สัมผัสแม่ทัพ CIB คนใหม่ เสน่ห์ฟังคน “ไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว” รับไม้ต่อ “มืออาชีพ” เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน
การเข้ารับตำแหน่ง ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) คนที่ 38 ของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย หรือบิ๊กต่อ ต่อจากบิ๊กก้อง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ที่ได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยผบ.ตร. ยิ่งทำให้ ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ Central Investigation Bureau (CIB) ตอกย้ำ “มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน” เพราะแม่ทัพ CIB ต่อยอด สิ่งที่บิ๊กก้องทำมาแล้ว 4 ปี และขยับน้ำหนักไปยังคำที่เขาย้ำซ้ำหลายครั้งตลอดบทสนทนา “การเคียงข้างประชาชน”

รับไม้ต่อ…เดินตามมอตโต้
ผบช.ก. คนใหม่ ประกาศตั้งแต่วันแรกว่า นโยบายตลอด 4 ปีของ พล.ต.ท.จิรภพที่ทำมา ยังคงเดินหน้าต่ออย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นงานจิตอาสา การทำนุบำรุงสถาบัน หรือการทำงานเพื่อประชาชน แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา คือการทำให้คำว่า เคียงข้างประชาชน ชัดเจนและจับต้องได้ยิ่งขึ้น ตามมอตโต้ประจำCIB
“นโยบายที่ท่านจิรภพทำไว้ดีแล้ว ผมต่อยอด โดยเน้นแก้ปัญหาเฉพาะทาง เช่น สแกมเมอร์ที่ประชาชนโดนจนหมดตัว เราจับผู้ต้องหาเข้าคุก แต่ต้องคืนทรัพย์ให้เหยื่อด้วย”
ผลลัพธ์เริ่มเห็นชัดในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เมื่อ บช.ก. สามารถคืนทรัพย์ให้ผู้เสียหายได้มากกว่าที่ผ่านมา
ด้วยการประสาน ปปง. และสถาบันการเงินให้สามารถอายัดบัญชีม้าได้รวดเร็วขึ้น บางกรณีใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก่อนเงินจะถูกโอนไปยังบัญชีม้าลำดับถัดไป
น้ำไม่เต็มแก้วรับฟังคนหน้างาน
หนึ่งในเสน่ห์ของพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ คือบุคลิก “ไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว” พร้อมรับข้อมูลใหม่ตลอดเวลา
“เราเป็นตำรวจ หน้างานหลากหลาย ผมพร้อมรับฟังผู้ใต้บังคับบัญชา แม้สั่งจากประสบการณ์ตัวเอง แต่ถ้าลูกน้องหน้างานบอกว่าบกพร่อง ก็พร้อมปรับนโยบายทันที” ผบช.ก. เผย
จาก รอง ผบช.ก. บิ๊กต่อ เคยเป็น “เบื้องหลัง”คอยทำงานสนับสนุน พล.ต.ท.จิรภพ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการของตำรวจสอบสวนกลาง และที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เพราะการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ได้รับสวัสดิการที่ดี ยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ย่อมส่งผลที่ดีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างชัดเจน เช่น การจัดสรรเรื่องบ้านพักสวัสดิการเพื่อความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย ไม่กระทบต่อการทำงาน การจัดทำโครงการอาหารกลางวันสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำ ณ ที่ทำการกองบัญชาการสอบสวนกลาง เป็นต้น
ทั้งนี้ยังมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ อาคาร สถานที่ภายในรั้วกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางอย่างต่อเนื่อง รวมถึงระบบรักษาความปลอดภัยในกองบัญชาการ
ในขณะเดียวกันก็พยายามพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ทำให้ CIB เป็นองค์กรตำรวจทันสมัย ยกตัวอย่าง Data center-Big data และ Real Time Crime Center (RTCC) ที่พัฒนา สามารถทำให้ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่าพอได้ข้อมูลก็เดินไปจับได้เลย
“ผมเป็นนักแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่ไม่มีใครทำ ตั้งแต่เด็กๆ นายเรียกใช้งานอะไรก็ไปตลอด”
ช่วง 3 เดือนแรกของการรับตำแหน่ง บิ๊กต่อเรียกผู้บังคับบัญชาทุกกองในสังกัดมาพูดคุยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรู้ให้ชัดว่า จุดแข็ง-จุดอ่อนของแต่ละกองบังคับการอยู่ตรงไหน
ไฮเทคลุยปราบสแกมเมอร์ข้ามชาติ
เทคโนโลยียังคงเป็นหัวใจของ CIB การต่อยอดระบบ Paperless-ERP เริ่มปีงบประมาณ 2569 ลดการใช้กระดาษทั้งองค์กร ตามที่บิ๊กก้องนำร่องไว้ พร้อมขยายการใช้งานโดรน เครื่องมือพิเศษ และทำ MOU กับธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จนสามารถอายัดบัญชีได้ภายใน 1-2 นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 10-15 วัน
Big Data เปลี่ยนเกมการทำงานอย่างแท้จริง ล่าสุดการวิเคราะห์เพียงเคสเดียว นำไปสู่การจับกุม13ผู้ต้องหา พบความเชื่อมโยงอีกกว่า 20 คดี
รวมถึงคดีสแกมเมอร์ข้ามชาติ เช่น การจับกุมเครือข่ายหลอกลวงชาวเกาหลีในคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท ใช้สคริปต์ภาษาเกาหลีครบรูปแบบ มีชาวจีนควบคุมจากจากนอกประเทศ
เทคโนโลยีดังกล่าวยังถูกขยายไปสู่กองบัญชาการการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และภาค 7 จนกลายเป็นหนึ่งในหน่วยสนับสนุนที่มีผลงานโดดเด่น
ฮึ่มผู้มีอิทธิพลเลือกตั้ง-สกัดโจรไซเบอร์
การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ นี้CIB เตรียมปฏิบัติการพิเศษในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันอิทธิพลผิดกฎหมาย พร้อมย้ำจุดยืน เป็นกลาง ไม่เป็นเครื่องมือของฝ่ายใด
“ถ้าเราทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและก็ดีที่สุด ไม่มีใครมาว่าเราได้ว่าไปเข้าข้างฝ่ายใด ถ้าเกิดข้อเท็จจริงมีการทำร้ายกัน มีการยิงกันก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าว
ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้อาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะหลอกลงทุนและโรแมนซ์สแกม มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น บก.ปคบ. และ บก.ปอศ. ต้องทำงานควบคู่กันอย่างใกล้ชิด
CIB Family สร้างอิมเมจ
โครงการ “โฆษกดาวรุ่ง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง Young generation CIB Spokesperson” ริเริ่มตั้งแต่ยุคก่อน ยังคงเดินหน้าต่อ เพื่อสร้างตำรวจรุ่นใหม่ที่สื่อสารกับประชาชนได้ เข้าใจโซเชียลฯ และสามารถเล่าเรื่องงานตำรวจให้เข้าถึงคนทั่วไป
“ถ้าเราช่วยเขา เขารักเราตลอด ไม่ต้องทำห้องน้ำหรู แค่ช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนให้ดี”
0ชูสุขภาพ สร้างขวัญกำลังใจ ต่อยอดกีฬา
สมัยบิ๊กก้อง ผบช.ก. คนที่ 37 เป็นที่รู้กันว่า ได้ผลักดันให้ตำรวจให้สังกัดได้ออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแรงทั้งกายและใจพร้อมปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างความพร้อมสำหรับการดูแลประชาชน
พร้อมจัดสวัสดิภาพให้ตำรวจสอบสวนกลาง เช่น โครงการ “CIB FIT CHALLENGE” และการสร้างสนามกีฬา ทั้งยังคงให้ CIB เป็นศูนย์กีฬา ที่ตำรวจสอบสวนกลางสามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาได้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ครอบครัวตำรวจใช้ชีวิตใน “เมืองสอบสวนกลาง CIB Town” นี้ ได้อย่างมีความสุข
เปิดมุมส่วนตัว-แผนงานโฟกัส
ความกดดันเดียวของ ผบช.ก. คนนี้คือ “กลัวทำงานไม่ทัน” เพราะปริมาณงานมหาศาล แต่ รอง ผบช.ก. และ ผบก.ทุกคน ช่วยเต็มที่ ด้วยอํานาจหน้าที่ของกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง มีงานที่ต้องรับผิดชอบค่อนข้างหลากหลาย แต่ปัจจุบันจากสภาพปัญหาสังคม และอาชญากรรม มีการพัฒนารูปแบบอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณค่อนข้างมาก แต่ภายใต้กำลังพลของตำรวจสอบสวนกลางที่มีอยู่เท่าเดิม ทําให้เกรงว่าจะบริการพี่น้องประชาชนไม่ทั่วถึง ทํางานไม่ทัน และขาดความละเอียดรอบคอบ ซึ่งได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ตามอํานาจหน้าที่ อย่างเต็มความสามารถ โดยไม่ตั้งเงื่อนไขใดๆ ทําตามกรอบกฎหมายและอํานาจหน้าที่ของกองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง
“เคร่งแต่ไม่เครียด” ถ้าเป็นเรื่องงานผมค่อนข้างดุ ไม่ควรผิดพลาดเลย แต่ถ้าเลิกงานแล้วจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ ผู้บังคับบัญชาที่ไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติประวัติ พร้อมตั้งมั่นทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำงานอย่างสุดกำลังและเต็มความสามารถ เพื่อดำรงไว้ซึ่งความเป็นตำรวจสอบสวนกลาง อันเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน และเพื่อประเทศชาติ
สำหรับปี 2569 นี้ โฟกัสปัญหาสแกมเมอร์ อาชญากรรมเฉพาะทาง ยกระดับการทำงานทุกกองบังคับการ เพื่อเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง
CIB สนับสนุนเต็มที่ “ไม่ประมาททุกภารกิจ”
