีแนวทางแก้ปัญหาการรอคิวนานของห้องน้ำหญิง เช่น การติดสติ๊กเกอร์เป็นแนวให้ยืนรอ ไม่กีดขวางทางเดิน และยังมีแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์แสดงให้เห็นช่วงเวลาที่ห้องน้ำแต่ละที่ภายในสถานีมีคิวสั้น-ยาวเท่าใด ทุกคนสามารถตรวจดูได้ว่าควรมุ่งไปห้องน้ำบริเวณใด กระทรวงโครงสร้างพื้นฐาน ฯกำลังพิจารณาจะนำวิธีการนี้ไปใช้กับสถานีอื่น ๆ เพิ่มขึ้นด้วย
ศาสตราจารย์ ฮิโรยูคิ โคเซะ หนึ่งในคณะทำงานในเรื่องนี้ ให้ความเห็นว่า ห้องน้ำสาธารณะเหล่านี้ สร้างขึ้นตามเกณฑ์คณะกรรมการวิศวกรรมสาธารณสุข ที่กำหนดไว้เมื่อปี 1983 หรือกว่า 40 ปีที่แล้ว โดยคำนึงถึงระบบการระบายอากาศ การกำจัดสิ่งปฏิกูล ฯลฯ ซึ่งกำหนดอัตราส่วนห้องน้ำชายหญิงของสถานที่ 6 ประเภท เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน เป็นต้น หากที่ใดมีจำนวนผู้ใช้ ชายหรือหญิงเกินกว่าวันละ 200 คน จำนวนโถสุขภัณฑ์ของชายต่อหญิง คือ 8 : 5 และมาจากผลการสำรวจชายและหญิงในที่ทำงานจำนวน 1,536 คนในขณะนั้นพบว่า ช่วงเวลาที่ชายและหญิงสามารถยืนรอคนก่อนหน้าได้สำหรับ “ธุระเบา” คือ 42 วินาที และ 102 วินาทีตามลำดับ
ผู้หญิงอดทนรอได้นานกว่าผู้ชายนี่เอง ห้องน้ำชายจึงมากกว่าห้องน้ำหญิงมาตลอดงั้นหรือ?
แต่ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว จะให้ผู้หญิงยอมรับความเสียเปรียบแม้กระทั่งสิทธิ์การใช้เวลาทำ “ธุระส่วนตัว” เมื่ออยู่นอกบ้านอย่างนี้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
เรื่องของ “ห้องน้ำ” จึงเริ่มสั่นคลอนสังคม “ชายเป็นใหญ่” ของญี่ปุ่น
————————————
