
อิสราชัย จงภัทรนิชพันธ์ / รายงาน
กระแสการเมืองไทยสู่การเลือกตั้ง แน่นอนว่า ไม่มีข่าวใดแล้ว ที่คนจะพูดกันเป็นประเด็นได้เท่าข่าวการดูดนักการเมืองจากพรรคใหญ่ พรรคกลางมาร่วมก๊วนพรรคของ คสช.หรือพรรคที่สนับสนุน คสช.
จนทำให้หลายคนเริ่มมีอาการมองอนาคตการเมืองไทยว่าคงไม่แคล้วเข้าอีหรอบเดิม ยุครัฐบาลผสมหลายก๊ก หลายพวก (ภายใต้ร่มเงาลายพรางจางๆ)
แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีพรรคการเมืองหน้าใหม่เกิดขึ้น ซึ่งในบรรดาจำนวนหลายพรรคที่จดชื่อเข้ามา บางพรรคจัดว่ามีแนวทางของตัวเองที่เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย ไม่ว่าพรรคที่ตั้งขึ้นมาจะขับเคลื่อนไปในทางใด ทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ
การทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้า…ในแบบที่ควรจะเป็น
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดนิทรรศการการเมืองซึ่งถือเป็นงานประจำปีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ได้จัดเวทีเสวนา “ให้พรรคใหม่…ทำนายกัน” เมื่อวันพุธที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา โดยได้เชิญตัวแทนพรรคการเมืองหน้าใหม่ทั้งจาก พรรคทางเลือกใหม่, พรรคอนาคตใหม่, พรรคเกรียน และพรรคสามัญชน
ก่อนมาเป็นพรรคการเมือง (ใหม่)
นายราเชน ตระกูลเวียง จากพรรคทางเลือกใหม่กล่าวว่า พรรคทางเลือกใหม่ เกิดขึ้นจากความต้องการสลายสีเสื้อ และรัฐธรรมนูญพอเข้าท่าเข้าทาง จึงตัดสินใจทำงานเพื่อบ้านเมือง
แม้ยอมรับว่าเคยเข้าร่วม กปปส. นนทบุรี แต่ก็ช่วงสั้นๆ แล้วแยกตัวออกมา พอเห็นว่าอะไรไม่ควร “ใครลงถนนถือว่าแพ้” เพราะเรามีรัฐสภา มีรัฐธรรมนูญทำให้มันถูกต้อง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพรรคทางเลือกใหม่

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หัวหน้าพรรคเกรียน
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด หัวหน้าพรรคเกรียนกล่าวว่า เวลาเกิดวิกฤตทางการเมือง คนมักชอบพูดว่า ปัจจัยหนึ่งคือสถาบันทางการเมืองอย่างพรรคการเมืองจะต้องมีคุณภาพ
แต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น หรือเวลาเราจินตนาการอยากเห็นการเมืองที่ดีกว่านี้ ก็มักถามว่าทำไมพรรคการเมืองถึงไม่ปฏิรูป คุณอลงกรณ์ พลบุตร เคยมีความคิดแบบนั้น แล้วเป็นยังไง ขนาดเป็นรองหัวหน้าพรรคยังปลิวเลย การปฏิรูปพรรคจึงไม่ง่าย
จึงได้ลองจินตนาการทำพรรคการเมืองเล็ก ไม่มีทุนอะไร เพราะบัญชีตัวเองยังโดนอายัดอยู่ เลยไม่ต้องพูดถึงว่ามีเงินมากพอ เราจึงทำพรรคการเมืองที่ไม่ต้องใช้ทุนกัน เราทำตามกฎเกณฑ์ของ กกต. เพียง 1,000 ถึง 5 หมื่นบาทในการเป็นสมาชิก
สิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะทำคือ
1) ถ้าเราจะทำพรรคของประชาชนเอง จะทำออกมาในลักษณะไหน เพื่อเป็นพรรคมวลชน
2) สิ่งที่อยากเห็นคือ กระบวนการทำนโยบายที่มาจากประชาชน ร่วมกันคิด เสนอและพัฒนาเป็นนโยบายสาธารณะ ให้ประชาชนสามารถทำนโยบายสาธารณะของตัวเอง ส่วนจะเข้าสภาได้ไหม ปราชนจะเป็นคนตัดสินเอง
สิ่งที่เราพิสูจน์ได้คือทำพรรคการเมืองได้ พิสูจน์ว่าสามารถทำนโยบายสาธารณะจากประชาชนได้

ผศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่
ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้กล่าวว่า มีความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่านักการเมืองและนักกิจกรรมทางการเมือง ที่จะเป็นคนเข้าไปต่อสู้ทางการเมือง หากคิดว่าการต่อสู้ทางการเมืองเป็นเรื่องของคนบางกลุ่มหรือคนที่เดือดร้อน นั้นเป็นการเข้าใจผิด เพราะการต่อสู้นั้น เป็นของทุกคน อย่างหนึ่งคือ การเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคการเมือง
การที่เราสามารถพูดเรื่องนี้ได้ในวันนี้ ก็มาจากการต่อสู้ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กลุ่มที่มองว่าการคงอยู่มา 4 ปี ของ คสช. นั้นเพียงพอแล้ว การต่อสู้ของผู้คนทำให้พรรคการเมืองมีความชัดเจนและสามารถพูดได้
พรรคการเมืองไม่เป็นเพียงแค่สถาบันหรือองค์กร แต่ยังบ่งบอกถึงการต่อสู้ที่ออกมาตลอด 10-20 ปี สั่งสมความไม่พอใจและพบกับความจริงที่ไม่สามารถให้ได้ เราจะตกผลึกให้กลายเป็นรูปธรรมได้อย่างไร มีหลายคนนำเสนอชุดนโยบายที่เป็นไปได้แต่พรรคการเมืองส่วนมากมองว่าเป็นไปไม่ได้
ดังนั้น จุดประสงค์ของเราคือ ทำลายความเป็นไปไม่ได้และผลักดันความเป็นไปได้ ทำให้เห็นว่าการเมืองเป็นของทุกคนและมีส่วนร่วม พูดถึงนโยบายให้ได้มากที่สุดในฐานะพรรคการเมืองของประชาชน

น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน
น.ส.ชุมาพร แต่งเกลี้ยง ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัญชน กล่าวว่า ถ้าพูดถึงคำว่าสามัญชน เราจะนึกถึง คนไทบ้าน คนรากหญ้า คนทั่วไป LGBT ที่ผ่านมาเรามีกฎหมายเพื่อสังคมและคนเหล่านี้มากมาย แต่กลับผลักไม่ได้ ไม่ว่าเหตุเพราะ ภาคประชาสังคมไม่ผลักดันเอง หรือติดหล่มอยู่ในสภา ระบบราชการ กฤษฎีกา หรือจากการรัฐประหารที่ทำให้ขาดความต่อเนื่อง
พรรคสามัญชนจึงเกิดขึ้นเพื่อเป็น “สะพาน” ให้กับคนกลุ่มนี้ นำพาสามัญชนเข้าสู่สภาโดยมีพรรคสามัญชนเป็นตัวเชื่อม
พรรคการเมืองใหม่
บนเส้นทางการเมืองไทยในอนาคต

นายราเชน ตระกูลเวียง ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคทางเลือกใหม่
นายราเชนกล่าวว่า ในอนาคตไม่ว่าพรรคใหม่หรือพรรคเก่ายังเป็นของเก่าเหมือนเดิม อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดว่า ต้องปฏิรูปก่อน ประเทศถึงเดินหน้าไปได้ ถึงตรงนี้ก็ยังไม่ได้ปฏิรูป แต่สิ่งที่ทำสำเร็จแล้วคือ การดูดพรรคการเมืองเก่าเข้าร่วมรัฐบาล แสดงให้เห็นว่าการเมืองยังเก่า ไม่มีสิ่งใหม่ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ทางเลือกใหม่เล็งเห็นว่า บ้านเมืองเราแบ่งเป็น 2 ฝ่ายมานานมาก ฝ่ายหนึ่งคือเผด็จการรัฐสภา กับอีกฝ่ายคือเผด็จการปลายกระบอกปืน การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ดูว่าทหารจะอยู่ได้หรือไม่
แต่พรรคทางเลือกใหม่ไม่มีทางเป็นเผด็จการรัฐสภาเพราะเป็นพรรคขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่ม แต่เป็นทางใหม่ที่สวยงาม ทำให้เป็นทางเลือกให้กับพี่น้องประชาชน เพราะเรามาด้วยอุดมการณ์ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่จะปกป้องประโยชน์ของพี่น้องปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำเป็นของใหม่
เราไม่ทำซ้ำเหมือนอดีตที่ต้องมีคนกำกับ เรามีแสงสว่างเป็นของตัวเองและเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชน
ผศ.ดร.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ การสงสัยต่อประชาธิปไตย ต่อผู้แทนเป็นเรื่องสามัญ คำว่า เผด็จการรัฐสภา เข้าใจว่าเป็นคำคิดค้นเพื่อดิสเครดิตกระบวนการประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคืออำนาจของประชาชน เมื่อมีสวัสดิการที่ดีขึ้น ประชาชนย่อมมีอำนาจตรวจสอบต่อรัฐบาลมากขึ้น คำถามคือ จะเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่หรือไม่ ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอยเอง ทุกอย่างมีหนทางของมัน
สิ่งที่จะทำให้การเมืองไม่ซ้ำรอย เงื่อนไขที่ชัดเจนคือทำให้พรรคการเมืองเป็นพรรคตัวแทนอุดมการณ์ของประชาชน และทำให้สามารถกำหนดทิศทางผู้แทนได้ ถ้าเป็นพรรคมวลชนอย่างที่ได้กล่าวไป นายกรัฐมนตรี ผู้แทน ต้องทำตามมติพรรค เพราะพรรคการเมืองคืออุดมการณ์
ผมคิดว่าสิ่งชี้วัดว่าเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่หรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมีอยู่ 2 อย่างคือ นโยบาย และปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกกับพรรค
นายสมบัติกล่าวว่า มันเกิดปรากฏการณ์ใหม่ทุกครั้ง เพียงแต่ใหม่ไม่หมด ต่อให้กลับไปรัฐประหาร การเลือกตั้งต่อไปยังคงเป็นปรากฏการณ์ใหม่อยู่ดี เห็นได้จากการสร้างพรรคการเมืองใหม่ๆ ขึ้นมา และเป็นการเลือกตั้งภายในเงื่อนไขที่มีการสื่อสารของสังคม มันสามารถสื่อสารทั้งแนวระนาบและพรรคสื่อสารถึงประชาชนโดยตรง เช่น การใช้โซเชียลมีเดียสื่อสารเข้าถึงประชาชนโดยตรง
ผมคิดว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จะทดสอบว่า นักการเมืองประเภทต่างๆ ฐานเสียงแบบเดิม หัวคะแนนแบบเดิม จะยังคงรักษาสภาพของเสียงแบบเดิมได้หรือไม่ มันทำให้การสื่อสารของพรรคเข้าถึงปัจเจก จะได้ผลแค่ไหน
ทุกครั้งที่เกิดการเลือกตั้ง มันจะเกิดปรากฎการณ์ใหม่เสมอ ต่อให้สุดท้ายมันวนกลับไปรัฐประหาร การรัฐประหารก็ไม่เหมือนเดิม ผมว่าอีกร้อยปีข้างหน้า เราจะหาคนแบบ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำรัฐประหารที่เป็นคนสองบุคลิกที่น่าสนใจ คือเป็นคนทั้งน่าเบื่อและตลก ผมนึกไม่ออกว่าจะมีใครเทียบเท่าประยุทธ์ ส่วนตัวผมถ้าประยุทธ์ไม่ใช่ตัวละครทางการเมือง เค้าจะเป็นคนน่ารักและตลก
ผมชอบความบันเทิง
น.ส.ชุมาพร กล่าวว่า ถ้าสามัญชนเข้าสภา มันเปลี่ยนแน่ เพราะไม่เคยมีสามัญชนคนธรรมดาเข้าสภา จึงไม่คิดว่าเป็นเหล้าเก่าในขวดใหม่ ต่อให้มี ส.ส.เก่าเข้าสภา แต่มันแปลกไม่เท่ากับชนะการเลือกตั้งของประชาชน ต้องมาโฟกัสว่า สุดท้ายสภาจะออกมาในรูปแบบไหน
ถ้าสามัญชนเข้าสภาแล้วดีขึ้นไหม ตอบได้เลยว่า “ไม่” เพราะมองดูรัฐธรรมนูญ 2560 ขั้นตอนต่างๆจะนำไปสู่ความขัดแย้งและความล้มเหลวอีกเยอะ แต่ทำไมพรรคสามัญชนยังต้องทำงาน เพราะเราต้องการเปลี่ยนแปลง เราต้องการสิ่งใหม่
ถ้าถามว่าพรรคสามัญชนเข้าไปจะมีความเปลี่ยนแปลงแค่ไหน อย่างน้อยมันเปลี่ยนแน่คือ จะมีคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นลูกนักการเมือง คนดังทั้งหลายจะเข้ามาสมัครเป็นผู้แทนฯ
มุมมองต่อเงื่อนไขผูกมัดภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 – แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
น.ส.ชุมาพร กล่าวว่า ถามว่ามีใครอยากทำตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี บ้าง? ถามคนในห้องได้ว่ามีใครอยากได้ไหมว่าอีก 20 ปี จะต้องสร้างบ้านแบบนั้น? จะต้องให้ลูกเรียนอย่างนี้? กำหนดว่าจะต้องมีพื้นที่เท่านั้น? จะต้องประกอบอาชีพอะไร?
ถ้าถามว่า 20 ปี คิดว่าจะต้องทำตามอย่างนี้ นั้นคือสิ่งที่พวกเขาจะทำ ด้วยเงื่อนไขที่กำหนดในนโยบาย ซึ่งคุณทุกคนน่าจะมองออก
ผศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า แม้จะไม่สามารถพูดถึงนโยบาย แต่สิ่งหนึ่งที่พูดได้ชัดเจนคือ จุดยืนของตนในฐานะบุคคลต่อรธน.-แผนยุทธศาสตร์ชาติ จึงพูดได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่จะทำให้การกำหนดนโยบายจะสามารถทำได้สอดคล้องกับความต้องการประชาชน ค่อนข้างจะเป็นวาระหลักไม่ว่ากลุ่มการเเมือง แม้มีเงื่อนไขแต่ก็ไม่ได้ปิดประตูตายไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีกลไก ขณะเดียวกัน สิ่งที่อยากส่งสัญญาณถึงพี่น้องที่ทำกิจกรรมทางการเมืองหรือไม่ เราอยากให้ตัวบทกฎหมายและแผนยุทธศาสตร์ผูกขาดความเป็นไม่ได้ เรามีช่องทางที่ทำให้เกิดความเป็นไปได้
อย่างที่คุณชุมาพรพูดว่า เราจะถูกกำหนดตลอดไปว่าเราจะต้องสงเคราะห์ผู้ยากไร้ หากพูดให้ไกลกว่านั้น สิ่งเหล่านี้จะต้องเป็นสิทธิซึ่งตนได้้เขียนไว้ การที่่ว่ารัฐจะต้องสงเคราะห์ จัดการศึกษาให้ผู้ยากไร้ แต่ถ้าเราต้องการมากกว่านั้น ถ้ารธน. หรือการคงอยู่ของรัฐ คือการพัฒนาดูแลชีวิตประชาชน เราสามารถทำให้ไกลมากกว่านั้นได้ไหม?
“หากยกกรณี หนี้ กยศ. ผู้กู้ยืม กยศ.พอจบจะมีหนี้ติดตัวราวๆ 2 แสนบาท ถามว่าสภาพบ้านเมืองแบบนี้จะทำยังไง? 50% ของ กยศ.คือหนี้เสีย ไม่ชำระคืนได้ เพราะปัญหาทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการที่ไปพูดว่า คนเบี้ยวหนี้ขัดศีลธรรม ขาดจิตสำนึกมันเป็นภาพลวงตา แต่ส่วนมากยากจนเกินกว่าชำระหนี้ได้ คำถามคือเราจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้จริงๆหรือ เราจะยอมจำนนกับสภาพแบบนี้หรือ? หรืออย่าง 30 บาทรักษาโรคที่ถูกทำให้ง่อยเปลี้ยกลายเป็นเพียงสวัสดิการให้ผู้ยากไร้ ไม่สามารถเป็นความต้องการพื้นฐานให้ประชาชนได้ ถ้า 30 รักษาทุกโรค สามารถขยับให้ชนชั้นกลางสามารถใช้ได้ หรือคนมีเงินก็ใช้ได้ ถ้าโรงเรียนเทศบาลหรือรัฐบาลใช้ได้ คนรวยคนธรรมดาสามารถเรียนโรงเรียนเดียวกันได้” ผศ.ษัษฐรัมย์ กล่าว
ผศ.ษัษฐรัมย์กล่าวอีกว่า นี่คือภาพมโนทัศน์ที่อยากให้เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนมีเงินซื้อประกันแพง โรงเรียนดีๆ ขณะที่คนอื่นถูกกองอยู่กับความเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาผูกขาดไว้
ผมคิดว่าเราสามารถฝันถึงสิ่งที่เป็นไปได้มากกว่ายุทธศาสตร์ชาติ ไม่ต้องให้นักการเมืองหรือใครมาบอก เราสามารถฝันถึงสังคมแบบนั้นได้ เพราะฉะนั้น คิดว่ามันไม่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสิ่งที่ดีกว่า ทำให้เป็นไปได้จริง
นายราเชนกล่าวว่า ไม่ว่ารธน.60หรือยุทธศาสตร์ชาติ มันสร้างขึ้นจากคนเพื่อคน ดังนั้นหากจะเปลี่ยน ก็ต้องใช้คนแก้ไขเปลี่ยนแปลง ถ้าดีอยู่แล้วก็สานต่อ ถ้าไม่ดีก็แก้ไข ถ้ายุทธศาตร์ชาติไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ก็ต้องแก้
นายสมบัติ กล่าวว่า อย่างแรกคือ อย่ากังวลกับยุทธศาสตร์ชาติมาก และอย่างที่สอง ขอย้อนไปตอนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ตอนนั้นเราใช้รัฐธรรมนูญ 2534 ที่ร่างโดย รสช. หลังเหตุการณ์นั้น เรืออากาศตรีฉลาด วรฉัตร เรียกร้องให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ตอนนั้น รัฐบาลชวน หลีกภัยกลับบอกว่าทำไม่ได้ แต่แก้ไขได้บางมาตรา คุณฉลาดได้อธิบายตรงนี้ว่า
“อุปมาว่ามีบ้านหลังหนึ่งถูกโจรบุกเข้ามาปล้น พอโจรปล้นบ้าน ก็ยึดบ้าน กวาดทรัพย์สินเรียบร้อย ก่อนโจรจะออกจากบ้าน โจรได้ขับถ่ายอุจจาระกองหนึ่งไว้กลางบ้าน แล้วสั่งให้คนที่อยู่ในบ้านทั้งหมดว่า จะออกไปแล้วแต่คนที่อยู่ในบ้านห้ามยุ่งอะไรกับกองอุจจาระ”
นายสมบัติกล่าวอีกว่า พอ รสช.ออกไปแล้ว เราทะเลาะกันว่า รธน.2534 จะยกเลิกดีไหม แม้ตอนนี้ไม่ตลกเพราะมี คสช.อยู่ แต่พอ คสช.ออกไป มันจะกลายเป็นเรื่องตลก เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มันตลกจะมากว่าเราจะเก็บไว้หรือไม่ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพูดถึงนโยบายไม่ได้ ทำไมพรรคการเมืองที่รวมตัวถึงพูดนโยบายที่จะเสนอต่อสาธารณะไม่ได้? มันไม่มีเหตุผลเลย พรรคการเมืองต้องทำหน้าที่เสนอนโยบายให้ประชาชน การที่บอกว่าไม่ต้องเสนออะไร รอพวกเขาเคาะระฆัง พวกคุณวิ่งออกจากเล้า
ผมเสนอนโยบายพรรคเกรียน ผมรับผิดชอบเอง คือ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อนึกถึงคุณฉลาดพูดเรื่องโจรยึดบ้าน เห็นว่าเราควรต้องล้างบ้าน อยู่ภายใต้ความเป็นเผด็จการแบบนี้ไม่ได้
พอ คสช.ออกไป เราควรทำบุญและล้างบ้านเพื่อความสิริมงคลแก่ประเทศ
สิ่งที่ “พรรคการเมืองใหม่” อยากฝากถึง “คนรุ่นใหม่”
นายราเชนกล่าวว่า ขอฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า เรามีสิทธิที่จะเลือกผู้นำ พิจารณาว่าพร้อมที่จะเสียสละหรือไม่ ผมคิดว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาจากที่ได้เห็น ขอให้เลือกคนที่ทำหน้าที่ให้กับเรา คนที่ถูกเลือกนั้นจะเป็นตัวแทน เมื่อผู้แทนทำอะไร เราในฐานะผู้เลือกก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย ขอให้ทุกคนโปรดใช้วิจารณญาณเป็นบรรทัดฐานเมื่อออกสู่สังคมใหญ่ เริ่มต้นแต่สิ่งดีๆ
นายสมบัติกล่าวว่า ผมมีความกังวลต่อสถานการณ์ของคน 2 รุ่น เมื่อก่อนเราพูดว่าคนรุ่นใหม่คืออนาคตของชาติ เพราะตอนนั้นคนรุ่นใหม่เยอะ คนรุ่นเก่าตายเร็ว แต่เดี๋ยวนี้มันกลับกัน คนรุ่นใหม่กลายเป็นคนส่วนน้อย คนอายุมากก็อายุมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ยอมเกษียณ โดยไม่ใช่แค่อายุที่ต่่าง วิธีคิด การรับรู้และการผลิต ลักษณะของคนรุ่นเราแตกต่างจนคนรุ่นเก่าไม่เข้าใจ เป็นช่องว่างขนาดใหญ่ คุณจะต้องเป็นแรงงาน เป็นภาระที่คุณต้องแบกรับ แบกรับประเทศนี้ สังคมนี้ ทิ้งพวกเขาไม่ได้ เป็นเรื่องยากที่จะไปของคุณเอง พวกคุณไปได้ไกลกว่าคนรุ่นเก่าแน่นอน แต่ถ้าไปให้เอาตัวเองรอดไม่ได้ คุณเตรียมบ่าไว้รองรับได้เลย จะต้องหาวิธีอยู่ร่วมสังคมอย่างเกื้อกูลกัน คุณจะตำหนิคนรุ่นเก่าว่าตามโลกไม่ทันไม่ได้ เพราะตอนนั้นพวกเขาก็ก้าวหน้าที่สุดเท่าที่วิทยาการเอื้อแล้ว คนรุ่นใหม่ต้องคิดอ่านให้ออก
ผศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า สิ่งที่คนรุ่นใหม่จะต้องเจอ คือการแบกรับความเสี่ยงที่มาเป็นทอดๆ มีนักศึกษาคนหนึ่งทำวิิจัยเรื่อง “ความหวังเทียม” โดยคำนี้ คือ คุณไม่สามารถขยับฐานะทางสังคมได้แม้คุณได้รับใบปริญญาบัตร สิ่งที่เราทำตามพ่อแม่ว่า เป็นเจ้าคนนายคน มันไม่เกิดขึ้น 20%คนชั้นล่างมีโอกาสสูงที่ยังคงอยู่อย่างนั้น และ 20% คนชั้นสูงก็จะมีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ พอพ่อแม่่ป่วยเราจะต้องแบกรักค่ารักษาพยาบาล ต้องเป็นหนี้ค่ารักษาความพยาบาล โดยเฉพาะช่วงวิกฤตสุดท้ายก่อนพ่อแม่จากไป ผมเข้าใจว่ามันมีมิติทางชนชั้นที่เราต้องคิดในการเลือกตั้งในอนาคต
ผมไม่เสนอให้เลือกคนดี แต่เลือกคนที่ตอบสนองประโยชน์ทางชนชั้น นำพาชีวิตเราพ้นจากความเสี่ยงที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางชนชั้นที่ทำให้ชนชั้นล่างเขยิบฐานะขึ้นได้ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
น.ส.ชุมาพรกล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลโดยที่เรามองไม่เห็นนั้น เราอยู่ในสภาพสังคมที่กำลังล่มสลาย เคยมีโอกาสไปสัมผัสที่เอลซัลวาดอร์ คุณนึกไม่หรอกว่า ตอน 5 โมงเย็นต้องกลับบ้านเพราะหลังจากนั้นมีระเบิด มีอาชญากรรม แม้ประเทศเราจะยังไม่ได้เกิดภาวะแบบนั้น แต่สภาพสังคมที่แบ่งแยกคนรวย-คนจน คุณนึกไม่ออกหรอกว่าอนาคตมันน่ากลัวขนาดไหน
การที่เรานิ่งเฉยกับสังคมที่ล่มสลาย ภาวะที่กฎหมายบ้านเมือง คนที่อยู่ป่าถูกจับ คนที่ไม่ได้อยู่ป่ากลับสร้างบ้านได้ บ้านที่เราไม่มีโอกาสแม้แต่จะเดินเข้าไป หรือชายหาดเราไม่สามารถเดินได้ เพราะชายหาดถูกจับจองเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ตอนนั้นเราจะเข้าใจ สามัญชนจะทำเพื่อไม่ให้เกิดสังคมที่ล่มสลายด้วยการเลือกตั้ง
ภาระของการไปสู่การเลือกตั้ง มันไม่ใช่แค่ได้เสียงในสภา แต่คือการทำให้สังคมไม่ล่มสลาย

พรรคการเมืองใหม่ กับ การปฏิรูปกองทัพ
นายสมบัติ กล่าวว่า เรื่องแรกคือ ผมขออนุญาตทวนคำถามของอ.นิธิที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม” คือ เราเชื่อว่าทหารมีหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ แต่พอเรามองดูประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เห็นศัตรู ดังนั้นนโยบายกลาโหมจะต้องสร้างสันติภาพ อย่างสมัยชาติชายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เราไม่ต้องเอาลูกหลานไปเสี่ยงตายรับลูกกระสุน ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คุยเยอะๆ
สอง เมื่อบรรยากาศดีแล้ว เราจะมีเกณฑ์ทหารเยอะไปทำไม รู้ไหมบรรดานายพล เป็นข้าราชการที่ตีกอล์ฟที่เก่งที่สุด อันนี้จริงจัง ชอบพูดเรื่องซีเรียสให้บันเทิง ไทยมีนายพลมากกว่าสหรัฐอเมริกา เมื่อมีนายพลมากไปเราต้องเกณฑ์ทหารมาก ทำให้ปีนี้ มีทหารเกณฑ์มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หากใช้สามัญสำนึก เยาวชนเหล่านี้จะต้องเป็นกลไกในการพัฒนาประเทศ จะทำยังไงที่ลดทหารเกณฑ์ให้ได้ครึ่งหนึ่งและเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ และปรับงบประมาณทหารเกณฑ์ที่ถูกตัด เอางบไปเป็นเงินเดือนให้ทหารที่สมัครเข้ามา
คุณต้องเคารพศักดิ์ศรีของพลทหาร พวกเขาเป็นทหารรับใช้ชาติ จะต้องสละชีวิตเพื่อชาติ แต่หลายปีมานี้กลับเสียชีวิตเพราะถูกซ่อม ไปตัดหญ้า ดูแลนายพลเกษียณ เอาพลทหารไปรับใช้ ผมรับไม่ได้ แม้ผมไม่มีลูกชายแต่การอยู่ในประเทศที่มีระบบนี้ ผมทนไม่ได้ และทหารต้องเป็นทหารอาชีพ เอาทหารการเมืองออกไป
ทิศทางการพัฒนากองทัพ คือ 1.เสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ลดเงื่อนไขการเกิดสงคราม 2.เอาทหารที่มีอยู่ไปเน้นไปพัฒนา ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลก 3.ต้องปฏิรูปวิธีการรักษาความมั่นคงโดยการใช้เทคโนโลยีให้มีศักยภาพ เน้นวิิจัยพัฒนา ไม่ใช่เอาแต่ซื้อ ยกตัวอย่างต่างประเทศที่ก้าวหน้า ส่วนหนึ่งมาจากเทคโนโลยีทางสงครามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามก็เปลี่ยนโรงงานผลิตอาวุธ เป็นจักรกลในการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ แต่ประเทศไทยทั้งที่ลงทุนเยอะแต่กลับไม่พัฒนาผลผลิตทางอุตสาหกรรม ลดการซื้อแล้วพยายามส่งเสริมการพัฒนา ถ้าจะซื้อก็ซื้อได้ แต่ต้องทันสมัยและส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ
นายราเชน กล่าวว่า เรื่องทหาร ผมขอพูดถึงนโยบายของพรรคที่ส่งให้ กกต. คือ นโยบายพรรคจะเปลี่ยนผู้ชื้อเป็นผู้ขาย อย่างที่เราสามารถผลิตรถหุ้มเกราะเองได้ แต่เรากลับไปซื้อที่อื่น ถ้าเราใช้อาวุธที่ผลิตเองได้ หรืออย่างกล้องที่สามารถได้ไกลถึง 10 กม.ซึ่งใช้ตอนการปะทะอาวุธกับกัมพูชาเมื่อปี 2553 ถ้าเกิดว่า เรามาพัฒนากองทัพให้เป็นผู้ผลิตใช้เอง ส่งออกเอง พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่ควรเป็นพื้นที่เพื่อเพิ่มยศ สิ่งสำคัญของพรรคทางเลือกใหม่ถ้ามีโอกาส เราสามารถปรับเปลี่ยนได้
ผศ.ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ในมุมมองของผม สิ่งที่ทำให้ประเทศมีความมั่นคงคือ การมีสวัสดิการที่ดี ปัจจุบันงบประมาณรายจ่ายประจำปีอยู่ 2 ล้านล้านบาท งบประมาณกลาโหมแบ่งออกเป็นจำนวน 2 แสนล้านบาท หรือ 10% ถ้าเราต้องการให้ประเทศเติบโตอย่างมั่นคง สิ่งที่ต้องตามมาคือ งบประมาณที่ไม่จำเป็นจะต้องนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน หรือประมาณ 25-30% ลองนึกภาพว่า ถ้าเรามีบำนาญระยะยาว การศึกษาที่ดี การที่คนส่งลูกไปเป็นทหารจะลดลง จำนวนนายพลจะลดลงเพราะคนมีอาชีพที่มั่นคง ผมเชื่อว่า ถ้าพัฒนาสวัสดิการก้าวหน้าให้เกิดขึ้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาหลายปีจะลดลง ทำให้ประเทศเป็นมิตรต่อผู้อพยพ ต่อนานาอารยประเทศ
น.ส.ชุมาพร กล่าวว่า พรรสามัญชนมีความชัดเจนทั้งไม่เอาระบบเกณฑ์ทหาร การปรับลดงบประมาณกองทัพ สิ่งหนึ่งที่เราเห็น ทหารมีที่ดินเยอะมาก ต้องยกเลิกให้ทหารสามารถถือครองที่ดินจำนวนมาก มีค่ายทหารในกรุงเทพฯเยอะ มีที่ดินเยอะมาก เห็นว่าต้องควรปฏิรูป หรือคลื่นความถี่ที่ทหารครอบครองจะต้องปฏิรูปเพื่อพัฒนาประเทศ หรือแม้แต่ตำรา ทหารยังคงใช้ตำรายุคสงครามเย็นในยุคดิจิตัล หรือทหารใช้เทคโนโลยีดิจิตัลมาทำสงครามแบบสงครามเย็นกับประชาชน ต้องยกเลิกใช้ศาลทหาร มาใช้กระบวนการยุติธรรมเดียวเทียบเท่ากับประชาชน
แม้กระทั่งต้องปลูกฝังแนวคิดหลักสิทธิมนุษยชนให้กับทหาร
