เรียวเมน สุคุนะ ในมหาเวทย์ผนึกมาร คือวีรบุรุษตามตำนานท้องถิ่น ของเมืองเก่าฮิดะ ในประเทศญี่ปุ่น
On History | ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ
ในจักรวาลของมังงะ (ที่ต่อมาจะถูกสร้างเป็นอะนิเมะ จนโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีก) เรื่องดังของ อ.เกเงะ อากูตามิ (Gege Akutami) อย่าง “มหาเวทย์ผนึกมาร” (Jujutsu Kaisen) มีสิ่งที่เรียกว่า “วิญญาณคำสาป” ซึ่งก็อาจจะเรียกได้ว่าคือ ปีศาจ (evil/devil) หรือสัตว์ประหลาด (monster) ในความเข้าใจตามโลกปกติ เพียงแต่ในจักรวาลของมังงะเรื่องนี้ เขามีคำศัพท์เรียกเป็นการเฉพาะอย่างนี้ก็เท่านั้น
และถ้าใครที่เป็นสาวกของมังงะ หรืออะนิเมะเรื่องนี้แล้วก็คงจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า วิญญาณคำสาปที่โหดหิน และเว่อร์วังที่สุดในท้องเรื่องก็คือเจ้าตัวที่ใช้ อิตาโทริ ยูจิ ผู้เป็นพระเอกในท้องเรื่อง เป็นภาชนะดูดกลืนพลังคำสาปของตนเองอยู่
นั่นก็คือเทพอสูรเทียมที่มีชื่อว่า “เรียวเมน สุคุนะ” นั่นแหละ
“สุคุนะ” นั้นเป็นปีศาจ ที่มีเรื่องเล่าอยู่ในปรัมปราคติของญี่ปุ่น ที่หน้ายังไม่ค่อยจะช้ำมากนัก เพราะไม่ค่อยจะมีนักวาดมังงะ หรือนักเขียนนิยายแฟนตาซีคนไหนได้พูดถึงมากนัก โดยเรียกว่าแทบจะไม่เคยมีใครนำปีศาจตนนี้มาใช้งานในท้องเรื่องเลยก็คงไม่ผิด
และยิ่งหากเป็นการนำมาเป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่องเหมือนอย่างในมหาเวทย์ผนึกมารด้วยแล้ว ก็อาจจะกล่าวได้ว่า ไม่เคยมีมาก่อนเลย
ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรเลยที่ใครหลายคนจะงงจนตาแตกเสียยิ่งกว่าไก่อีกว่า เจ้าปีศาจสุคุนะ นี่คือใครกันแน่?

ชื่อของ “สุคุนะ” ปรากฏครั้งแรกในหนังสือโบราณของญี่ปุ่นอย่าง “นิฮง โชกิ” (Nihon Shoki) หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “นิฮงงิ” (Nihongi) ซึ่งเรียบเรียงแล้วเสร็จเมื่อเรือน พ.ศ.1263 และถือกันว่าเป็นพงศาวดารฉบับที่เก่าแก่อันดับที่ 2 ของญี่ปุ่น เป็นรองก็เพียงแค่ โคะจิกิ (Kojiki) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า เพราะเรียบเรียงแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.1184
ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นพงศาวดาร แต่ในหนังสือเก่าแก่ทั้งสองฉบับนี้ก็ไม่ได้จดบันทึกเอาไว้เฉพาะเพียงแต่เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ เพราะเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ทั้งในโคะจิกิ และนิฮงงินี้ มีลักษณะเป็นตำนาน ที่เต็มไปด้วยเทพเจ้า และภูตผีปีศาจอยู่มาก
โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น ที่เล่าถึงกำเนิดของเกาะต่างๆ ในญี่ปุ่น และต่อเนื่องมาจนถึงกำเนิดของราชวงศ์ รวมไปถึงช่วงตั้งต้นของดินแดนยามาโตะ (Yamato) โดยนิฮงงิซึ่งถูกเรียบเรียงขึ้นภายหลังนั้น จะมีเรื่องเล่าที่ละเอียดพิสดาร และมีเรื่องราวสอดแทรกอยู่มากกว่าโคะจิกิอย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรที่เรื่องของสุคุนะจะปรากฏอยู่เฉพาะในนิฮงงิ และไม่ได้ถูกพูดถึงในโคะจิกิเลยแม้แต่น้อย โดยไม่ต้องเสียเวลาคำนึงถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นเสียด้วยซ้ำไป
พงศาวดารนิฮงงิกล่าวถึง “สุคุนะ” เอาไว้ว่า
“เรือน พ.ศ.920 ณ จังหวัดฮิดะ มีชายนามว่า ‘สุคุนะ’ มีสองหน้า สี่แขน สี่ขา ตัวใหญ่ มีพละกำลัง ทั้งยังคล่องแคล่วว่องไว ด้วยแขนทั้งสี่ เขาพกดาบ 2 เล่ม และสามารถใช้ธนูไปพร้อมๆ กันได้ ด้วยการครั้งนี้สุคุนะไม่ยอมสวามิภักดิ์แก่องค์จักรพรรดิ (คือ จักรพรรดินินโตกุ, ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ.856-942 – ผู้เขียน) และชอบปล้นสะดมชาวบ้าน จักรพรรดิจึงส่งนะนิฮาเนโกะ และทะเกะฟุรุคุมะ ผู้เป็นต้นตระกูลวานิแห่งโอมิไปปราบ”
ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจไป ที่ในมหาเวทย์ผนึกมารจะอ้างว่า สุคุนะมีนิ้วมือทั้งหมด 20 นิ้ว แถมแต่ละนิ้วยังเป็นเครื่องหมายแห่งพลังอำนาจของสุคุนะ จนเมื่อพ่อพระเอกอย่างยูจิจะมีพลังเพิ่มขึ้นทุกครั้งเมื่อเขมือบเอา “นิ้ว” ของสุคุนะเพิ่มเติมลงไปในท้อง เพราะการมี 4 แขนนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการพรรณนาถึงพลังอำนาจที่เหนือมนุษย์ของจอมปีศาจตนนี้ มาตั้งแต่ในนิฮงงิ ที่เขียนขึ้นเมื่อ 1,300 กว่าปีที่แล้วนี่เอง

แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าภาพลักษณ์อันทรงพลังของสุคุนะ ที่ถูกพรรณนาเอาไว้ในนิฮงงิก็คือ ภูมิหลังของสุคุนะที่ถูกระบุเอาไว้ดังข้อความที่ได้ยกมาให้อ่านกันข้างต้น
พ.ศ.920 ที่นิฮงงิระบุถึง “สุคุนะ” จัดอยู่ในช่วงยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ที่วัฒนธรรมโคะฟุน (Kofun, พ.ศ.743-1081) ซึ่งถือเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ (คือ ยุคสมัยที่ยังไม่มีการใช้ตัวอักษร) ตอนปลายสุดของญี่ปุ่น ก่อนที่จะเริ่มมีการใช้ตัวอักษรในช่วงต่อจากนั้น
จากบันทึกในโคะจิกิ และนิฮงงิ ทำให้ทราบว่าช่วงเวลาดังกล่าว ตระกูลยามาโตะของจักรพรรดิ มีศูนย์กลางอยู่ที่ดินแดนยามาโตะ ซึ่งก็คือบริเวณจังหวัดนาราในปัจจุบัน (พื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นบ้านเป็นเมือง ที่มีตระกูลยามาโตะปกครอง และเถลิงอำนาจขึ้นเป็นจักรพรรดิมาตั้งแต่สมัยโคะฟุน ในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์แรกเริ่มของญี่ปุ่น ที่มีตัวหนังสือใช้แล้ว โดยมีชื่อยุคสมัยว่า นารา [พ.ศ.1253-1337] ตามชื่อเมืองศูนย์กลางทางการเมืองการปกครองแห่งนี้นั่นเอง) และพยายามขยายอาณาเขต การทำสงครามเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่เหนือเจ้าเมืองแต่ละท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ส่วนเมืองฮิดะ ที่สุคุนะปรากฏกายขึ้นนั้น ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดกิฟุ อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางของยามาโตะก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
ดังนั้น ตำนานของปีศาจสุคุนะที่ถูกปราบโดยทะเกะฟุรุคุมะ อันเป็นคนจากส่วนกลาง ที่มีจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ยามาโตะปกครองเป็นผู้นำสูงสุดอยู่นั้น จึงได้ถูกตีความว่า เป็นบันทึกถึงการต่อต้านที่มีการรวบอำนาจจากศูนย์กลางของเมืองฮิดะ โดยมีสุคุนะเป็นผู้นำนั่นเอง
พูดง่ายๆ ว่า สุคุนะ ก็คือผู้นำที่แข็งข้อต่ออำนาจจากส่วนกลางนั่นเอง

ดังนั้น จึงไม่แปลกอะไรเลยสักนิด ที่เอกสารซึ่งถูกเขียนขึ้นจากส่วนกลางของอำนาจ จะกล่าวถึง “กบฏ” ในสายตาของรัฐส่วนกลางว่าเป็น “ปีศาจ” หรืออมนุษย์ เพราะเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับอุดมการณ์ของรัฐ จึงได้ถูกลดทอนความเป็นมนุษย์ พร้อมกับที่มักจะมีการยัดข้อหาให้เป็นสิ่งชั่วร้าย ด้วยการสร้างข้อขัดแย้งต่ออุดมการณ์ของส่วนรวม อย่างที่มีคำศัพท์ในภาษาอังกฤษว่า “demonization” (การทำให้กลายเป็นปีศาจ)
ผู้รู้ภาษาญี่ปุ่นอธิบายว่า คำว่า “สุคุนะ” นั้น หมายถึง “ปีศาจ” ได้ด้วยตัวของคำศัพท์เอง ดังนั้น ต่อให้ในหนังสือนิฮงงิจะไม่ได้พรรณนาถึงรูปลักษณ์อันผิดมนุษย์ แต่ผู้อ่านก็สามารถเข้าใจได้ไม่ยากเย็นนักว่า สุคุนะ นั้นย่อมไม่ใช่บุคคลที่ดีงาม จากชื่อของเจ้าตัวเองอยู่แล้ว
(ส่วน “เรียวเมน” หมายถึง “สองหน้า” ซึ่งก็หมายถึงได้ทั้งว่า สุคุนะนั้นมีลักษณะทางกายภาพตามชื่อนี้จริงๆ หรืออาจจะเป็นนัยทางการอุปมาก็ได้นั้น ไม่ปรากฏอยู่ในตำนานท้องถิ่นที่พบอยู่ในพื้นที่บริเวณจังหวัดกิฟุในปัจจุบัน ดังนั้น จึงควรจะเป็นชื่อที่ถูกเรียกเพื่ออธิบายถึงรูปลักษณ์ของสุคุนะ ตามที่ปรากฏอยู่ในตำนาน ซึ่งควรจะล้อกันอยู่กับเรื่องราวในนิฮงงิเท่านั้น)
ดังนั้น จึงอาจเป็นไปได้ว่า “เรียวเมน สุคุนะ” อาจไม่ใช่ชื่อของบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริง (พ่อแม่ หรือใครที่ไหนจะไปตั้งชื่อลูกของตนเองว่า ปีศาจสองหน้า?) เพราะเป็นชื่อที่ถูกอุปโลกน์ขึ้นมา โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำให้บุคคลอันเป็นผู้นำในการต่อต้านอำนาจของราชวงศ์ยามาโตะนั้น มีภาพลักษณ์เป็นเหมือนปีศาจร้าย และยังเป็นไปได้อีกเช่นกันว่า ชื่อสุคุนะนี้ อาจไม่ได้หมายถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการสร้างบุคลาธิษฐานให้กับกลุ่มก้อน หรือองค์กรในเมืองฮิดะ ที่ต่อต้านการรวมศูนย์อำนาจเข้าส่วนกลางของยามาโตะ ในช่วงเวลาดังกล่าวได้ด้วยเช่นกัน

ควรสังเกตด้วยว่า “เรียวเมน สุคุนะ” ในตำนานท้องถิ่นหลายเรื่อง ซึ่งพบกระจายตัวอยู่รอบเมืองฮิดะเดิม คือในเขตพื้นที่จังหวัดกิฟุในปัจจุบันนั้น มักมีมุมมองต่อสุคุนะอย่างแตกต่างไปโดยสิ้นเชิงจากมุมมองจากศูนย์กลางอำนาจของยามาโตะ
คือจะมองสุคุนะในฐานะของวีรบุรุษ และผู้มีพระคุณต่อท้องถิ่นของพวกตนเองเสมอ
และไม่เคยกล่าวถึงสุคุนะในฐานะของปีศาจที่ชั่วร้าย ตามอย่างที่ปรากฏอยู่ในนิฮงงิเลย
ตำนานเหล่านี้ต่างก็อ้างว่า สุคุนะเป็นผู้นำตระกูลที่แข็งแกร่ง ที่ปกครองบริเวณภูเขาคุรายามะ หรือบางทีก็เป็นภูเขาทาคายามะ
บางตำนานยังเล่าไว้ด้วยว่า สุคุนะเป็นผู้นำทั้งด้านการเกษตร และการรบ
ในขณะเดียวกัน ตำนานบางแห่งก็นับถือสุคุนะ ในฐานะพระภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์เอกทศมุขโลกเกศวร (พระอวโลกิเตศวร ปางที่มี 11 พระพักตร์) โดยจะมีการบูชาเพื่อขอให้พืชผลทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์อีกด้วย
ถึงแม้ว่าตำนานท้องถิ่นเหล่านี้ต่างก็กล่าวถึงสุคุนะในฐานะที่เป็นวีรบุรุษ แต่โดยทั่วไปแล้ว ตำนานท้องถิ่นเหล่านี้ยังบรรยายถึงลักษณะของสุคุนะ ในลักษณะที่ใกล้เคียงกับลักษณะเชิงอมนุษย์ หรือปีศาจ อย่างที่ปรากฏอยู่ในหนังสือนิฮงงิอยู่เช่นเดิม โดยจะมีสองใบหน้า มีสี่แขน สวมใส่ชุดเกราะเหมือนนักรบ มีไม้เท้า และขวานอยู่ในมือ
บางทีก็อ้างว่ามีตัวสูงใหญ่เท่ากับเสาสูง 18 ต้น (มีผู้คำนวณว่า เท่ากับความสูง 54 เมตร) แต่จะมีขาเพียง 2 ข้างเท่านั้น แตกต่างจากลักษณะที่ถูกพรรณนาเอาไว้ในนิฮงงิว่า มีถึง 4 ขา

ลักษณะของสุคุนะ ที่ถูกบรรยายไว้ในตำนานท้องถิ่นนี้ ต้องตรงกับลักษณะที่ปรากฏอยู่ในชิ้นงานประติมากรรมรูปสุคุนะ ที่พบอยู่ในกลุ่มวัดที่ตำนานเล่าว่าเกี่ยวข้องกับสุคุนะ เช่น วัดเซนโคจิ ในเมืองทาคายามะ จังหวัดกิฟุ ซึ่งมีบันทึกโบราณอ้างว่า ผู้ก่อตั้งวัดคือ เรียวเมน สุคุนะ ตั้งแต่เมื่อ 1,600 ปีก่อนนั้น ก็เคยเป็นที่เก็บรักษาประติมากรรมของสุคุนะ เป็นต้น
ถึงแม้ว่าทั้งตำนาน และชิ้นงานประติมากรรมต่างๆ เกี่ยวกับสุคุนะ ที่เขตพื้นที่จังหวัดกิฟุเหล่านี้จะกำหนดอายุได้อยู่ในช่วงหลังยุคเอโดะ (พ.ศ.2146- 2411) ลงมาด้วยกันทั้งหมด อันเป็นช่วงเวลาที่ห่างจากสมัยที่มีการบันทึกถึงสุคุนะในนิฮงงินับพันปี แต่ลักษณะอย่างนี้ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความทรงจำเกี่ยวกับ วีรบุรุษของพื้นที่เมืองฮิดะเดิม ที่เป็นปฏิปักษ์ต่อศูนย์กลางอำนาจอย่างยามาโตะ ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานนับพันปี ไปในพร้อมกันนั้นด้วย
“สุคุนะ” จึงเป็นปีศาจ 2 หน้า ตามอย่างที่มีผู้ได้ขนานนามว่า “เรียวเมน” เอาไว้ หน้าหนึ่งก็คือปีศาจสำหรับศูนย์กลางอำนาจของญี่ปุ่นโบราณ ที่มีราชสกุลยามาโตะกุมอำนาจไว้ ส่วนอีกหน้าก็คือ วีรบุรุษ ผู้กล้าของเมืองฮิดะเดิม ที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจจากดินแดนยามาโตะ หรือเมืองนารา ในปัจจุบันนั่นเอง
