bg-single

วิช่วลคัลเจอร์/ภาษาของเขา ตัวตนของเรา (1)

20.06.2017

วิช่วลคัลเจอร์/ประชา สุวีรานนท์

ภาษาของเขา ตัวตนของเรา (1)

หนังเรื่อง Arrival (2016) โดดเด่นเพราะมีนักภาษาศาสตร์เป็นนางเอก

เธอพยายามติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว และหาวิธีถอดรหัสอักษรที่มจากนอกโลก และเสนอทฤษฎีว่า สมองของเราถูกล่ามแบบ “สายตรง” เข้ากับภาษา ซึ่งมีบทบาทถึงขั้นกำหนดความคิดและพฤติกรรมของเรา

เริ่มต้นด้วยการที่มนุษย์ต้องค้นหาว่าทำไมมนุษย์ต่างดาวจึงนำยานมาลอยลำอยู่ในโลก แต่ดำเนินไปในวิถีที่ไม่เหมือนกัน ต่างจาก Independence Day หรือแม้แต่ The Martian ซึ่งจบลงด้วยความสำเร็จของมนุษย์ ไม่ว่าจะด้วยการทำสงครามหรือการค้นพบทางออกที่ดีให้แก่มนุษยชาติ

ใน Arrival ซึ่งกำกับฯ โดย Denis Villeneuve เกี่ยวกับการเข้าใจ “ผู้อื่น” ภาษาศาสตร์คือทัศนะแบบเสรีนิยม ต่อต้านสงคราม และมุ่งสร้างความเข้าใจระหว่างเผ่าพันธุ์และความเชื่อด้วยการพูดจากันมากกว่าจะสู้รบกัน

ในตอนต้น ปมของหนังอยู่ที่วัว

หลุยส์ แบงส์ (เอมี่ อดัมส์) เป็นผู้หญิงอายุราวสามสิบ (ซึ่งดูเหมือนจะเคยมีลูกสาวคนหนึ่ง แต่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเล็ก) เธอมีอาชีพเป็นครูสอนภาษาแปลกๆ วันหนึ่ง หลังจากที่มียานอวกาศจากต่างดาวมาจอดโตงเตงอยู่ในโลก มีนายทหารชื่อเวเบอร์ (ฟอเรสต์ วิตเทเกอร์) มาขอให้เธอช่วยแปลภาษามนุษย์ต่างดาวจากเสียงที่บันทึกไว้ แต่หลุยส์ขอคุยกับมนุษย์ต่างดาวด้วยตนเองเสียก่อน

นายทหารไม่ยอมและขู่ว่าจะไปหาผู้เชี่ยวชาญอีกคน ซึ่งรู้กันว่าเป็นคู่แข่งของหลุยส์

เธอจึงบอกว่า “ลองถามเขาสิว่า “war” ในภาษาสันสกฤตแปลว่าอะไร”

หลังจากนั้น นายทหารโผล่มาอีก เขาบอกว่าผู้เชี่ยวชาญคนนั้นแปลว่า “an argument”

หลุยส์บอกว่ามันแปลว่า “a desire for more cows” ฉากนี้สั้น เรารู้แต่เพียงว่า ที่นายทหารกลับมาหาหลุยส์เพราะคำถามของเธอนั้นคมเหลือเกิน และเขายอมรับว่าคําแปลของเธอนั้นดีกว่า

หลังจากนั้นการผจญภัยของเธอจึงเริ่มต้นขึ้น

ทําไมสงคราม หรือ gavisti แปลว่าวัว?

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสันสกฤตจะสนุกมาก บางคนว่าไม่จริงหรอก เพราะคำว่าสงครามน่าจะตรงกับ “ยุทธ์” มากกว่า บางคนว่า gavisti เป็นคำสมัยโบราณ หมายถึงการสะสมวัวให้มากกว่าอีกฝ่าย ซึ่งอาจจะนำไปสู่แย่งชิงและสงคราม

แต่บางคนบอกว่าวัวมีความหมายในเชิงต่อต้านสงคราม เพราะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์, ความเป็นแม่ และอหิงสาธรรม และถูกใช้ในพิธีไถ่ชีวิตวัว หรือ Gau Daan (“Gau” แปลว่าวัว และ Daan แปลว่าบริจาค)

เป็นที่รู้กันว่าพิธีไถ่ชีวิตวัวที่กำลังนิยมทำกันในเมืองไทยนี้ เดิมเป็นของฮินดู ซึ่งรวมถึงการอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ การบูชาไฟ การสวดมนต์และทำบุญทำทานทุกรูปแบบ การเลี้ยงแจกทานอาหารคนยากไร้ และการรับพรจากพระผู้เป็นเจ้าด้วย แต่เดิม ค่าไถ่วัวเป็นการทำบุญให้แก่คนตาย และทำเมื่อนำศพไปลอยน้ำ การไถ่จะทำให้วิญญาณผู้ตายสงบ และทั้งหมดนี้นำไปสู่คติที่ว่าในยามสงคราม คนย่อมตายมาก จึงมีการใช้วัวเปลืองมากขึ้น

คำตอบคือ สงครามต้องตามมาด้วยความตาย และการไถ่ชีวิตด้วยวัว

และถ้าถามว่าทําไม หลุยส์ แบงส์ จึงถูกเลือก? ก็คงต้องตอบว่าเพราะในฐานะนักแปล ภาษามีความหมายต่อความคิด และทฤษฎีนี้ดูเหมือนจะกว้างกว่า หรือใฝ่สันติมากกว่าคู่แข่งที่เบิร์กลีย์

จุดเด่นของหนังคือมีการประดิษฐ์ภาษา ซึ่งก็คล้ายภาษาเอลฟ์ของ J.R.R. Tolkien หรือภาษาคลิงกอนในหนังชุด star trek เพราะนอกจากจะคุยว่ามีเนื้อหาที่อิงกับภาษาศาสตร์ของ Sapir-Whorf, Principle of Least Time ของ Fermat และทฤษฎีของ Snell และ Bayes นอกจากนั้น เพราะเป็นภาพยนตร์ รูปอักษรจึงต้องมีความพิเศษและ “จริง” พอที่จะอวดได้

ในหนัง มนุษย์ต่างดาวซึ่งมีรูปร่างเหมือนปลาหมึกยักษ์ เขียนตัวหนังสือด้วยการพ่นหมึกลงบนกำแพง และเรียกว่า Heptapod B (ตรงข้ามกับ Heptapod A หรือเสียงของมนุษย์ต่างดาว) นี่เป็นอักษรที่ไม่เกี่ยวกับเสียง หรือไม่มีทางที่จะแกะรอยจากการฟัง

ภาษานี้มีลักษณะคล้าย Semasiographi ซึ่งเป็นภาษาเขียนแบบหนึ่งในสี่แบบคือ : Asemic (ไม่มีอักษร), Semasiographic (ไม่มีเสียง), Logographic (มีแต่ความหมาย) และ Phonographic (เกิดจากการถอดเสียง)

สำหรับดีไซเนอร์ทุกคน ในการออกแบบหรือใช้ตัวพิมพ์ เขาจะต้องหัดมองภาษาเขียนโดย “ไม่อ่าน” ทั้งนี้คือ มองให้เป็น “ภาษาสากล” หรือใครเห็นก็เข้าใจได้

กระบวนการนี้ก็คล้ายการหัดมองอักษรให้เป็นแบบ semasiographic นั่นเอง

ยิ่งถ้าต้องการสร้างตัวพิมพ์ที่มีสไตล์หรือรูปร่างแปลกๆ ก็ต้องมองอักษรโดยไม่อ่านมากขึ้น

ในเรื่องสั้นชื่อ “Story of Your Life” โดย Ted Chiang ซึ่งเป็นต้นตอของหนัง ลักษณะเด่นของ Heptapod B คือไม่เป็นเส้นตรง (non-linear) หรือไม่มีจุดเริ่มต้นกลางหรือปลาย บอกว่า “fanciful praying mantids drawn in a cursive style, all clinging to each other to form an Escheresque lattice.” ผู้เขียนบทหนังคือ Eric Heisserer จึงระบุไว้ว่าเหมือน “logograms” ที่คล้ายกับภาษามนุษย์แต่เรียงกันเป็นวงกลม วงหนึ่งคือประโยคหนึ่ง จากนั้น ดีไซเนอร์ของหนังจึงเอาไปวาดต่อ

เพราะเป็นหนังเกี่ยวกับอิทธิพลของภาษาต่อ cognition ช่วงการถอดรหัสภาษา หรือโชว์ดีไซน์ของอักษรต่างดาว จึงกินเวลามาก เช่น แม้จะแยกคำออกมาได้ แต่การจะเข้าใจความหมายต้องขึ้นอยู่กับว่าเข้าใจการจัดลำดับของคำต่างๆ หรือเปล่า

ในหนัง หลุยส์แบ่งวงกลมออกเป็น 12 ส่วน (ตามจำนวนของยานอวกาศ) ซึ่งทำให้เข้าใจว่าหนึ่งวงกลมหมายถึงหนึ่งประโยค ไม่ว่าจะเป็นประโยคยาวหรือสั้น

นอกจากสงครามจะไม่ได้เกิดขึ้น

ตัวเอกกลับพบด้วยว่าการเรียนรู้ภาษาต่างดาวทำให้ตนเอง “ปนเปื้อน” ด้วย “ญาณพิเศษ” จากมนุษย์ต่างดาว

เธอเริ่มมองเห็นอนาคตของตนเอง

และเปลี่ยนทัศนะต่อชีวิตไปอย่างตรงกันข้าม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทางฟื้นเศรษฐกิจ หลังฉีด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’
‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)