
เหตุปัจจัยอันก่อให้เกิด “การปรับครม.” เป็นครม.ประยุทธ์ 5 แสดง ออกอย่างเช่นชัดยิ่งว่า
เป็นเหตุปัจจัยจาก ปัญหา “ภายใน”
ทั้งหมดมิได้มาจากแรงกดดันจาก “ภายนอก” ไม่ว่าจะจากพรรคหรือกลุ่มการเมืองใดทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะมองไปยัง”เพื่อไทย”หรือ”ประชาธิปัตย์”
ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะตำหนิได้ว่าเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง
หากเป็นเรื่องของ 1 คสช. และ 1 รัฐบาลเอง
เพราะปัญหาเริ่มจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามมาตรา 44 ตามมาด้วยการตัดสินใจลาออกของรัฐมนตรี
ทั้งยังเป็นรัฐมนตรีที่ครองยศ”พล.อ.”อีกด้วย
มีความจำเป็นต้องมอง “ปัญหา” หรือ “ตัวทุกข์”อันเกิดขึ้นตามหลัก แห่ง “อริยสัจ”จึงจะเข้าใจ
นั่นก็คือ ทุกข์มาจากตรงไหน
คำตอบก็คือ ทุกข์มาจากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งข้าราช
การระดับ”อธิบดี”ด้วยอำนาจแห่ง “มาตรา 44″
ซึ่งใช้อย่างเป็นปกติตั้งแต่หลัง”รัฐประหาร”
ปมนี้เองทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยื่นใบลาออก ทันที และได้รับการอนุมัติทันทีเหมือนกัน
เหมือนกับการอนุมัติจะทำให้”ทุกข์”สิ้นไป
ไม่ใช่หรอก เพราะจากตัว”ทุกข์”ในกระทรวงแรงงานได้ขยายวงออกไป กลายเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบตามมาว่าจะปรับครม.อย่างไร
ปรับ”เล็ก” หรือ ปรับ”ใหญ่”
นับจากวันที่ 1 พฤศจิกายน เมื่อการลาออกมีการประกาศผ่านราชกิจจานุเบกษา ตัว”ทุกข์”ก็เริ่มบาน
บานโดยยังไม่มี “คำตอบ”
ตัว “ทุกข์” นี้จะได้รับการคลี่คลายไประดับหนึ่งทันทีที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งรัฐมนตรีประกาศขึ้น
เสมอเป็นเพียง “การคลี่คลาย”
ต้องดูว่ารายชื่อรัฐมนตรีจะสามารถตอบทุกคำถามอันเป็นข้อกังวลได้หมดสิ้นหรือไม่
หากไม่ก็จะกลายเป็น”ทุกข์”อันใหม่ ตามมา
