bg-single

แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ จากหน่วยรบพิเศษ : ฝ่าวิกฤตไฟใต้รอบใหม่หลัง 22 ปี และความท้าทายด้านมวลชน

28.09.2026

บทความพิเศษ | อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่

จากหน่วยรบพิเศษ

: ฝ่าวิกฤตไฟใต้รอบใหม่หลัง 22 ปี

และความท้าทายด้านมวลชน

สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมาภายใต้ไฟใต้ระลอกใหม่ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการและการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน

จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ปีที่ 22 ของความขัดแย้ง งบประมาณภาครัฐที่ผลาญไปนับแสนล้านบาทกลับไม่สามารถนำมาซึ่งสันติภาพที่แท้จริงได้

ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคของแม่ทัพภาคที่ 4 คนเดิมอย่าง “พล.ท.นรธิป โพยนอก” (แม่ทัพยูร) สถานการณ์ด้านมวลชนกลับยิ่งดิ่งลงเหว

ความไม่เข้าใจบริบทพื้นที่และความล้มเหลวในการสร้างความเชื่อมั่นทำให้ภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่รวมตัวกันกดดันอย่างหนัก ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีย้ายแม่ทัพยูรพ้นจากตำแหน่งโดยด่วน

ทว่า ท่ามกลางเสียงสะท้อนและความเดือดร้อนของประชาชน นายกรัฐมนตรีกลับยังคงเพิกเฉยและดึงดันที่จะรักษาเก้าอี้ให้แม่ทัพคนดังกล่าวต่อไป

จนกลายเป็นแผลลึกที่สร้างความร้าวฉานระหว่างรัฐกับประชาชนในปลายด้ามขวาน

โดยล่าสุด ปูนบำเหน็จ “แม่ทัพยูร” ขึ้นผู้ช่วย ผบ.ทบ. ยิ่งเพิ่มกระแสวิพากษ์วิจารณ์เพิ่มขึ้นไปอีก

22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป

: เสียงสะท้อนจากงานวิจัยและทางออกเชิงโครงสร้าง

ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ตลอดสองทศวรรษนับตั้งแต่ปี 2547 ได้สร้างบาดแผลและความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการทางทหารและการบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่ภาครัฐใช้เป็นเครื่องมือหลัก

เสียงสะท้อนจากงานสัมมนาทางวิชาการ “22 ปี บทเรียนและก้าวต่อไป : การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ เพื่อสันติภาพที่เคารพความหลากหลาย” ณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (จัดโดยคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งผู้เขียนก็ร่วมวงเสวนา) ได้ชี้ให้เห็นมุมมองใหม่อันทรงคุณค่า

โดยเฉพาะงานวิจัยและข้อเสนอจากนักวิชาการ อาทิ ศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว, ผศ.ดร.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช รวมถึงตัวแทนภาคประชาชนอย่าง น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ ที่ยืนยันตรงกันว่า การเปิด “พื้นที่การเมืองที่ปลอดภัย” ให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน คือกุญแจสำคัญที่จะดึงพวกเขาออกจากการหันไปจับอาวุธเผชิญหน้ากับรัฐ

ข้อเสนอดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นข้อจำกัดของมาตรการความมั่นคงแบบดั้งเดิมที่เน้นกำลังทหารและการละเมิดความเป็นส่วนตัว ซึ่งบั่นทอนความไว้วางใจ และยังติดกับดักของ “พื้นที่กึ่งเปิด” ที่ผู้เคลื่อนไหวในประเด็นอ่อนไหวถูกติดตามจนต้นทุนทางการเมืองสูงเกินไป

บทเรียนจากการวิจัยชี้ว่า การแก้ปัญหาต้องอาศัยวิถีทางการเมือง การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนสร้างสรรค์ทางสังคม และการถอดบทเรียนจากกระบวนการสันติภาพระดับสากล (เช่น อาเจะห์, มินดาเนา, ไอร์แลนด์เหนือ) ที่ความขัดแย้งเชิงอัตลักษณ์ไม่สามารถยุติได้ด้วยปลายกระบอกปืน

แต่ต้องอาศัยการเมืองและการออกแบบการปกครองที่เคารพความหลากหลาย

ในขณะที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่ากองทัพและ กอ.รมน.สนับสนุนให้การเมืองเป็นผู้นำ และเชื่อมั่นว่าปัญหาชายแดนใต้ต้องจบลงด้วย “การพูดคุย” โดยกำลังทหารมีหน้าที่เพียงสร้างสภาวะแวดล้อมให้ปลอดภัยเพื่อเปิดทางให้หน่วยงานพลเรือนเข้าไปพัฒนาพื้นที่

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ยอมรับว่า ในห้วงที่ผ่านมา เมื่อฝ่ายปกครองไม่ก้าวออกมาทำหน้าที่ ภาพของทหารจึงจำเป็นต้องเข้ามาเป็นผู้นำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เสนอว่า ฝ่ายที่ถือปืนทั้งสองฝ่ายต้องเปลี่ยนผ่านจาก “นักรบ” มาเป็น “นักสร้างสันติภาพ”

ความท้าทายครั้งใหม่

: เมื่อความล้มเหลวเรียกร้อง “นักรบพิเศษ”

ท่ามกลางเพลิงวิกฤตที่ลุกลามและการสูญเสียความชอบธรรมของฝ่ายความมั่นคง การปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้นำทางทหารจึงกลายเป็นวาระเร่งด่วน

การก้าวขึ้นมามีบทบาทนำของ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ จึงเป็นจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

เพราะนี่คือแม่ทัพที่มีสายเลือดและดีกรีมาจาก “หน่วยรบพิเศษ” หน่วยงานที่ถูกฝึกมาเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤตขั้นสูงสุดและปฏิบัติภารกิจที่ซับซ้อนเกินกว่ากำลังรบตามแบบจะรับมือได้

มาทำความรู้จัก พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน กัน

ที่มาของนามสกุล “อุจะรัตน” (Ucharatna) ของ พล.ต.ชาคริต มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปกว่าหนึ่งศตวรรษ

“อุจะรัตน” (อ่านออกเสียงว่า อุจ-จะ-รัต-ตะ-นะ) เป็นหนึ่งในนามสกุลพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ข้อมูลจากอักขรานุกรมนามสกุลพระราชทานระบุว่า “อุจะรัตน – Ucharatna” เป็นนามสกุลพระราชทานลำดับที่ 3515 พระราชทานแก่ “มหาดเล็กวิเศษเชย” บุตรพลอย ผู้รับราชการในกองมหาดเล็กในพระราชสำนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2459

กาลเวลาผ่านมากว่า 110 ปี นามสกุล “อุจะรัตน” ยังคงปรากฏอยู่ในแวดวงการรับราชการ และหนึ่งในบุคคลที่ใช้นามสกุลนี้ในปัจจุบัน คือ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน นายทหารที่มีเส้นทางรับราชการเกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงและจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

ก่อนเข้ามารับผิดชอบงานในกองทัพภาคที่ 4 พล.ต.ชาคริตผ่านตำแหน่งสำคัญในสายกำลังรบพิเศษมาอย่างโชกโชน ได้แก่

ผู้บังคับกองพัน กองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 4

ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 4

เสนาธิการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ

ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1

ไม่เพียงแต่มิติของกำลังรบเชิงยุทธวิธีเท่านั้น พล.ต.ชาคริตยังมีประสบการณ์ภาคสนามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนานตั้งแต่ พ.ศ.2536 เป็นต้นมา

มีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาตั้งแต่วิกฤตการณ์เริ่มปะทุขึ้นใน พ.ศ.2547 จนถึงปัจจุบัน (2569)

รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ซึ่งเคยได้รับเชิญให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับมุมมองต่อกระบวนการเจรจาสันติภาพและการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้ว

ยุทธศาสตร์ใหม่

: มากกว่ากำลังทหาร

สู่การบูรณาการมวลชนและการเปิดพื้นที่ปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ ภายใต้บทบาทรองแม่ทัพภาคที่ 4 และรอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. พล.ต.ชาคริตเคยให้สัมภาษณ์ว่า ตระหนักดีว่าปัญหาชายแดนใต้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

และทราบดีว่าความล้มเหลวของการแก้ปัญหาไม่สามารถเอาชนะใจประชาชนได้

การแก้ไขปัญหาจึงต้องสอดรับกับข้อเสนอทางวิชาการในการเปิดพื้นที่การเมืองที่ปลอดภัย เข้าถึงประชาชน เข้าใจบริบทพื้นที่ และทำให้มาตรการต่างๆ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

แม้แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่จะมีพื้นเพมาจากหน่วยรบพิเศษ แต่ในแง่การทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นนายทหารที่เข้าถึงผู้นำศาสนาและภาคประชาสังคม มีความอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาให้เกียรติผู้อื่น และมีความระมัดระวังไม่หลุดถ้อยคำที่สร้างความขัดแย้ง

จนถือได้ว่า “ได้ใจ” ผู้นำศาสนาในระดับที่มากพอสมควร

สะท้อนจากคำบอกเล่าของบาบอแม หรือนายแวดือราแม มะมิงจิ (หรือที่รู้จักในชื่อ ดร.อับดุลรอแม มะมิงจิ) ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และประธานผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ซึ่งเคยสะท้อนความประทับใจนี้ผ่านผู้เขียน

แนวทางการทำงานของ (ว่าที่) พล.ท.ชาคริตครอบคลุมถึงการบริหารและบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ผ่านกลไก Integration Working Groups (IWG) เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา สังคม การศึกษา การสื่อสารสาธารณะ และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน

พร้อมทั้งเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนได้ขับเคลื่อนสังคมมากขึ้น ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ โดยต้องปราศจากการคุกคามจากคนของทุกระดับ

นอกจากนี้ บทบาทก่อนหน้านี้ยังขยายไปสู่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในระดับระหว่างประเทศ เช่น การเดินทางเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางเกี่ยวกับการสร้างสันติสุขและการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

หวังว่ารอยแผลเป็นจากไฟใต้ที่ลากยาวมาถึงปีที่ 22 ภารกิจของ (ว่าที่) พล.ท.ชาคริต อุจะรัตน ในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ จึงไม่ใช่เพียงแค่การนำเอาขีดความสามารถของ “หน่วยรบพิเศษ” มาใช้กวาดล้างภัยคุกคาม

แต่เป็นการพิสูจน์ฝีมือในการ “กอบกู้ศรัทธามวลชน เปิดพื้นที่การเมืองให้ปลอดภัย” สมานแผลใจ

และสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในชายแดนใต้ให้จงได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

Fake News : ข้อมูลผิดพลาด บิดเบือน หรือมุ่งร้าย
บทเรียนจากสหรัฐถึงไทย สอนเด็ก 11 ขวบ ขับรถชนคนตาย ต้องไม่จบด้วยคำว่า ‘ไม่ขอรับผิดชอบใดใด’
‘สิ่งที่รุ่นพี่เผชิญ รุ่นน้องก็เจอเหมือนกัน’ สุเทพ สุริยะมงคล ชวนทุกเจน ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’
นรกคือคนอื่น มองคำสาปแห่งเสรีภาพ ในหนัง It Ends ผ่านเพลง Over The Hill
แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ จากหน่วยรบพิเศษ : ฝ่าวิกฤตไฟใต้รอบใหม่หลัง 22 ปี และความท้าทายด้านมวลชน
คำเตือน ‘ดร.พิชาย’ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ คือ ‘ปราสาททราย’ ที่จะพังทลายเพราะ ‘คลื่นประชาชน’
เปิดบิ๊กโปรเจ็กต์คมนาคม ภท.ตีตั๋ว ชิง ส.ส.เมืองกรุง พิพัฒน์ วัดหัวใจอนุทิน-เนวิน
เอฟเฟ็กต์ โผทหาร ทัพฟ้า ‘เสธ.แจ๊ค’ จ่อ ผบ.ทอ. โฟกัส ‘เสธ.แพร์-เสธ.อ๋า’ ซีรีส์ 3 ทอ. ชิง จับตา คลื่นใต้น้ำ ซัด ‘ฟริเกต’ จัดคิว แม่ทัพภาค 1
รื้อภาษีอีวี 3 เทียร์ ฟ้าผ่าสกัดรถนำเข้า ชุบชีวิตฐานผลิตไทย!!
E-DUANG | สถานการณ์  มหา อุทกภัย สัมพันธ์ ภูมิใจไทย เพื่อไทย
The Ribbon Hero สังเวยบางกลุ่มเพื่อให้สังคมอยู่รอด
คุยกับทูต | เอลชิน บาชีรอฟ เปิดทางคืนถิ่น : เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในดินแดนที่ได้รับการปลดปล่อย ของอาเซอร์ไบจาน