bg-single

“วันนั้นของเดือน” กับผู้หญิงวัยทำงานญี่ปุ่น

10.04.2026

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

ผู้หญิงวัยรุ่น วัยทำงานจำนวนมากที่มีอาการปวดท้อง(生理痛)ใน “วันนั้นของเดือน” อาการปวดประจำเดือนมากหรือน้อย แตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนปวดมากร้าวไปถึงต้นขาและหลัง นอนไม่หลับ แถมด้วยอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน บางคนปวดท้องเป็นพัก ๆ แบบพอทนได้ กินยาแก้ปวดทุเลาลง แต่จะหายเป็นปลิดทิ้งเลยก็ไม่ใช่ ไม่สบายเนื้อสบายตัวและต้องอดทนอยู่ในสภาพนั้นอยู่ 2-3 วันเป็นอย่างน้อย คนที่ไม่มีปัญหาเลยน่าจะแทบไม่มี

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาก่อนมีประจำเดือน 1-2 สัปดาห์ บางคนมีอาการ PMS (Premenstrual Syndrome) คือ ปวดท้องน้อย อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด เศร้า วิตกกังวล เครียด ไม่มีสมาธิอ่อนล้า นอนไม่หลับ มีสิว เป็นต้น เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาการต่าง ๆ เหล่านี้รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ผู้หญิงต้องทนกับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจอย่างนี้ทุกเดือน มิหนำซ้ำยังมีผลต่อคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน คนรอบข้างอีกด้วย

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก!

แต่ผู้หญิงวัยทำงานญี่ปุ่นลำบากยิ่งกว่า เจ็บป่วยใน “วันนั้นของเดือน” ก็ต้องอดทน ทำงานทุกอย่างให้ครบถ้วนเหมือนวันปกติที่แทบจะไม่มีเวลาพักอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงการขอลาหยุดงาน พักอยู่ที่บ้านให้อาการทุเลาลง เพราะนั่นหมายถึงการรบกวนเพื่อนร่วมงานที่ต้องรับภาระงานแทนตัวเอง

เดือนธันวาคม 2025 กระทรวงสาธารณสุขและแรงงานญี่ปุ่น กำหนดแนวทางการปฏิบัติโดยมุ่งขอความร่วมมือจากบริษัททั่วไป ประเด็นสำคัญคือ ปรับสภาพการทำงานให้พนักงานหญิงขอลาหยุดใน “วันนั้นของเดือน” ได้อย่างสะดวกใจ และช่วยกันสร้างบรรยากาศให้ผู้หญิงที่มีอาการปวดประจำเดือนหรือมีปัญหาสุขภาพสามารถเข้าหาและปรึกษากับหัวหน้างานได้

ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญและห่วงใยสุขภาพของผู้หญิงวัยทำงาน ไม่ว่าจะเกิดจาก “วันนั้นของเดือน” หรือเข้าสู่วัยทอง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และส่งผลเสียต่อผลประกอบการขององค์กรด้วย

โมโตดะ พนักงานหญิงวัย 37 ปี บอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัว ทุกเดือนก่อน “วันนั้นของเดือน” เธอมีอาการ PMS มาเยือนล่วงหน้า 10 วัน ปวดท้อง ซึมเศร้า หดหู่ใจ หมดแรง และมีอย่างน้อย 1 วันของทุกเดือนที่อาการหนักถึงขนาดลุกจากเตียงไม่ไหว แน่นอนว่าประสิทธิภาพการทำงานก็ลดลงตามไปด้วย

โมโตดะ มีอาการอย่างนี้มาตั้งแต่เรียนจบเข้าทำงานได้ 2 ปี ครั้งนั้นลองยื่นใบลา เขียนสาเหตุจากปวดประจำเดือน แต่ปฏิกริยาจากหัวหน้างานผู้ชายทำให้เธอไม่เคยลืมเลยจนทุกวันนี้ หัวหน้าบอกว่า “ยังไม่เคยมีใครขอลาหยุดด้วยเหตุปวดประจำเดือนเลยนะ ครั้งนี้ยอมให้เป็นกรณีพิเศษก็แล้วกัน” เธอจึงจำใส่ใจว่าหากไม่ได้เจ็บป่วยถึงขั้นคอขาดบาดตาย ก็ไม่ต้องคิดถึงการขอลาหยุดเลย แม้ว่าในระเบียบมีการระบุถึงการขอลาหยุดจากเหตุปวดประจำเดือนก็จริง แต่ในทางปฏิบัตินำมาใช้จริงไม่ได้

ถ้าเป็นหัวหน้างานผู้หญิงน่าจะเข้าใจเรื่องของผู้หญิงดีกว่าไหม? โมโตดะ ลองปรึกษาหัวหน้าผู้หญิง เพียงเอ่ยปากว่า ตอนนี้สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ยังไม่ทันบอกสาเหตุจากปวดประจำเดือน หัวหน้าไม่แสดงความสนใจ กลับบอกว่า “ทุกคนกำลังทุ่มเทกับงานอย่างเต็มที่” หมายความว่า มีเพียงเธอที่อ่อนแอ อ้างเหตุสุขภาพเพื่อขอลดปริมาณงานน้อยกว่าคนอื่นหรือ ? เธอผิดหวังมากที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ จึงขอลาออก

บริษัทไอที แห่งหนึ่งในโตเกียวได้ทำการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับสุขภาพของผู้หญิงวัยทำงาน จากผู้ตอบแบบสอบถาม 2,000 กว่าคน 84% ตอบว่า เคยมีอาการ PMS ทั้งทางกายและอารมณ์ หรืออาการวัยทองด้วย และส่งผลต่อหน้าที่การงาน กล่าวคือ มีรายละเอียด เช่น คุณภาพงานลดลง สามารถแบกรับปริมาณงานได้น้อยลง มีปัญหาต่าง ๆเกิดจากการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานได้ไม่ดี เป็นต้น

นอกจากนี้ หลายคนตอบว่า เมื่อจำเป็นต้องหยุดงานจริง ๆ จะใช้สิทธิ์วันลาพักร้อน (ซึ่งก็มีคนใช้น้อยมาก) มีเพียงส่วนน้อยนิดที่ตอบว่า ขอลาหยุดจากเหตุปวดประจำเดือนตามที่ระบุในระเบียบของบริษัท เมื่อปัญหาสุขภาพส่งผลถึงการทำงาน ผู้หญิงต้องอดทนคนเดียว จะหันหน้าไปปรึกษาใครในที่ทำงานก็ไม่มี และเกรงใจเพื่อนร่วมงาน ต้องทนทุกข์ไปเรื่อยๆ จนทนต่อไปไม่ได้ก็ต้องลาออกไปเอง

สูตินรีแพทย์หญิง โยโกะ โอคาเบะ(岡部葉子)ให้ความเห็นว่า ช่วงชีวิตแต่ละวัยของผู้หญิงเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อสุขภาพในขณะนั้น สถานที่ทำงานแต่ละแห่งควรปรับสภาพการทำงานให้เอื้อต่อพนักงานหญิงในแต่ละวัยได้ทำงานอย่างมีความสุข ควรจัดอบรมให้พนักงานทั้งชายและหญิงเข้าร่วมเพื่อให้ความรู้และทำความเข้าใจปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของเพื่อนร่วมงานหญิง

   กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม(経済産業省)เปิดเผยตัวเลขปี 2024 ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากปัญหาสุขภาพของหญิงวัยทำงาน อาทิ ปวดประจำเดือน อาการวัยทอง สูงถึง 3.4 ล้านล้านเยน

เห็นตัวเลขน่าตกใจนี้แล้ว มีบริษัทแห่งหนึ่งเกิดความตื่นตัวต่อปัญหาสุขภาพพนักงานหญิงก่อนใครๆ ด้วยการให้ผู้บริหารแต่ละแผนก กรรมการบริษัท หัวหน้างาน เข้าร่วมการสัมมนา “เข้าใจความรู้สึกปวดประจำเดือนของผู้หญิง” โดยให้ทดลองประสบการณ์จริงผ่านการติดแผ่นแปะเข้าที่ท้องน้อยแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าระดับอ่อนๆ จนถึงระดับเข้มข้นขึ้นๆ

ผลเป็นอย่างไรหรือ? พอคาดเดาได้!

ทุกคนต่างร้อง “โอ๊ย ๆ…” “ขนาดนี้เลยหรือ..” หน้านิ่ว คิ้วขมวด จนถึงสีหน้าเหยเก

ผู้บริหารชายวัย 50 ปี ยอมรับว่า ไม่ใช่ไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงปวดประจำเดือน แต่พอได้ทดลองความรู้สึกนั้นบ้าง เข้าใจความรู้สึกอดทนของพนักงานหญิงมากขึ้น ตั้งใจว่าจะปรับสภาพการทำงานให้พนักงานหญิงได้ลาหยุดในช่วงเวลานั้นของเดือนได้

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทมีนโยบายใส่ใจสุขภาพของพนักงาน กำหนดระเบียบให้พนักงานทั้งชายและหญิงทุกคนมีสิทธิ์ขอลาพักร้อนได้ทุกเดือน เดือนละ 1 วัน ตอนยื่นใบลาก็ไม่ต้องเขียนเหตุผล ทุกคนจึงขอลาหยุดได้อย่างสะดวกใจ ทั้งนี้เป็นผลจากการที่ผู้บริหารเข้าใจปัญหาสุขภาพพนักงานหญิงมากขึ้นจากประสบการณ์จริงนั่นเอง

บริษัทสร้างบรรยากาศการทำงานเพื่อให้พนักงานทุกคนมีสุขภาพดี ทำงานอย่างมีความสุข มีปัญหาก็สามารถปรึกษาพูดคุยกับหัวหน้างานได้ตลอดเวลา

บริษัทแบบนี้แหละ ใช่เลย… อยากไปสมัครงาน…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)