E-DUANG : จุดเหมือน จุดต่าง การเมือง ของ เพื่อไทย อนาคตใหม่

มีความแตกต่างอย่างแน่นอนระหว่างองค์ประกอบบริเวณหน้าเว
ทีปราศรัยของพรรคเพื่อไทยกับของพรรคอนาคตใหม่
ไม่ว่าจะเป็นที่”อุดรธานี” ไม่ว่าจะเป็นที่ “กทม.”
ความแตกต่างไม่เพียงแต่บนเวทีของพรรคเพื่อไทยมี ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง สร้างสีสัน ประสานกับความคึกคักอันมาจาก นาย อดิศร เพียงเกษ
ขณะที่บนเวทีของพรรคอนาคตใหม่แน่นอนสีสันย่อมเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขณะที่ความคึกคักเข้มข้นจะมาจาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล
แต่ที่เป็นความแตกต่างอย่างสูง คือ พรรคเพื่อไทยคือมวลชนคนหน้ากร้านดำ ขณะที่พรรคอนาคตใหม่คือคนรุ่นใหม่
นี่คือตลาดที่แยกกันระหว่างเพื่อไทย อนาคตใหม่
ความจริง มวลชนของพรรคเพื่อไทยก็มีในแบบพรรคอนาคตใหม่แต่ด้านหลักย่อมเป็นมวลชนคนหน้ากร้านดำ หยัดยืนสู้ชีวิตในชนบทและคนจนเมือง
ความจริง มวลชนของพรรคอนาคตใหม่ก็มีผู้อาวุโสมากด้วย ประสบการณ์และความจัดเจน
แต่ที่คึกคัก หนาตากลับเป็นคนรุ่นใหม่ หนุ่ม สาว
กระนั้น จุดร่วมอย่างหนักแน่นและจริงจังไม่ว่าบนเวทีของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าบนเวทีของพรรคอนาคตใหม่ คือ การยืนอยู่มุมตรงกันข้ามกับคสช.อย่างสิ้นเชิง
เป้าหมาย คือ ต่อต้านการสืบทอดอำนาจไม่เห็นด้วยที่จะเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป
เช่นนี้เองจึงได้ยินเสียง “หนักแผ่นดิน” ดังขึ้น
เช่นนี้เองบรรดาลุงๆป้าๆที่เคยไปร่วมเป่านกหวีดกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จึงบังเกิดความหงุดหงิดถึงกับมองว่าคนรุ่นใหม่กำลังถูกล้างสมอง
เท่ากับเป็นชะตากรรมร่วม เพื่อไทย อนาคตใหม่
หากมองจากมุมของพรรคพลังประชารัฐ หากมองจากมุมของพรรครวมพลังประชาชาติไทย เท่ากับ พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตได้กลายเป็นพันธมิตรในแนวร่วม
จึงได้เห็นการเอ่ยถึง “ระบอบทักษิณ” จึงได้ยินการเอ่ยถึงความจำเป็นต้องต่อสู้กับ “อ้ายตัวร้าย”ทั้งเก่าและใหม่
หงุดหงิดกับการเติบใหญ่ของ พรรคเพื่อไทย หงุดหงิดกับการเติบใหญ่ของพรรคอนาคตใหม่
