ทูต วิคเตอร์ เซเมนอฟ ยูเครน : พลังแห่งความยืนหยัด สู่ความหวังแห่งสันติภาพ (จบ)
คุยกับทูต | ชนัดดา ชินะโยธิน
Exclusive Talks With Ambassadors | Chanadda Jinayodhin
จากผืนดินยูเครนสู่โต๊ะอาหารโลก
ยูเครนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตและส่งออกอาหารสำคัญของโลก
นายวิคเตอร์ เซเมนอฟ (Mr. Viktor Semenov) อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทย กล่าวว่า
“แม้ต้องเผชิญกับการรุกรานเต็มรูปแบบ ยูเครนยังคงเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกธัญพืชและผลิตภัณฑ์อาหารรายสำคัญสู่ตลาดโลก และเราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบของยูเครนต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก เนื่องจากผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกยังคงพึ่งพาผลิตภัณฑ์อาหารจากยูเครน
แม้ต้องดำเนินภารกิจนี้ท่ามกลางความยากลำบากอย่างยิ่ง โครงสร้างพื้นฐานด้านท่าเรือของเราถูกโจมตี เช่นเดียวกับเรือขนส่งสินค้าพลเรือนในทะเลดำ เหตุการณ์เหล่านี้ควรได้รับการประณาม และจำเป็นต้องอาศัยการตอบสนองร่วมกันจากประชาคมระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ การทำลายเขื่อนคาคอฟกาได้ส่งผลให้พื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ถูกน้ำท่วม ขณะที่พื้นที่อีกหลายล้านเฮกตาร์ยังคงปนเปื้อนด้วยทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงาน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมของเรา
สำหรับประเทศไทย ซึ่งสั่งสมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรมาอย่างยาวนาน ผมมองเห็นโอกาสที่เป็นรูปธรรมในการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยีทางการเกษตร ทั้งในด้านระบบชลประทานและการแปรรูปอาหาร ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนของภาคธุรกิจไทยในภาคเกษตรกรรมของยูเครน
แม้อยู่ท่ามกลางภาวะสงคราม ยูเครนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก และเราพร้อมส่งผลิตภัณฑ์อาหารของเราไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่งดงามแห่งนี้ด้วย”

ความหวังต่อสันติภาพ
ทูต วิคเตอร์ เซเมนอฟ กล่าวถึงความหวังเรื่องสันติภาพว่า “ผู้ที่ปรารถนาอย่างที่สุดให้สงครามครั้งนี้ยุติลง และสันติภาพที่ยุติธรรมกลับคืนมา ย่อมไม่มีใครยิ่งไปกว่าชาวยูเครน
เมื่อต้นปีนี้ ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เสนอให้มีการพบหารือกันโดยตรง ขณะที่ยูเครนยืนยันมาโดยตลอดถึงความพร้อมสำหรับการหยุดยิงโดยทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และอย่างครอบคลุม
อย่างไรก็ตาม รัสเซียปฏิเสธการเจรจาทางการทูตอย่างจริงจัง และกลับเพิ่มระดับการโจมตีชาวยูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธ รัสเซียไม่ได้แสวงหาการเจรจาอย่างแท้จริง หากแต่เรียกร้องให้ยูเครนยอมจำนน โดยยืนกรานให้ยูเครนถอนกำลังออกจากดินแดนของตนเองในภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮันสก์
สิ่งที่ทำให้ผมยังคงมีความหวังอย่างแท้จริงคือ ดุลของสถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป เศรษฐกิจ สงครามของรัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากน้ำมันและก๊าซลดลงอย่างมาก ภายใต้แรงกดดันจากมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงการโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นแหล่งรายได้สนับสนุนสงคราม
ในขณะเดียวกัน ยูเครนกำลังสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งรวมถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘Drone Deals’ หรือความร่วมมือระยะยาวด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งได้บรรลุข้อตกลงแล้วกับ 9 ประเทศ และอยู่ระหว่างการพัฒนาความร่วมมือกับอีก 15 ประเทศ ตลอดจนความริเริ่มใหม่ ๆ เช่น ‘Anti-Ballistic Coalition’
รัสเซียไม่ได้ทรงพลังอย่างที่พยายามแสดงให้เห็น หากแต่เป็นประเทศที่กำลังเผชิญภาวะถดถอยและสูญเสียอิทธิพล ขณะที่พันธมิตรของรัสเซียในภูมิภาคต่างๆ ก็กำลังอ่อนกำลังลง และหากพิจารณาจากตัวเลขต่างๆ จะเห็นได้ว่า รัสเซียเหลือสิ่งที่จะเสนอแก่ประเทศอื่นไม่มากนัก
หนทางที่จะนำไปสู่สันติภาพ คือการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้รัสเซียไม่สามารถแบกรับต้นทุนของการดำเนินสงครามต่อไปได้อีก ทั้งในทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจ
ในมุมมองของผม การรักษาแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มความเข้มแข็งของมาตรการคว่ำบาตร ความเป็นเอกภาพของประเทศพันธมิตร ตลอดจนความเข้มแข็งของยูเครนในสนามรบ คือปัจจัยที่จะนำรัสเซียกลับสู่โต๊ะเจรจาในท้ายที่สุด และเปิดทางไปสู่สันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืน”

ยูเครนกับประชาคมระหว่างประเทศ
ทูตยูเครนยืนยันว่า “ความร่วมมือจากประชาคมระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ยูเครนยืนหยัดรับมือกับการรุกรานทางทหารเต็มรูปแบบของรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เราผ่านพ้นฤดูหนาวอันแสนยากลำบากท่ามกลางภาวะไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง หรือการปกป้องน่านฟ้าจากขีปนาวุธของรัสเซียและเกาหลีเหนือ ตลอดจนโดรนของรัสเซียและโดรนที่ผลิตโดยอิหร่าน”
เราขอขอบคุณประเทศไทยอย่างจริงใจสำหรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่มอบให้แก่ยูเครน รวมถึงการยืนหยัดสนับสนุนหลักการแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ ตลอดจนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนบนเวทีระหว่างประเทศมาโดยตลอด
ผมเชื่อว่าการรุกรานด้วยกำลังอาวุธของรัสเซียมิได้ส่งผลกระทบต่อยูเครนเพียงประเทศเดียว หากแต่ส่งผลต่อทุกประเทศทั่วโลก เพราะนอกจากจะบั่นทอนหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศแล้ว ยังสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านอาหาร สิ่งแวดล้อม นิวเคลียร์ และพลังงาน ชะลอการพัฒนาและค่อยๆ สั่นคลอนระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม
ด้วยเหตุนี้ แรงกดดันต่อรัสเซียจึงจำเป็นต้องดำเนินต่อไป การปกป้องกฎบัตรสหประชาชาติและหลักการอันเป็นรากฐานของระเบียบระหว่างประเทศ มิใช่เพื่อยูเครนเพียงประเทศเดียว หากแต่เพื่อประโยชน์ร่วมกันของประชาคมโลก
หากมหาอำนาจสามารถใช้กำลังเปลี่ยนแปลงพรมแดนของประเทศอื่นได้ ผลกระทบย่อมไม่หยุดอยู่เพียงที่ยูเครน แต่อาจนำไปสู่โลกที่กติกาสากลไม่อาจเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่ประเทศใดได้อีกต่อไป และท้ายที่สุด ทุกฝ่ายย่อมเป็นผู้สูญเสีย”


วัฒนธรรมและสายสัมพันธ์ระหว่างประชาชน
“สถานเอกอัครราชทูตยูเครนมุ่งมั่นที่จะเปิดโอกาสให้คนไทยได้รู้จักยูเครนในหลากหลายมิติมากยิ่งขึ้น ทั้งวัฒนธรรมและประเพณี ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตลอดจนภาษายูเครนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในเดือนนี้ เราภูมิใจที่ได้จัดเทศกาลภาพยนตร์ยูเครน ครั้งที่ 2 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นำภาพยนตร์ยูเครนมาสู่สายตาผู้ชมชาวไทยเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยในปีนี้ได้รับความสนใจจากผู้คนหลากหลายกลุ่ม ทั้งสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ สมาชิกรัฐสภา ตลอดจนประชาชนทั่วไป
สิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่งคือ เราได้เห็นว่าวัฒนธรรมยูเครนสามารถเข้าถึงและสร้างความประทับใจแก่ผู้ชมชาวไทยได้
ผมหวังว่าเราจะสามารถสานต่อและเสริมสร้างสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเห็นความสนใจที่คนไทยมีต่อยูเครนเพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต”

สารถึงประชาชนชาวไทย
เนื่องในโอกาสวันเอกราชของยูเครน ทูต วิคเตอร์ เซเมนอฟ ฝากข้อความถึงประชาชนชาวไทยว่า
“ในนามของสถานเอกอัครราชทูตยูเครน ผมอยากกล่าวคำง่ายๆ ว่า “ขอบคุณ”
ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่มีต่อยูเครน และขอบคุณสำหรับความสนใจที่มีต่อประเทศและวัฒนธรรมของเรา ทุกสิ่งเหล่านี้มีความหมายต่อเราอย่างยิ่ง
ในวันเอกราชปีนี้ สิ่งที่ผมอยากส่งต่อคือ “ความหวัง”
เราหวังว่ายูเครนและไทยจะเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งในมิติทางการเมือง เศรษฐกิจ และที่สำคัญที่สุดคือ สายสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของสองประเทศ
เราอยากเชิญชวนคนไทยให้มาทำความรู้จักยูเครนให้มากขึ้น ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภาษา เพื่อร่วมกันสานต่อมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในวาระที่ยูเครนเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีแห่งเอกราช เรามองย้อนกลับไปด้วยความภาคภูมิใจต่อสิ่งที่เราได้ร่วมกันสร้างสรรค์และฟันฝ่าตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แม้วันนี้เรายังคงต่อสู้เพื่อปกป้องเสรีภาพและเอกราชของเรา แต่เรายังคงเชื่อมั่นและมีความหวังว่า ในวันข้างหน้า ยูเครนจะได้เฉลิมฉลองวันเอกราชอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ท่ามกลางสันติภาพและความมั่นคง
โดยมีมิตรประเทศที่สำคัญอย่างราชอาณาจักรไทยเคียงข้างเรา”

ตลอด 35 ปีแห่งเอกราช ยูเครนได้ผ่านบททดสอบครั้งสำคัญ และวันนี้ยังคงยืนหยัดปกป้องเสรีภาพ อธิปไตย และความเป็นเอกราชของประเทศ พร้อมมุ่งสู่การฟื้นฟู ท่ามกลางมิตรภาพและความร่วมมือจากนานาประเทศ
สำหรับไทยและยูเครน สายสัมพันธ์มีหมุดหมายสำคัญ เมื่อไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รับรองเอกราชของยูเครน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 1991 กว่าสามทศวรรษต่อมา มิตรภาพนี้ยังคงเติบโต และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ยูเครนมุ่งสู่สันติภาพ การฟื้นฟู และอนาคตที่กำหนดได้ด้วยตนเอง

