bg-single

ทำงานชั่วครั้ง ชั่วคราวแบบ spot work ในญี่ปุ่น

24.04.2026

บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์

ประชากรวัยทำงานในญี่ปุ่นอยู่ภายใต้รูปแบบการจ้างงานหลายแบบ มีทั้งแบบเป็นพนักงานประจำ(正社員)มีความมั่นคงในชีวิต อยู่กันยาว ๆ ไปจนเกษียณ มีสวัสดิการครบถ้วน กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ การจ้างงานตลอดชีพ(終身雇用)แบบที่ทำกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม ส่วนพนักงานจ้างชั่วคราว(非正規社員)จ้างกันเป็นช่วงเวลา เงินเดือนค่าจ้างไม่เท่าพนักงานประจำ อีกทั้งไม่มีสวัสดิการ โบนัส ฯลฯ

นอกจากนี้ก็มีพนักงานพาร์ตไทม์(パート・アルバイト)ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน ทำงานช่วยค่าใช้จ่ายในครอบครัว นักเรียน นักศึกษา หาเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และการจ้างชั่วคราวแบบทำงานได้เงิน แถมได้เที่ยว(旅バイト)ส่วนใหญ่ผู้สูงวัยทำงานสั้น ๆ ในจังหวัดที่ไม่เคยไป เสร็จงานแล้วได้เที่ยว (อ่านเพิ่ม “ทำงานได้เงิน แถมได้เที่ยว : เทรนด์ใหม่ในญี่ปุ่น”) เป็นต้น

ปัจจุบันมีการจ้างงานแบบ spot work(スポットワーク)ในญี่ปุ่นมากขึ้น คือ ทำงานช่วงสั้นๆ ไม่กี่ชั่วโมงหรือเพียงวันเดียว เปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย ๆ แล้วแต่นายจ้างที่ไหนต้องการแรงงาน ขั้นตอนสมัครงานไม่มีอะไรยุ่งยาก สมัครผ่านแอพพลิเคชั่น ไม่ต้องมีการสัมภาษณ์ ไม่ต้องส่งประวัติการศึกษา จบงานก็รับค่าจ้างทันที ไม่มีสวัสดิการใด ๆ หากสถานที่เดิมยังต้องการก็ทำต่อไป หรือไม่ชอบงานแบบนี้ก็หางานอื่น จังหวัดอื่นได้ มีอิสระในการเลือกงาน อยากทำงานอะไรก็เลือกได้

รูปแบบงานเช่นนี้น่าจะเหมาะกับแม่บ้าน นักศึกษา คนหลังเกษียณ คนที่ต้องการทำงานในเวลาว่าง ไม่อยากอยู่เฉย ๆ อยากมีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง ถ้าทำงานก็ได้เงิน ขี้เกียจไม่อยากทำก็ไม่ได้เงิน ไม่มีข้อผูกพันใด ๆ

ทั้งนี้มีสาเหตุมาจากการขาดแคลนแรงงาน ฝ่ายนายจ้างต้องการแรงงานเร่งด่วน เฉพาะกิจ มีคนลางานกะทันหัน ช่วงเทศกาลมีงานล้นมือ ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นงานบริการในร้านอาหาร ห้างค้าปลีก งานโลจิสติกส์ งานอีเว้นต์ งานทำความสะอาด เป็นต้น ที่ธุรกิจต้องดำเนินไปไม่หยุดชะงักเพราะคนงานไม่พอ ส่วนคนทำงานก็สามารถเลือกงาน เลือกสถานที่ทำงานได้ และได้รับเงินเมื่อเสร็จงานในวันนั้น ไม่ต้องรอถึงสิ้นเดือน ที่สำคัญคือไม่ต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์อย่างเข้มงวดของฝ่ายบุคคลหลายรอบแบบการสมัครงานประจำในบริษัททั่วไป

ข้อมูล ปี 2024 ญี่ปุ่นมีการจ้างงานแบบ spot work เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 30% ที่น่าสนใจคือ มีประชากรวัยทำงาน วัยหนุ่มสาวจำนวนมากเข้ามาอยู่ในรูปแบบการจ้างงานแบบนี้ เงินค่าจ้างที่ได้รับในวันนั้น ๆ ใช้จ่ายเป็นค่าอาหาร ค่าที่พัก ใช้ชีวิตไปวันต่อวันโดยแทบไม่มีเงินสำรองเลย แต่ชีวิตมีอิสระ

เรียวตะ ชายหนุ่มวัย 31 ปี หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ผ่านงานบริษัทสิ่งพิมพ์และพนักงาน out source ของบริษัทไอที มีเงินเดือนสุทธิไม่ถึง 2 แสนเยน งานหนักเกินความสามารถจะรับมือ เมื่อปรึกษาหัวหน้ากลับถูกดุด่า ไล่ให้ลาออกไป

เมื่อจำใจลาออกและต้องทนกับสุขภาพทรุดโทรมอยู่ปีกว่า ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว สภาพห้องรกรุงรังแทบไม่มีที่นั่ง ทุกวันเสาร์เขาออกไปรับอาหารแจกฟรีจากองค์กรการกุศล ส่วนวันอื่น ๆ ใช้เงินค่าอาหารอย่างประหยัดสุด ๆ ปลูกผักในห้อง ขออาหารเหลือจากเพื่อนบ้าง อดบ้างกินบ้าง เงินเก็บแทบไม่มีเหลือ รับงาน spot work ดูผ่านแอพฯในมือถือตลอด พยายามให้ได้ค่าตอบแทนจ่ายค่าเช่าห้องราคา 5 หมื่นเยน และเหลือพอมีกินบ้าง

เคยคิดอยากทำงานประจำอีกครั้ง แม้ว่าการทำงาน spot work จะพออยู่ได้ตามสภาพ แต่ยอมรับว่าวิตกกังวลถึงอนาคต ชีวิตไม่ง่ายเลย ในวัยเด็กถูกพ่อแม่เลี้ยงมาแบบใช้ความรุนแรงในครอบครัว มีปัญหาสุขสภาพจิตตั้งแต่นั้นมา ไม่เคยคิดจะกลับบ้านเกิดเพื่ออาศัยอยู่กับพ่อแม่อีกเลย ความคิดเช่นนี้เมื่อเปรียบเทียบกับคนยุคก่อน ๆ หากมีปัญหาการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่หรือตกงานก็มักจะกลับไปตั้งหลักกับพ่อแม่ที่บ้านเกิด แต่ปัจจุบัน คนหนุ่มสาวรุ่นนี้ มีพ่อแม่ในยุคที่ต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและการหางานในช่วงหลังฟองสบู่แตกช่วงหลังปี 1990 เป็นต้นมา พ่อแม่ก็แทบเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว และกำลังอยู่ในวัยใกล้เกษียณด้วย

มีผลสำรวจในปี 2023 ขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เกี่ยวกับสภาพที่อยู่อาศัยของคนหนุ่มสาววัย 10 – 30 ปี จำนวน 304 คน มีเพียง 30% เท่านั้นที่ตอบว่า “มีที่อยู่ที่ปลอดภัย สบายใจ” 26% ตอบว่า “มีที่อยู่ แต่ถูกใช้ความรุนแรงจากคนที่อยู่ด้วย รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มีทางเลือก” ส่วนที่เหลือ ตอบว่า “ใช้ชีวิตอยู่ตามเน็ตคาเฟ่ อยู่ริมถนน อาศัยเพื่อน ย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ”

กระทรวงสาธารณสุขและแรงงานญี่ปุ่น มีตัวเลขในปี 2021 ผู้อยู่ในวัย 20 – 30 ปีที่มีรายได้สุทธิต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อยู่ในภาวะขัดสน มี 15.4% คิดเป็น 1ใน 7 คน จำนวนสูงถึง 3 ล้านคน ขณะนี้เวลาผ่านมาหลายปี ค่าครองชีพสูงขึ้นมาก แน่นอนว่าจำนวนคนก็เพิ่มขึ้นมากกว่านี้ และที่น่าสนใจคือ คนเหล่านี้พยายามสู้ชีวิตด้วยตัวเอง ดูได้จากจำนวนคนที่มายื่นขอรับความช่วยเหลือด้านการดำรงชีวิตประจำวันจากรัฐเพียง 1.5 แสนราย ส่วนผู้ขอรับความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย การหางานทำ มีราว 2.5 หมื่นคนเท่านั้น อาจเป็นเพราะต้องลงทะเบียนประวัติ เจ้าตัวไม่อยากเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว

คนหนุ่มสาวเหล่านี้ ดำรงชีพด้วยการทำงานแบบ spot work โนดะ หนุ่มวัย 24 ปี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เวียนทำงานไปตามเมืองใหญ่ ทั้งโตเกียว โอซากา ฟุคุโอกะ ทำงานประกอบชิ้นส่วน คลังสินค้า ขนส่ง ฯลฯ มีโทรศัพท์มือถือติดตัวคอยเช็คดูงานที่จะทำต่อไป โดยทั่วไปได้ค่าตอบแทนวันละ 1 หมื่นเยน บางช่วงแทบไม่เหลือเงินไปเช่าเน็ตคาเฟ่ เคยใช้ชีวิตริมถนนอยู่หลายวัน แต่ก็ไม่คิดที่จะกลับไปหาพ่อแม่เพื่อขออาศัยอยู่ด้วย เพราะพ่อแม่ก็ไม่ได้มีรายได้มากนัก เวลาลำบากจะไปพึ่งพ่อแม่ที่แก่ตัวลง เป็นเรื่องน่าอาย

การทำงานแบบ spot work ของคนวัยหนุ่มสาวญี่ปุ่น อาจตอบโจทย์ด้านความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต ไม่ต้องอยู่ในกรอบระเบียบที่เคร่งครัดและทำงานทุ่มเทแบบการทำงานในองค์กรใหญ่ๆ ทำให้เกิดความเครียด มีปัญหาสุขภาพและสุขภาพจิตตามมา แต่ต้องแลกกับความไม่มั่นคงในอนาคต มีชีวิตอยู่รอดเป็นวัน ๆ ด้วยตัวเอง ไม่พึ่งพิงผู้ใด ไม่พะวงถึงวันที่ก้าวเข้าสู่ผู้สูงวัย

แค่มีชีวิตอยู่เพียงวันนี้…
คนวัยทำงานญี่ปุ่นไม่ได้สุขสบายอย่างที่เข้าใจกัน…



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘กลอน’ ของประชาชน
ระบำวิวาห์เสี่ยงตาย : เต้นให้รัก เต้นให้รอด
ดันดาดัน (3) เลี้ยงเด็กคนหนึ่งใช้ทั้งหมู่บ้าน
เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของ ‘ฝรั่งเศส’
‘หมาก’ ไม่ใช่ ‘หมาก’
สองทศวรรษของชีววิทยาสังเคราะห์ (5)
ฟุตบอลโลก 2026 กับการ ‘ลาป่วยทิพย์’
Georg Baselitz ศิลปินเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่เพิ่งจากโลกนี้ไป
บทเรียนเอสซีจี วิกฤติ และโอกาส (5)
‘เปลือก’
ลูทวิช บ็อลทซ์มันน์ นักฟิสิกส์ผู้เชื่อมโลกมหภาค กับโลกจุลภาค (1)
คุยกับทูต | จูลีเด คายือฮัน บทบาทตุรกี ในฐานะสะพานเชื่อมโลก (จบ)