bg-single

AI มีอุดมการณ์ทางการเมืองหรือไม่?

18.04.2026

ฝนไม่ถึงดิน
โดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ลองนึกถึงช่วงเวลาที่คุณไม่แน่ใจเรื่องอะไรสักเรื่อง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถาม ChatGPT หรือ Gemini ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเงิน การเมือง หรือแม้แต่ว่าควรโหวตให้ใคร

เราส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าคำตอบที่ได้เป็นข้อมูล ไม่ใช่ความเห็น เป็นความรู้ ไม่ใช่จุดยืน

แต่ถ้าความรู้สึกนั้นผิดล่ะ?

จากการวิจัยที่ทีมของเราทำร่วมกัน เราพบว่า AI ยอดนิยมทุกตัวที่ทดสอบ ไม่ว่าจะเป็น GPT-4o, Gemini หรือ Claude ล้วนให้คำตอบที่เอนเอียงไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ

นั่นคือแนวคิดเสรีนิยมถึงสังคมประชาธิปไตย ไม่ว่าจะถามกี่ครั้ง ไม่ว่าจะถามภาษาไทยหรืออังกฤษ ผลออกมาแทบไม่ต่างกันเลย

อุดมการณ์อนุรักษนิยม ชาตินิยม หรือสถาบันนิยมแทบไม่ปรากฏในคำตอบเลย

ทั้งที่ในชีวิตจริงคนจำนวนมากในสังคมไทยและทั่วโลกมีความเชื่อแบบนั้น


สาเหตุไม่ใช่เพราะใครแอบโปรแกรมให้ AI เป็นฝ่ายซ้าย แต่เกิดจากโครงสร้างของกระบวนการสร้าง AI เอง

ข้อมูลที่ใช้ฝึก AI มาจากอินเตอร์เน็ตซึ่งมีภาษาอังกฤษเป็นหลัก และส่วนใหญ่ผลิตโดยสถาบันการศึกษา สื่อกระแสหลัก และองค์กรสากลที่โดยรวมมีแนวโน้มเสรีนิยม

เนื้อหาภาษาไทย มุมมองพุทธ ค่านิยมครอบครัวแบบเอเชีย หรือจุดยืนอนุรักษนิยมที่ครองพื้นที่ทางการเมืองไทยมาโดยตลอด ล้วนถูกแทนด้วยมุมมองที่มีอยู่ในข้อมูลมากกว่า

นอกจากนี้ กระบวนการที่ใช้คนจริงๆ ให้คะแนนว่าคำตอบไหน “ดี” หรือ “ไม่ดี” ก็มีปัญหาเดียวกัน เพราะคนที่ทำงานนี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ การศึกษาสูง อาศัยในเมืองตะวันตก และมีจุดยืนทางการเมืองที่วัดได้ว่าเอนซ้ายกว่าประชากรเฉลี่ย

 ความชอบของพวกเขาจึงถูกเข้ารหัสไว้ในตัว AI โดยที่ไม่มีใครตั้งใจ


สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือแม้แต่ภาษาเองก็ไม่ได้เป็นกลาง เมื่อเราถามคำถามเดียวกันเป็นภาษาไทย AI บางตัวให้คำตอบที่แตกต่างจากภาษาอังกฤษพอสมควร

เพราะภาษาไทยพาบริบทพุทธและวัฒนธรรมติดมาด้วย แต่ที่น่าแปลกใจคือแม้จะแตกต่างกันบ้าง คำตอบก็ยังวนอยู่ในกรอบเสรีนิยมอยู่ดี เปลี่ยนได้แค่ระดับ ไม่ใช่ทิศทาง

 ในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้มีความหมายจริงๆ เวลานักเรียนถาม AI ว่า “นโยบายนี้ดีไหม” เวลาพนักงานออฟฟิศถามว่า “ควรสนับสนุนการรวมกองทุนสุขภาพหรือไม่” หรือเวลาพ่อแม่ถามว่า “ควรคุยกับลูกเรื่องสิทธิทางเพศอย่างไร”

คำตอบที่ได้ไม่ใช่ความจริงกลางๆ แต่เป็นความจริงที่กรองผ่านมุมมองชุดหนึ่งมาแล้ว

และปัญหาไม่ใช่ว่ามุมมองนั้นผิดหรือถูก แต่เราไม่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น สำรวจพบว่า 70% ของนักเรียนมัธยมใช้ AI ในการเรียน และมากกว่าครึ่งของผู้ใหญ่ใช้มันเหมือนค้นหาข้อเท็จจริง

เท่ากับว่าเราทุกคนกำลังรับมุมมองชุดหนึ่งโดยคิดว่าเรากำลังรับข้อมูล

อันตรายที่แนบเนียนกว่านั้นคือ เมื่อ AI พูดถึงนโยบายใดก็ตามราวกับว่าคำตอบก้าวหน้าคือคำตอบที่สมเหตุสมผลเพียงคำตอบเดียว

มันทำให้เราลืมไปว่ามนุษย์จริงๆ ไม่ได้ตัดสินใจแบบนั้นเสมอไป

และการที่เขาไม่ทำก็ไม่ได้แปลว่าเขาผิดหรือโง่เสมอไปเช่นกัน

ในนโยบายสาธารณสุขไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่เราทดสอบ AI ตอบสนับสนุนการรวมกองทุนสุขภาพสามกองทุนเป็นเนื้อเดียวกัน ราวกับว่านี่คือคำตอบที่ชัดเจน

แต่ในความเป็นจริง บุคลากรสาธารณสุขจำนวนมากมีความกังวลเรื่องคุณภาพบริการที่อาจลดลง

สหภาพแรงงานบางส่วนเป็นห่วงเรื่องอำนาจต่อรอง

และนักวิชาการด้านการเงินการคลังก็มีข้อถกเถียงเรื่องความยั่งยืนของงบประมาณ


ทั้งหมดนี้ไม่ใช่จุดยืนของคนที่ “ต่อต้านความเป็นธรรม”

แต่เป็นความซับซ้อนของนโยบายจริงที่ AI เลือกจะไม่พูดถึง เพราะมันไม่ได้อยู่ในกรอบอุดมการณ์ที่ถูกให้น้ำหนักในข้อมูลฝึก

ผลคือเมื่อนักศึกษาแพทย์ พยาบาล หรือนักนโยบายรุ่นใหม่ใช้ AI เป็นจุดเริ่มต้นในการทำความเข้าใจปัญหา พวกเขาได้รับภาพที่ไม่สมบูรณ์

และอาจไปเจอกับความเป็นจริงในสนามที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

ผลที่ตามมาในระยะยาวคือพื้นที่ถกเถียงสาธารณะแคบลงโดยที่ไม่มีใครออกคำสั่ง

เมื่อเครื่องมือที่คนนับล้านใช้ทุกวันพูดเป็นเสียงเดียว ผลักดันมุมมองเดียวกัน และทำให้จุดยืนอื่นดูเหมือนล้าหลังหรือไม่มีเหตุผล

ความหลากหลายทางความคิดที่เป็นหัวใจของประชาธิปไตยก็ค่อยๆ ถูกกัดกร่อนไปเงียบๆ

ในกรณีของไทยนี่ไม่ใช่เรื่องนามธรรม พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งได้ 193 ที่นั่งในปี 2569 มีจุดยืนที่ห่างไกลจากสิ่งที่ AI ส่วนใหญ่แสดงออกมาอย่างมาก

นั่นหมายความว่า AI กำลังบอกเราอีกเรื่องหนึ่ง ในขณะที่ผู้คนจริงๆ โหวตอีกแบบหนึ่ง


สิ่งที่เราพึงทำไม่ใช่การปฏิเสธ AI แต่คือการอ่านมันให้ออก

AI ไม่ใช่กระจกที่สะท้อนความจริง มันเป็นกระจกที่มีสีและมุมของตัวเอง และเราจะใช้มันได้ดีก็ต่อเมื่อรู้ว่ากำลังมองผ่านอะไรอยู่

ในระดับนโยบาย ควรมีมาตรฐานกำหนดว่า AI ที่นำไปใช้ในการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะต้องแสดงให้ได้ว่าตัวแทนมุมมองที่หลากหลายในสังคม ไม่ใช่แค่มุมมองที่โดดเด่นในข้อมูลฝึกจากซีกโลกเหนือ และในระดับบุคคล

ก็แค่จำไว้ว่าเวลาถาม AI เรากำลังถามคนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาด้วยมุมมองชุดหนึ่ง เหมือนถามเพื่อนที่ฉลาดมากแต่โตมาในสิ่งแวดล้อมที่ต่างจากเรา

(บทความนี้อิงส่วนหนึ่งจากงานวิจัย “Navigating Political Ideology in Artificial Intelligence : A Comprehensive Exploration of Health Policy Perspectives in Thailand” โดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี, ณัฐ ศิริรัตน์บุญขจร และชานน พุทธนวรัตน์ โครงการความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยสหวิทยาการ มธ. และมหาวิทยาลัยมหิดล)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา : จากภูมิเศรษฐกิจถึงภูมิรัฐศาสตร์
ไชโย! ประเทศไทยจะรวยแล้ว!
แนวรบและแนวรักที่ปลายด้ามขวาน เหตุการณ์ต้องเปลี่ยนแปลง | เรื่องสั้น : มานพ แก้วสนิท
ก้าง
การหลั่งน้ำตาของอานาตี | อานนท์ นานมาแล้ว : กวีกระวาด
ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’