E-DUANG : ลักษณะ 2 ด้านของ “รัฐบาล” ด้านอันเป็นผลดี และ ผลเสีย

สถานะแห่งการเป็นรัฐบาลมาครบ 4 และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 5 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีทั้งด้านอันเป็นผลเสีย และด้าน อันเป็นผลดี
ผลดีก็คือ มีความต่อเนื่อง
นโยบายอะไรที่ริเริ่มและวางหลักตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ก็สามารถเห็นผลได้ในเดือนพฤษภาคม 2561
ถือได้ว่าเป็น “ผลงาน”
ขณะเดียวกัน หากนับแต่เดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือน พฤษภาคม 2561 ทุกอย่างยังเหมือนเดิม สัมผัสไม่ได้ในความเปลี่ยนแปลง
ก็ถือได้ว่า “ไม่มี” ผลงาน และความสำเร็จ
เรื่องแบบนี้สามารถใช้ “การตลาด” ดำเนินการประชาสัมพันธ์ได้อย่างอึกทึกครึกโครม
แต่ในที่สุด “ความจริง” จะเป็น “คำตอบ”
หากมองในทางการเมือง มาตรวัดที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างยิ่งคือ สิทธิและเสรีภาพ ประชาชนสามารถเคลื่อนไปสู่การเลือกตั้งด้วยความมั่นใจหรือไม่
ถ้าไม่มั่นใจ ถ้าไม่แน่นอน นั่นก็น่าสงสัย
หากมองในทางเศรษฐกิจ การเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวมเป็นร้อยละ 3 หรือว่าร้อยละ 4 เป็นมาตรวัดอย่างหนึ่ง
แต่ที่สำคัญอย่างที่สุดคือ จำนวน”เงิน”ในกระเป๋า
อย่างที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีบางท่านเคยกล่าวอย่างรวบรัดว่า ล้วงลงไปในกระเป๋ามีเงินหรือไม่ หากมีเงินเพิ่มมากขึ้นก็อุ่นใจ
คำตอบจึงมิได้อยู่ที่ “การตลาด” หรือ “การประชาสัมพันธ์”
คำตอบอยู่ที่ “เงิน”ในมือของชาวบ้าน คำตอบอยู่ที่ความรู้สึกมั่นใจของประชาชน
ความอุ่นใจ ความมั่นใจต่างหากคือรูปธรรม
การบริหารราชการแผ่นดินจากเดือนพฤษภาคม 2557 มายังเดือน พฤษภาคม 2561 จึงมีผลทั้ง 2 ด้าน
ด้านอันเป็น “ผลดี” และด้านอันเป็น “ผลเสีย”
เวลา 4 ปีให้คำตอบได้เป็นอย่างดีและที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นยังทำให้สรุปได้ว่า รัฐบาลที่มาจาก “รัฐประหาร” ต่างกับรัฐบาลที่มาจาก “การเลือกตั้ง”หรือไม่
เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็จะได้คำตอบจากประชาชน
