bg-single

ผู้อพยพ ‘โมร็อกโก’ มุ่งสู่ ‘สเปน’ ยอมเสี่ยงเพื่อชีวิตที่ (อาจ) ดีกว่า

07.08.2026

ต่างประเทศ

กลายเป็นภาพที่สะเทือนใจไปทั่วโลก เมื่อชาวโมร็อกโกหลายหมื่นคนพยายามว่ายน้ำขึ้นฝั่งประเทศสเปนที่เมืองเซวตา เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ทำให้มีผู้อพยพเสียชีวิตไปหลายสิบราย ทั้งที่จมน้ำและเหยียบกันตายขณะพยายามข้ามกำแพงกั้น กลายเป็นเหตุสลดที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด

ทั้งนี้ เมืองเซวตาเป็นเมืองปกครองตนเองของสเปนที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางเหนือของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปลายสุดของทวีปแอฟริกา และมีพรมแดนทางบกติดกับแอฟริกาเพียงแห่งเดียวของสหภาพยุโรป

เซวตา อยู่ภายใต้การปกครองของสเปนตั้งแต่ปี 1580 เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรผสมระหว่างชาวคริสต์กับมุสลิม และเซวตากลายเป็นดินแดนที่ถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่พยายามจะเดินทางจากโมร็อกโกและส่วนอื่นๆ ของแอฟริกา เข้าไปในสเปน

และที่ผ่านมาก็มีความพยายามของผู้อพยพชาวโมร็อกโกที่จะมาขึ้นฝั่งที่สเปนอยู่ตลอด โดยส่วนมากก็จะว่ายน้ำจากเมืองฟนิเดกของโมร็อกโกมาขึ้นฝั่งที่สเปน โดยต้องว่ายน้ำเป็นระยะทางไกลถึง 5 กิโลเมตร บางคนก็จะข้ามมาจากเมืองเบลยูเนซที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งจะมีระยะทางที่สั้นกว่า

แต่หากผู้อพยพเหล่านี้ถูกจับได้ ก็จะถูกผลักดันกลับในทันที

เหตุการณ์การหลั่งไหลของผู้อพยพชาวโมร็อกโกครั้งใหญ่ล่าสุด ที่ผู้คนหลายหมื่นคนพากันว่ายน้ำขึ้นฝั่งสเปนนั้น สาเหตุที่แท้จริงยังไม่แน่ชัด

แต่เชื่อกันว่า หนึ่งในสาเหตุน่าจะเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ศาลฎีกาของสเปนได้มีคำพิพากษาจำกัดอำนาจของรัฐบาลสเปน ในการส่งตัวผู้อพยพที่เดินทางมาทางทะเลกลับประเทศต้นทางโดยทันที โดยไม่มีการผ่านกระบวนการทางกฎหมายตามปกติ

แต่กลายเป็นว่า เครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมืองได้นำคำตัดสินนี้ไปเผยแพร่บนโลกโซเชียลมีเดียในโมร็อกโก สร้างความเข้าใจผิดว่า “สเปนเปิดไฟเขียวแล้ว แค่ว่ายน้ำอ้อมรั้วกั้นเข้ามาทางทะเล สเปนก็ไม่มีสิทธิ์ส่งกลับ และต้องรับดูแลตามกฎหมาย”

ทำให้เกิดการนัดแนะรวมตัวกันของกลุ่มคนจำนวนมาก เพื่อว่ายน้ำอ้อมเขื่อนกันคลื่นทาราฮาล เข้าสู่ฝั่งสเปนพร้อมกันเป็นจำนวนหลายหมื่นคน ภายในเวลาเพียงวันสองวัน ตั้งแต่ 30 – 31 กรกฎาคม

ภาพของผู้อพยพชาวโมร็อกโกที่พยายามปีนขึ้นฝั่ง และวิ่งกรูเข้าไปในหมู่บ้าน กลายเป็นภาพที่ดูหดหู่สำหรับผู้พบเห็น ขณะที่ทางการสเปนต้องเร่งสกัดกั้น และควบคุมตัวคนเหล่านี้ส่งกลับประเทศต้นทาง

รัฐบาลสเปนได้สั่งการให้กองทัพเรือและตำรวจหน่วยพิทักษ์พลเรือนติดตั้งแนวทุ่นกำแพงลอยน้ำความยาวกว่า 500 เมตร บริเวณเขื่อนกันคลื่นทาราฮาล ซึ่งเป็นจุดหลักที่ผู้อพยพใช้ว่ายน้ำข้าม

นอกจากนี้ นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้สั่งให้กองทัพสเปนเข้าประจำการในเมืองเซวตาโดยทันที เพื่อสนับสนุนการทำงานของตำรวจชายแดน และเร่งฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย และเพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจพิทักษ์พลเรือน ลาดตระเวนตามแนวชายหาดทาราฮาลตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนมาตรการด่านขั้นที่สอง เพื่อกักตัวผู้อพยพไม่ให้เข้ายุโรปชั้นในนั้น สเปนได้ประกาศล็อกดาวน์เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองเซวตากับแผ่นดินใหญ่ยุโรป

พร้อมระบุว่า ผู้อพยพที่เล็ดลอดเข้าไปจะไม่มีสิทธิ์เดินทางต่อไปยังแผ่นดินใหญ่ของสเปนหรือประเทศอื่นๆ ในเขต “เชงเกน”

สุดท้าย คือการผลักดันผู้คนหลายหมื่นคนเหล่านี้กลับประเทศ โดยมีรายงานว่า ผู้อพยพราว 60,000 คนที่เดินทางข้ามชายแดนเมื่อวันที่ 30-31 กรกฎาคม มีประมาณ 45,000 คนที่เดินทางกลับโมร็อกโกภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากใช้เวลาทั้งคืนนอนอยู่ตามท้องถนนในเมืองเซวตา ที่เหลือ ทางการสเปนก็กำลังหาทางผลักดันกลับโดยสมัครใจ

และกำลังเปิดการเจรจากับโมร็อกโก เพื่อเร่งรัดกระบวนการส่งตัวกลับประเทศ สำหรับผู้ที่ยังตกค้างอยู่

ขณะที่ผู้อพยพชาวโมร็อกโกมองว่า พวกเขาเพียงต้องการมาแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีกว่า อันเนื่องจากความสิ้นหวังในโมร็อกโก โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ปัญหาระบบสวัสดิการที่ย่ำแย่ และการปราบปรามเสรีภาพ

การเสี่ยงชีวิตเพื่อตามหาสิ่งที่ดีกว่า จึงดีกว่าอยู่ในบ้านเกิดที่ไร้ความหวัง

เครดิตภาพ “เอพี”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไทยอย่าตามรอยกัมพูชา สู่วงจรอุบาทว์ปล่อยให้คนโกงอำนาจ ร่วมมืออาชญากร
รักยาว ให้บั่น ‘ขาสั้น’ นุ่งต่อ
อาเซียน กับสหรัฐอเมริกา
ผู้อพยพ ‘โมร็อกโก’ มุ่งสู่ ‘สเปน’ ยอมเสี่ยงเพื่อชีวิตที่ (อาจ) ดีกว่า
ดีลลับก่อนปุบปับเปลี่ยนรัฐบาล?
โค้งสุดท้ายคดีฮั้วเลือก ส.ว.ฝ่ายค้านลุยเปิดหลักฐานต่อเนื่อง กดดัน ‘กกต.’ หนักหน่วงให้ไปจบที่ ‘ศาล’
สะพัดดีลลับ แดง-เขียว-ส้ม เขย่ารัฐบาล อนุทิน หลังเผชิญปัญหารุมเร้ายิ่งตอบยิ่งบานปลาย
พรรคแมลงสาบไม่ใช่อาหรับสปริง
E-DUANG | เงาหลัง คำวินิจฉัย ฮั้วส.ว. เงาหลัง ภูมิใจไทย เพื่อไทย
วิกฤตประชาธิปไตย | ปราปต์ บุนปาน
รองปลัด มท. “สันติธร ยิ้มละมัย” ปาฐกถาพิเศษ 20 ปี กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น “บทเรียนและก้าวต่อไปสู่ทิศทางระบบสุขภาพชุมชนในทศวรรษที่ 3”
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง