bg-single

นายกฯหญิงญี่ปุ่นเยือนสหรัฐอเมริกา

27.03.2026

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

นางซานาเอะ ทาคาอิชิ(高市早苗)นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2026 พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน

ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองของการพบกันระหว่างสองผู้นำ ครั้งแรกเดือนตุลาคม ปี 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์เยือนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากนาง ทาคาอิชิ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก เป็นการพบกันอย่างชื่นมื่น ยืนยันความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกามาตลอดไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อนางทาคาอิชิ ชนะการเลือกตั้งทั่วไปอย่างท่วมท้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ส่งสารชื่นชมในความสามารถและชัยชนะของนางทาคาอิชิ แสดงความยินดีที่ญี่ปุ่นมีนายกรัฐมนตรีหญิงเก่ง เข้มแข็ง มากความสามารถ และเป็นมิตรแท้ของสหรัฐอเมริกา

ขณะนี้รัฐสภาญี่ปุ่นกำลังอยู่ในสมัยประชุมสามัญ วันที่ 19 มีนาคม ที่หน้ารัฐสภาจึงมีผู้มาชุมนุมถือป้ายเรียกร้องให้รัฐบาลยึดมั่นในรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ต่อต้านการก่อสงครามอย่างเด็ดขาด และขอให้สหรัฐอเมริกายุติการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว ส่วนในรัฐสภา พรรคฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในการเยือนสหรัฐฯ ถึงการแสดงท่าทีของญี่ปุ่นหากสหรัฐฯขอให้ญี่ปุ่นช่วยนำเรือรบเสริมกำลังบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นางทาคาอิชิ ตอบชัดเจนว่าจะยึดมั่นตามกรอบรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัด จะไม่ยอมถูกชี้นำ สิ่งที่ทำได้จะตอบว่า “ทำได้” สิ่งที่ทำไม่ได้จะตอบว่า “ทำไม่ได้”

พรรคฝ่ายค้านหลายพรรคเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้ เจรจาให้ประธานาธิบดีทรัมป์ยุติการโจมตีประเทศอื่นโดยเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น ญี่ปุ่นต้องไม่ให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ หรือมีส่วนร่วมใดๆในการก่อสงครามอย่างเด็ดขาด ขอให้คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งมวลมนุษยชาติด้วย กลายเป็นว่า ประเด็นสำคัญที่ญี่ปุ่นกังวลใจล่วงหน้ากับการเยือนสหรัฐฯ ของนางทาคาอิชิ คือ การถูกขอให้ส่งเรือรบร่วมเสริมกำลังในการโจมตีอิหร่าน ญี่ปุ่นจะตอบรับไม่ได้ แต่จะปฏิเสธอย่างไร

นางทาคาอิชิ เตรียมตัวอย่างดีในการทำหน้าที่สำคัญครั้งนี้ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดหลังการพูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ได้แสดงเจตจำนงเรียกร้องให้สหรัฐฯนำความสงบสุขคืนมาสู่ภูมิภาคตะวันออกกลางโดยเร็ว นอกจากนี้ ยังย้ำถึงการเป็นพันธมิตรสำคัญ จะให้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจโดยลงทุนในสหรัฐฯ ในหลาย ๆด้านเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

สรุปความร่วมมือทางเศรษฐกิจ 3 ประการ ระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

ญี่ปุ่นจะร่วมลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯที่รัฐอลาสกา เนื่องจากญี่ปุ่นเห็นความจำเป็นของความมั่นคงทางพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลางขณะนี้ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ญี่ปุ่นซึ่งต้องพึ่งพิงน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% ประสบปัญหาหลายด้าน จำเป็นต้องหาช่องทางอื่นมาชดเชยความขาดแคลน น้ำมันที่จะส่งจากอลาสกามาถึงญี่ปุ่นใช้เวลาสั้นกว่าการส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง10 วัน และแน่นอนว่ามีความปลอดภัยมากกว่า แต่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าน่าจะไม่ง่ายนักและทำไม่ได้ในเร็ววัน เนื่องจากอลาสกายังขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญหลายด้านและไม่มีท่าเรือขนส่งขนาดใหญ่

นับเป็นหนึ่งในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มความสามารถในการส่งออกมายังญี่ปุ่นตามที่สองผู้นำได้ตกลงร่วมกันปีที่แล้ว

ประการต่อมา ญี่ปุ่นจะลงทุนในสหรัฐฯ 80 ล้านล้านเยน แลกกับการลดภาษีการนำเข้าสหรัฐฯของสินค้าประเภทรถยนต์ตามที่เคยเจรจากันปีที่แล้ว และจะเพิ่มเงินลงทุนอีก 11 ล้านล้านเยนเพื่อการก่อสร้างโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติ ฐานการผลิตพลังงานรูปแบบอื่น ๆ ญี่ปุ่นจะให้ความร่วมมือในการส่งออกอุปกรณ์ ชิ้นส่วนที่จำเป็นเพิ่มขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในประเทศของสหรัฐฯ และการใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น

ประการที่สาม เกี่ยวกับแร่แรเอิร์ธ(レアアース)ที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ กำลังขาดตลาดเป็นที่ต้องการมากของประเทศอุตสาหกรรม ผลมาจากจีนจำกัดการส่งออก ญี่ปุ่นพบแร่ชนิดนี้บริเวณรอบเกาะมินามิโทริ(南鳥島)ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากโตเกียวไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่ มีเพียงเจ้าหน้าที่จำนวนไม่มากของกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงป้องกันประเทศ เป็นต้น ญี่ปุ่นจะร่วมมือกับสหรัฐฯเริ่มลงทุนโครงการขุดเจาะแร่นี้ นำขึ้นมาใช้ประโยชน์ และค้นหาแหล่งแร่ธาตุสำคัญในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกทั้งร่วมกันกำหนดราคาร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องพึ่งพานำเข้าจากจีนเป็นหลักอีกต่อไป

นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยเกี่ยวกับกรณีไต้หวัน และการขอให้เกาหลีเหนือส่งคืนชาวญี่ปุ่นที่ถูกลักพาตัวไปในอดีต(拉致)กลับสู่ครอบครัว ซึ่งสหรัฐฯรับปากให้ความร่วมมือ

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ในการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์อิหร่าน นางทาคาอิชิกล่าวคำหรูว่า “ผู้ที่จะบันดาลให้เกิดสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในโลกได้ มีเพียง ‘โดนัลด์’ เท่านั้น” “ขอย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีของสองประเทศ และวิงวอนให้ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงบทบาทผู้นำสันติภาพมาสู่ประชาคมโลก แม้จะเป็นผู้เริ่มสงครามก็ตาม”

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายกรัฐมนตรีทาคาอิชิผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดีทรัมป์ กระตือรือร้นในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เว้นแต่กรณีการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ ซึ่งนายกฯจำเป็นต้องวางบทบาทและแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับสงคราม เนื่องจากประชาชนชาวญี่ปุ่นต่อต้านสงคราม และรัฐธรรมนูญที่กำหนดข้อห้ามในการส่งกำลังทหารเพื่อช่วยเหลือในการทำสงคราม

แหล่งข่าววงในระดับสูงของญี่ปุ่น ยอมรับว่านางทาคาอิชิ ประสบความสำเร็จในการเยือนสหรัฐฯ เชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ไม่มีการกดดันญี่ปุ่น

ส่วนคนญี่ปุ่นทั้งหลายผู้รักสงบ ต่อต้านสงครามก็โล่งใจ…

แต่ต้อง “กำหมัด” เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์เอ่ยถึง “การโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์” ในอดีต !

———————————–



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“วรวงศ์” ห่วง FTA ไทย–ยูเออี “ได้ไม่คุ้มเสีย” ทำร้ายอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเตือนอย่าใช้ FTA เป็นเครื่องมือการเมืองช่วงซักฟอก
อดีต ปลัด มท.สุทธิพงษ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อสังเกต ผลการตรวจสอบโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อนฯ
อนุรักษนิยมไทยภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ?
กระทรวงเกษตรฯ ขอ ปชช.อย่าเพิ่งกังวล “UPOV1991” ยืนยันยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อดี-ข้อเสียอย่างรอบด้าน ลั่น! ต้องปกป้องผลประโยชน์เกษตรกร-คนไทยเป็นหลัก
จาก IoT ถึง AIoT ก้าวสู่โลก AI เต็มรูปแบบ
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (24) สาร วิถี และมิตรใหม่
เมนูแฟรงเก้นสไตน์ ทำตามได้แต่อาจพัง
รู้จัก ‘หนู’ ผ่านเพลง King Rat สิ่งมีชีวิตที่ทำให้เรืออับปางได้ ในมหาสมุทรแห่งความโลภ
นาฬิกา เวลา ความหรูหรา และราคาที่นักการเมืองต้องจ่าย
‘ศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งชาติ’ ก็ไม่เว้น นามนั้น สำคัญไฉน ทรัมป์วางชื่อ ‘ทาบ’ JFK แต่ไม่สำเร็จ
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (1)
รศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร เดาฉากทัศน์ ทศวรรษ 2570 ‘พลังคนเดือนตุลา คือพลังของคนตาย’