bg-single

บทเรียนจากสหรัฐถึงไทย สอนเด็ก 11 ขวบ ขับรถชนคนตาย ต้องไม่จบด้วยคำว่า ‘ไม่ขอรับผิดชอบใดใด’

28.09.2026

บทความพิเศษ | มงคล วัชรางค์กุล

บทเรียนจากสหรัฐถึงไทย

สอนเด็ก 11 ขวบ ขับรถชนคนตาย

ต้องไม่จบด้วยคำว่า ‘ไม่ขอรับผิดชอบใดใด’

อนุสนธิจากข่าว BBC NEWS ไทย เมื่อไม่นานมานี้ โปรยหัวว่า เด็ก 11 (ขวบ) ขับรถชนพระธุดงค์ จ.มุกดาหาร มรณภาพแล้ว 10 รูป เรารู้อะไรบ้างแล้ว

BBC รายงานว่า เด็กชายวัย 11 ปีขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ซึ่งกำลังเดินอยู่บนถนนทางหลวงบริเวณบ้านนาเวียงแก ต.นาสีนวน อ.เมือง จ.มุกดาหาร เบื้องต้นมีพระภิกษุมรณภาพแล้ว 10 รูป และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยในจำนวนนี้มีฆราวาสรวมอยู่ด้วย

วันที่ 2 กรกฎาคม สื่อมวลชนของไทยหลายสำนักรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. เกิดเหตุรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ ซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุจำนวน 35 รูป และฆราวาสที่ติดตามคณะจำนวน 5 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายรายด้วยกัน โดยรถกระบะอยู่ในสภาพพังยับเยิน ท่ามกลางข้าวของของพระธุดงค์ที่กระจัดกระจาย ก่อนที่ชาวบ้านที่อยู่รอบๆ จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารแถลงในช่วงเวลาต่อมาว่า รถกระบะอยู่ในเลนของตนก่อนจะไถลออกลงข้างทางเข้าเฉี่ยวชนคณะพระธุดงค์ที่เดินทางจากวัดภูมโนรมย์ จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าสู่ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ทำให้มีพระภิกษุมรณภาพในที่เกิดเหตุ 5 รูป และมรณภาพที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป รวมทั้งมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยยืนยันว่า หน่วยแพทย์ฉุกเฉินและทีมกู้ชีพเข้าถึงพื้นที่ภายใน 10 นาทีหลังได้รับรายงานการเกิดเหตุ

สำหรับพระภิกษุที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ได้รับการเคลื่อนย้ายกลับไปยังวัดภูมโนรมย์ ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป

ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวนลงไปเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนกระบวนการควบคุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการสหวิชาชีพ

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหารกล่าวว่า การสอบสวนคดีที่เด็กเป็นผู้ต้องหานั้นต้องใช้เวลา เนื่องจากตอนนี้เด็กชายวัย 11 ปีตกอยู่ในอาการช็อก ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญพ่อแม่หรือผู้ปกครองมาพบเจ้าพนักงานแล้ว เพื่อสอบถามว่า ใครเป็นผู้ดูแลเด็กและสืบหาสาเหตุการเกิดเหตุ โดยสุดท้ายแล้วก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

ผู้ปกครองอาจถูกดำเนินคดีในฐานะปล่อยปละละเลยก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นเด็กอายุยังไม่ถึง 15 ปี อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน

สื่อนอกทั้ง BBC และ CNN ต่างตีข่าวเรื่องเด็กไทย 11 ปีขับรถชนพระตาย บาดเจ็บระนาวออกไปทั่วโลก

ผมเห็นจากคลิปนาทีที่ชน เดิมพระธุดงค์เดินเท้าถูกต้องตามช่องทาง คือเดินสวนทางกับรถที่วิ่ง เพื่อป้องกันอันตรายเพราะจะเห็นรถที่วิ่งเข้ามาหา แต่รถกระบะคันที่ชนนั้นขับย้อนศรเข้ามาและเสียหลักชนพระที่กำลังเดินจากทางเบี้องหลัง พระล้มระเนระนาดเป็นทาง เป็นภาพที่น่าเวทนาที่สุด

ทางคณะพระธุดงค์ออกข่าวว่า จะไม่เรียกร้องค่าชีวิตพระที่มรณภาพ ค่าบาดเจ็บ ค่าเสียหายแต่อย่างใด เป็นการให้อโหสิกรรม

แต่ผมมีความเห็นว่า ญาติพี่น้องของพระที่มรณภาพหรือบาดเจ็บควรออกมาเรียกร้องขอชดเชยความสูญเสียที่เกิดขึ้น เพื่อให้เป็นตัวอย่างจะได้เกิดความหลาบจำ

เมื่อหลายปีก่อน เคยมีข่าวเด็กผู้หญิงที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ ยังไม่มีใบขับขี่ ขับชนรถตู้บนทางด่วน ผู้โดยสารเสียชีวิตหลายศพ ในที่สุดสู้คดีกันมาหลายปี ศาลฎีกาตัดสินให้ชดใช้ค่าชีวิตรวม 40 กว่าล้านบาท

มีข่าวต่อมาว่าเด็ก 11 ปีคนนี้เป็นเด็กพิเศษ หมายความว่าเป็นเด็กออทิสติก ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ นั่นไม่ใช่คำอนุญาตให้เด็กคนนี้ขับรถได้

แต่เด็กขับรถเป็น เข้าเกียร์ขับเคลื่อนเดินรถได้ คำถามคือใครเป็นคนสอนเด็กขับรถ

ต่อมามีคลิปข่าวออกมาว่า ตาของเด็กยอมรับว่าเป็นคนสอนให้เด็กขับรถ

“แต่ไม่ขอรับผิดชอบใดๆ”

ช่างเป็นคำตอบที่ง่ายดายอะไรเช่นนั้น

กฎหมายไทยระบุว่า เด็กจะสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ได้จะต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์

แล้วมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องสอนเด็ก 11 ขวบให้หัดขับรถ

ในอเมริกา กฎหมายกำหนดให้เด็กต้องมีอายุครบ 16 ปีจึงจะขออนุญาตสอบใบขับขี่ได้ แต่มีขั้นตอนกำกับมากมายกว่าจะได้ใบขับขี่

ต้องตรวจร่างกาย ต้องสอบกฎจราจรให้ผ่าน แล้วจึงนัดสอบจริงตัวต่อตัวกับครูบนถนน ถ้าสอบผ่านจะได้แค่ใบขับขี่ชั่วคราวอายุ 6 เดือน เด็กต้องขับบนถนนอย่างน้อย 60 ชั่วโมงโดยมีผู้ใหญ่ที่มีใบขับขี่นั่งกำกับไปด้วย แล้วลงบันทึกไว้ ถ้าแอบขับเดี่ยวแล้วโดนจับจะยกเลิกการสอบใบขับขี่ทั้งหมด รอจนอายุ 21 ปีเต็มค่อยมาว่ากันใหม่

ผ่านทุกขบวนการนี้จึงได้ใบขับขี่

ต้องเข้มงวดที่สุด เพราะการนั่งหลังพวงมาลัยคือการรับผิดชอบชีวิตคนอื่น

ในอเมริกา เมื่อเร็วๆ นี้มีคดีตัวอย่าง เด็กอายุ 15 ปียังไม่มีใบขับขี่ เอารถกระบะของพ่อมาขับ แล้วไปชนกับรถเก๋ง ทำให้ฝ่ายรถเก๋งที่มีแม่กับลูกสาว 2 คนเสียชีวิต รวม 3 ศพ เหลือยายรอดชีวิตคนเดียว ตำรวจจับตัวพ่อของลูกชายขึ้นศาลด้วย ฐานให้ความสนับสนุนลูกชายขับรถชนคนตาย

พ่อให้การต่อศาลว่า ไม่รู้เห็นการกระทำใดๆ ของลูกชาย

แต่ศาลรัฐฟลอริดาเห็นว่า การที่พ่อถอยรถเก๋งที่จอดอุดท้ายในโรงรถเพื่อให้ลูกชายถอยรถกระบะออกไปได้นั้น

คือการให้ความร่วมมือสนับสนุนให้ลูกชายขับรถชนคนตาย 3 ศพ

ศาลตัดสินจำคุกพ่อ 37 ปี ไม่มีการลดหย่อนผ่อนโทษระหว่างทาง

ในเมืองไทย คนที่สอนเด็ก 11 ขวบขับรถชนพระมรณภาพ 10 รูป และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ควรติดคุกกี่ปีจึงจะสาสม?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

Fake News : ข้อมูลผิดพลาด บิดเบือน หรือมุ่งร้าย
บทเรียนจากสหรัฐถึงไทย สอนเด็ก 11 ขวบ ขับรถชนคนตาย ต้องไม่จบด้วยคำว่า ‘ไม่ขอรับผิดชอบใดใด’
‘สิ่งที่รุ่นพี่เผชิญ รุ่นน้องก็เจอเหมือนกัน’ สุเทพ สุริยะมงคล ชวนทุกเจน ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’
นรกคือคนอื่น มองคำสาปแห่งเสรีภาพ ในหนัง It Ends ผ่านเพลง Over The Hill
แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ จากหน่วยรบพิเศษ : ฝ่าวิกฤตไฟใต้รอบใหม่หลัง 22 ปี และความท้าทายด้านมวลชน
คำเตือน ‘ดร.พิชาย’ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คือ ‘ปราสาททราย’ ที่จะพังทลายเพราะ ‘คลื่นประชาชน’
เปิดบิ๊กโปรเจ็กต์คมนาคม ภท.ตีตั๋ว ชิง ส.ส.เมืองกรุง พิพัฒน์ วัดหัวใจอนุทิน-เนวิน
เอฟเฟ็กต์ โผทหาร ทัพฟ้า ‘เสธ.แจ๊ค’ จ่อ ผบ.ทอ. โฟกัส ‘เสธ.แพร์-เสธ.อ๋า’ ซีรีส์ 3 ทอ. ชิง จับตา คลื่นใต้น้ำ ซัด ‘ฟริเกต’ จัดคิว แม่ทัพภาค 1
รื้อภาษีอีวี 3 เทียร์ ฟ้าผ่าสกัดรถนำเข้า ชุบชีวิตฐานผลิตไทย!!
E-DUANG | สถานการณ์  มหา อุทกภัย สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย
The Ribbon Hero สังเวยบางกลุ่มเพื่อให้สังคมอยู่รอด
คุยกับทูต | เอลชิน บาชีรอฟ เปิดทางคืนถิ่น : เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อย ของอาเซอร์ไบจาน