bg-single

ร.ร.เอกชนปิดตัวต่อเนื่อง สัญญาณเตือน วิกฤตการศึกษาไทย

15.11.2025

กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการศึกษาอีกครั้งหลังโรงเรียนเอกชนชื่อดังในกรุงเทพฯ ที่เปิดสอนมายาวนานกว่า 50 ปี ประกาศเลิกกิจการในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันถึง 2 แห่ง

สาเหตุไม่ต่างจากที่ผ่านๆ มา ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราการเกิดลดลง และความยุ่งยากซับซ้อนในการโอนกิจการตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ที่ยังคงมีความซับซ้อน สร้างปัญหาในการส่งต่อกิจการ จากรุ่นสู่รุ่น

สอดคล้องกับข้อมูลในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศจำนวนมากทยอยปิดตัวลงอย่างเงียบๆ บางแห่งลดชั้นเรียน บางแห่งยุบรวมกิจการ หรือปรับเป็นศูนย์กวดวิชาเล็กๆ แทน

สาเหตุไม่ใช่แค่การแข่งขันกับโรงเรียนรัฐ แต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่หมักหมมมานาน ตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น ค่าครองชีพพุ่ง แต่รายรับจากค่าเล่าเรียนกลับลดลง

โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กในต่างจังหวัดที่เก็บค่าเรียนเพียงเดือนละไม่กี่พันบาท แต่ต้องจ่ายเงินเดือนครู ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหาร และค่าประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทางอยู่รอดได้เลยถ้ารัฐไม่ช่วย

นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ส.ปส.กช.) ที่ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันสังเกตได้ชัดเจนว่าโรงเรียนเอกชนหลายแห่งทยอยปิดกิจการอย่างต่อเนื่อง สาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ส่งผลต่อกำลังจ่ายของผู้ปกครอง รวมถึงภาระทางการเงินของผู้บริหารโรงเรียนที่ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อีก จนสุดท้ายต้องประสบภาวะขาดทุน รวมถึงยังมีปัจจัยด้านโครงสร้างประชากร โดยเฉพาะอัตราการเกิดของเด็กที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้จำนวนนักเรียนที่สมัครในแต่ละปีลดลง ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของโรงเรียนที่ต้องพึ่งพาค่าเล่าเรียนเป็นหลัก

“นอกจากปัญหาทางเศรษฐกิจและจำนวนผู้เรียนแล้ว ยังมีปัจจัยด้านการสืบทอดกิจการของโรงเรียนเอกชน ซึ่งมักจะเป็นธุรกิจครอบครัว เช่น กรณีโรงเรียนดังย่านลาดพร้าว ที่ประสบปัญหาในการโอนกิจการต่อให้กับทายาท หลังจากเจ้าของโรงเรียนถึงแก่กรรม ส่งผลให้ไม่สามารถบริหารจัดการต่อได้และต้องยุติการดำเนินงานในที่สุด” นายศุภเสฏฐ์กล่าว

ส่วนการที่มีโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โรงเรียนเอกชนสายสามัญปิดตัวลง เนื่องจากรับเด็กคนละกลุ่มกันอย่างชัดเจน โรงเรียนนานาชาติจะเน้นไปที่กลุ่มผู้ปกครองที่มีฐานะทางการเงินสูง ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือผู้ปกครองที่ต้องการส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาในประเทศไทยเป็นหลัก

แม้โรงเรียนเอกชนจะทยอยปิดตัวลง แต่ก็ยังมีโรงเรียนเอกชนใหม่ๆ เปิดเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการทดแทนจำนวนที่ปิด โดยแต่ละปีจะมีโรงเรียนเอกชนที่ปิดกิจการประมาณ 30-40 แห่ง ขณะเดียวกันก็จะมีโรงเรียนใหม่เปิดขึ้นราว 20 แห่ง หากเทียบกับจำนวนโรงเรียนเอกชนทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศ หรือคิดเป็น 1% ของจำนวนโรงเรียนทั้งหมด

ดังนั้น สถานการณ์ดังกล่าวจึงยังไม่ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต แต่ก็ควรได้รับการติดตาม ช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้บานปลาย หรือมีโรงเรียนปิดตัวมากขึ้นในอนาคต

โดยรัฐควรมีมาตรการสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อประคับประคองโรงเรียนเอกชนที่กำลังเผชิญปัญหาให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้

ทั้งนี้ กลุ่มโรงเรียนเอกชนเคยมีข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว อาทิ การจัดตั้ง “กองทุนพยุงโรงเรียนเอกชน” เพื่อปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำในภาวะวิกฤต เช่น หลังโควิด หรือช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ การเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัว ให้สะท้อนต้นทุนจริง โดยเฉพาะในระดับอนุบาลและประถม การสนับสนุนการรวมเครือข่ายโรงเรียนเอกชน ให้ใช้ทรัพยากรร่วมกัน เช่น ครูผู้สอน ห้องเรียนออนไลน์ หรือระบบจัดซื้อรวม

รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีการศึกษา ให้โรงเรียนเอกชนขนาดเล็กได้รับการยกเว้นภาษีบางส่วนหรือคืนภาษีจากค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและสื่อการสอน

อย่างไรก็ตาม ในทางโครงสร้าง โรงเรียนเอกชนคือ “กลไกคู่ขนาน” ของระบบการศึกษา ที่ช่วยรองรับนักเรียนกว่า 20% ของประเทศ หากระบบนี้พังทลาย จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อโรงเรียนรัฐ คุณภาพครู และความเหลื่อมล้ำของเด็กไทย

ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้จึงไม่ใช่เรื่อง “การบริหารผิดพลาดของโรงเรียน” แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ ที่สะท้อนว่า ไทยยังไม่มีนโยบายรองรับภาคเอกชนด้านการศึกษาอย่างเป็นทางการและยั่งยืน

ถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์หิน พิสูจน์ฝีมือ อาจารย์แหม่ม นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การบินไทย Best Come Back ตกหลุมอากาศ ลุ้นกัปตัน CEO ใหม่กู้วิกฤต
เอกชนปรับตัวแล้ว เหลือรัฐทำอะไรได้
น้ำตกหมูยอทอด
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘electric GLC’ SUV ไฟฟ้าสวยสะกดทั้งภายนอก-ใน
วิเคราะห์ 18 เหรียญทองทัพไทย สู่โจทย์ใหญ่การพัฒนาระบบกีฬา
มากับน้ำ (ท่วม)
จากเหรียญเอเชี่ยนเกมส์สู่มาเก๊า ‘สดมภ์’ นำทัพไทยล่าแชมป์ศึกใหญ่เอเชีย
‘ลูกจีนในโลกเจ๊ก’
คิดต่อจาก 6 ตุลา (9) : รูปที่รู้จักกันดี แต่ไม่รู้จักใครสักคน
ศีลธรรมก่อนน้ำท่วม
แตกตื่น
Wake Me Up When September Ends : จากผู้สูงวัยที่เสียชีวิตเพียงลำพัง สู่เยาวชนที่เลือกจบชีวิตในเดือนกันยายน