bg-single

ไอดอลเกาหลี อ่านหนังสือเฟมินิสม์สะเทือนถึงใคร?

11.04.2018

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เกาหลีแทบจะทันทีเมื่อ “ไอรีน” (Irene) หนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง “เรดเวลเว็ท” (Red Velvet) สังกัดSM Entertainment กล่าวในงานแฟนมีตติ้งว่าเธออ่านนิยายชื่อ “1982년생 김지영” หรือ “คิมจียอง ผู้เกิดปี 1982” ซึ่งนิยายเรื่องดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับการตั้งคำถามถึงความเท่าเทียมกันทางเพศ หลังจากงานแฟนมีตติ้ง เธอถูกตั้งกระทู้โจมตีในโลกออนไลน์เกาหลีอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแฟนๆผู้ชายบางส่วนที่ออกมาตอบกระทู้ว่าจะเลิกสนับสนุนเธอ บ้างก็ว่าเสียใจอย่างยิ่งที่ผ่านมาเขาเคยสนับสนุนเธอ หรือหลายรายถึงขั้นทำลายการ์ดรูปไอรีนด้วยการเผาทิ้งแล้วถ่ายรูปมาลงอินเตอร์เน็ต เหตุการณ์นี้สร้างความงุนงงและประหลาดใจให้แฟนๆชาวต่างชาติไม่น้อย ส่วนใหญ่ตั้งข้อสงสัยว่าเนื้อหาของหนังสือ “คิมจียอง ผู้เกิดปี 1982” เป็นปัญหาอย่างไร ?

.
“คิมจียอง ผู้เกิดปี 1982” ประพันธ์โดย “โชนัมจู” ถูกตีพิมพ์ในปี 2016 มียอดขายกว่า 270,000 เล่ม และเป็นที่นิยมในกลุ่มคนเกาหลีทุกวัย ประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่างมุนแจอินเองก็รับไปอ่านด้วยหนึ่งเล่ม จึงไม่แปลกนักหากไอรีนจะเลือกอ่านหนังสือเล่มนี้เพราะความนิยมของตัวหนังสือ
พล็อตของหนังสือเล่าถึงเรื่องราวของ “คิมจียอง” ผู้แต่งให้คิมจียองเป็นดั่งตัวแทนของผู้หญิงเกาหลีที่เกิดในช่วงนั้น โดยเริ่มเล่าเรื่องจากเทศกาลชูซ็อก (Chuseok) หรือเทศกาล Thanksgiving ของประเทศเกาหลี เป็นวันหยุดยาวและวันเทศกาลสำคัญที่จะมีขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 หรือช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วง โดยชาวเกาหลีถือว่าชูซ็อกเป็นวันครอบครัว วันหยุดยาวมีขึ้นเพื่อให้ทุกคนกลับไปอยู่กับครอบครัว ซึ่งส่วนนี้เองที่เป็นข้อที่ผู้เขียนยกขึ้นมาถกเถียงในหนังสือโดยผ่านตัวละครคิมจียอง ในหนังสือกล่าวว่าเทศกาลชูซ็อกเป็นเทศกาลที่น่าหดหู่สำหรับภรรยา เพราะครอบครัวที่เธอต้องอยู่ด้วยนั้นไม่ใช่ครอบครัวของเธอเอง แต่เป็นครอบครัวของสามี และชูซ็อกไม่ได้เป็นวันหยุดพักผ่อนสำหรับภรรยาแต่อย่างใด เพราะเธอต้องขลุกอยู่ในครัวทั้งวันกับแม่สามีเพื่อเตรียมอาหารหมดทุกอย่างให้กับทุกคนที่จะมา แต่ขณะที่ผู้หญิงนั่งทำครัวงกๆทั้งวัน ผู้ชายกลับได้นั่งพักผ่อนสบายๆและดื่มโซจูสังสรรค์ และเมื่อความเหนื่อยทั้งหมดถาโถมเข้ามา คิมจียองก็วิจารณ์พ่อสามีอย่างตรงไปตรงมาที่พ่อสามีบังคับให้เธอต้องมาหาครอบครัวสามีตลอดในเทศกาลชูซ็อก ทำให้เธอไม่สามารถกลับไปเยี่ยมครอบครัวของเธอได้เลย หลังจากที่ทุกคนได้ยิน ทุกคนก็ช็อคไปตามๆกัน สามีของคิมจียองรีบพาคิมจียองออกมาจากบ้านและบอกว่าเธอดูไม่เหมือนตัวเอง อาจจะมีอะไรครอบงำอยู่ เขาจึงพาเธอไปพบจิตแพทย์


ข้อถกเถียงเรื่องหน้าที่ของผู้หญิงในวันหยุดยาวที่ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นแรงงานภายในครอบครัวทุกวันหยุดไม่ได้มีแค่เฉพาะวันชูซ็อกเท่านั้น แต่วันหยุดเทศกาลซอลลัล (Seollal หรือวันตรุษ) ก็กำลังกลายเป็นที่ถกเถียงในผู้หญิงเกาหลีรุ่นใหม่เช่นกัน ด้วยพวกเธอคิดว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเธอที่ต้องทำงานหนัก ขณะที่ผู้ชายในบ้านสามารถนอนเอกเขนกได้ทั้งวันอยู่เฉยๆ และหากสลับตำแหน่ง ลองพวกเธอไปนอนเล่นบนโซฟาเฉยๆบ้างพวกเธอจะถูกมองเป็น “ภรรยาที่แย่” ไปโดยทันที เพราะผู้ชายคิดว่างานครัวเป็นงานของผู้หญิงเท่านั้น และผู้หญิงทุกคนต้องทำ มิตรสหายชาวเกาหลีหลายคนก็ทำหน้าเหนื่อยๆก่อนช่วงวันหยุดชูซ็อกเมื่อถูกไต่ถามถึงกิจกรรมที่พวกเธอวางแผนจะทำในช่วงวันหยุด พวกเธอแบ่งปันประสบการณ์ให้ฟังว่าแม้พวกเธอจะยังไม่ได้แต่งงานแต่เธอก็ต้องไปเยี่ยมครอบครัวของฝังคุณพ่อและช่วยคุณแม่และคุณย่าทำอาหารอยู่ในครัว ทำให้พวกเธอไม่ได้รู้สึกว่าชูซ็อกเป็นวันหยุดเท่าใดนัก

.
หนังสือยังกล่าวถึงการถูกหล่อหลอมตัวตนของคิมจียองตั้งแต่เด็กจนโต คิมจียองเกิดเป็นลูกคนกลาง เธอมีพี่สาวหนึ่งคนและน้องชายอีกหนึ่งคน และเธอได้รับการปฏิบัติโดยไม่เท่าเทียมกันกับน้องชายมาตั้งแต่เด็กจนเธอคิดว่าการที่ผู้ชายได้รับปฏิบัติที่ดีกว่านั้นเป็น “เรื่องปกติ” ด้วยว่าสังคมเกาหลีนิยมลูกผู้ชายเหมือนสังคมจีน ลามไปถึงการที่ผู้หญิงต้องยอมรับการถูกลวนลามหรือคุกคามทางเพศในที่ทำงานให้ได้โดยห้ามมีปากมีเสียง (ซึ่งประเด็นนี้ในเกาหลีกำลังถูกกระแส #MeToo ไล่เปิดเผยไปเรื่อยๆ) ซึ่งหนังสือเล่มนี้กล่าวได้ว่าสะท้อนสิ่งที่ผู้หญิงเกาหลีต้องเผชิญในความเป็นจริงแทบทั้งหมดจากวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้

การก้าวขึ้นมามีสิทธิเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิงเกาหลีจึงอาจจะเป็นสิ่งที่ผู้ชายเกาหลีรับไม่ได้นัก เนื่องจากพวกเขามีความสุขดีกับการที่ตนเองได้รับสิทธิ์ในพื้นที่สาธารณะมากกว่าขณะที่ผู้หญิงถูกเบียดขับให้อยู่แต่ในพื้นที่ส่วนตัวจนกลายเป็นเรื่องที่ผู้ชายเกาหลีคุ้นชิน การที่จะเห็นผู้หญิงเกาหลีได้รับโอกาสเท่าๆกับผู้ชายพวกเขามองว่าเป็นสิ่งที่ผิด

.
มิตรสหายชาวเกาหลีท่านหนึ่ง (ไม่ประสงค์ออกนาม) กรุณาเล่าให้ฟังว่า “ผู้ชายเกาหลีส่วนใหญ่คิดว่าพวกเขาควรจะได้รับโอกาสในการประกอบอาชีพมากกว่าผู้หญิง พวกเขาคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วในการที่พวกเขาจะได้รับเลือกให้ได้งานก่อน เลื่อนตำแหน่งก่อน หรือได้เงินเดือนมากกว่าผู้หญิง เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาเสียสละมากกว่าจากการที่ต้องไปเกณฑ์ทหารสองปี และจากสองปีตรงนั้นทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเตรียมตัวเข้าทำงานมากกว่า พวกเขาจึงควรได้รับอภิสิทธิ์ชดเชยและผู้หญิงไม่ควรได้รับโอกาสเท่าพวกเขา”

.
จากการบอกเล่าข้างต้น จึงพอจะทำความเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุผลกลใด “ไอรีน” ถึงได้ถูกโจมตีจากผู้ชายบนโลกโซเชี่ยลมากนัก เพราะเธออ่านหนังสือที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับ “อภิสิทธิ์” เหล่านั้นของผู้ชายเกาหลี ซึ่งพวกเขาอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่เธอจะสงสัยในเรื่องความไม่เท่าเทียมทางเพศที่ถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในสังคมเกาหลี

. แต่ไอรีนก็ไม่ใช่กรณีแรกที่ถูกชาวเน็ตเหล่านั้นโจมตี ก่อนหน้านี้ “ซนนาอึน” หนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป “เอพิงค์” (Apink) ก็โดนโจมตีบนบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัวของเธออย่างหนักเมื่อเธออัพรูปที่ถ่ายกับโทรศัพท์มือถือของเธอเอง และเคสของโทรศัพท์ของเธอแสดงข้อความว่า “GIRLS CAN DO ANYTHING” ทำให้เธอโดนกระหน่ำโจมตีด้วยคอมเม้นต์แย่ๆแค่เพราะพวกเขาเห็นว่าข้อความบนเคสโทรศัพท์ของเธอสื่อความหมายไปในทางเฟมินิสม์

.
ไอดอลที่แม้จะไม่ได้แสดงออกตรงๆว่าพวกเธอสนับสนุนเฟมินิสม์หรือเป็นเฟมินิสต์ก็กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวในสังคมนิยมชายได้อย่างน่าประหลาด หรืออาจเป็นเพราะว่าไอดอลคือผู้มีอิทธิพลต่อเทรนด์ในขณะนั้น ทำให้กระแสเฟมินิสม์ในสังคมชายเป็นใหญ่แบบเกาหลีใต้มีแรงกระเพื่อมขึ้นมาและไปสั่นคลอนสภาพที่เป็นอยู่เดิม (Status Quo) และคุกคามความเป็นปกติของความไม่เท่าเทียมทางเพศในสังคมหรือเปล่า

.
กระนั้น ทรรศนะที่สะท้อนออกมาจากกลุ่มผู้ชายชาวเกาหลีใต้จากกรณีไอรีนและซนนาอึนนั้น ชัดเจนว่าพวกเขายังไม่พร้อมที่จะแบ่งสันปันอำนาจในพื้นที่สาธารณะให้กับผู้หญิงแม้เพียงนิด แต่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่พวกเขาจะครองอำนาจในพื้นที่สาธารณะนี้ต่อไปและเบียดขับให้ผู้หญิงอยู่แต่ในพื้นที่ส่วนตัวแบบเดิม นอกจากนี้ ปัญหาใหญ่ของกระแสเฟมินิสม์ในเกาหลีใต้ที่ทำให้เกิดแรงต้านมหาศาลคือภาพจำและความเข้าใจผิดของผู้ชายชาวเกาหลีต่อเฟมินิสม์ พวกเขาเข้าใจว่าเฟมินิสม์คือการเกลียดผู้ชายและต้องการสถาปนาความผู้หญิงเป็นใหญ่แทนที่ชายเป็นใหญ่ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว เหล่าเฟมินิสต์ไม่ได้เรียกร้องให้ผู้หญิงได้รับสิทธิ์ใดๆมากกว่าผู้ชาย เพียงแต่เรียกร้องความเท่าเทียมกันเท่านั้น

แปลสรุปเนื้อหาจากหนังสือ “1982년생 김지영” เป็นภาษาไทยโดยคุณ @pltxic

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)