bg-single

อัมสเตอร์ดัม กับ ‘ป้ายโฆษณา’

17.05.2026

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

“อัมสเตอร์ดัม” เมืองในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่หลงใหลกับบรรยากาศโรแมนติก กลิ่นอายของความมั่งคั่งรุ่งเรือง เดินทอดน่องสำรวจบ้านทรงจั่วหรือ Gable house หลังคาสองมุมบรรจบตรงกลางตามแนวคลองขุดเป็นชั้นๆ กันรูปโค้งกึ่งวงกลม

คลองโค้งกึ่งวงกลมที่ชาวดัตช์ เรียกว่า Grachtenring ขุดเมื่อ 300 ปีที่แล้ว สะท้อนแนวคิดทะลุอนาคตของวิศวกรอันชาญฉลาดซึ่งออกแบบวางแผนให้เป็นคลองเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง เป็นทั้งเขื่อนป้องกันน้ำท่วมและป้องกันข้าศึกบุกถล่ม มีสะพานกว่า 1,200 แห่งเชื่อมให้ผู้คนเดินข้ามไปมาหาสู่

คลองอัมสเตอร์ดัมเป็นมรดกโลกและได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี น้ำใสสะอาดแม้จะมีเรือบ้านหรือ house boat จอดเทียบท่ามานานนับร้อยปี จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไปแล้ว

อัมสเตอร์ดัมยังเป็นเมืองจักรยาน มีไบก์เลนรวมระยะทางกว่า 400 กิโลเมตรให้นักปั่นได้ทดสอบความแข็งแกร่งทั้งร่างกายจิตใจ มีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติริกจ์ (Rijksmuseum) แหล่งรวมงานศิลปะของศิลปินชื่อดังระดับโลก เช่น แรมแบรนดท์ ฟาน ไรน์ และพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะ โชว์ศิลปะแนวโพสต์อิมเพรสชั่นนิสม์ของวินเซนต์ แวนโก๊ะ

ผู้บริหารเมืองอัมสเตอร์ดัมมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเข้มข้น ตั้งเป้ามองไกลให้ปี 2593 เป็นเมืองที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral)

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สมาชิกสภาเมืองอัมสเตอร์ดัมแห่งเนเธอร์แลนด์ ลงมติห้ามโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลก่อให้เกิดมลพิษและผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ในพื้นที่สาธารณะอย่างเด็ดขาด คำสั่งห้ามมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569

คำสั่งดังกล่าวเรียกเสียงฮือฮาในวงการสิ่งแวดล้อม สถาปัตยกรรม และผังเมือง เพราะถือเป็นเมืองแรกในโลกที่มีคำสั่งห้ามติดป้ายโฆษณาสินค้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และคำสั่งห้ามติดป้ายโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อสัตว์

ก่อนเดือนพฤษภาคม ป้ายโฆษณาประเภทขายแฮมเบอร์เกอร์ รถยนต์ใช้น้ำมันเบนซิน สายการบิน ติดเกลื่อนทั้งบนรถราง รถเมล์ ป้ายจอดรถสาธารณะและสถานีรถไฟ ในเมืองอัมสเตอร์ดัม แต่ถึงตอนนี้ทุกป้ายโดนปลดทิ้งเรียบร้อยแล้ว

เจ้าหน้าที่เมืองเอาป้ายโฆษณาเชิญชวนไปดูงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติริกจ์ การแสดงเปียโนคอนเสิร์ตไปติดแทน และยังมีบางจุดที่เปลี่ยนเป็นป้ายโฆษณารถไฟฟ้า การท่องเที่ยวราคาถูกหรือโลว์คอสต์ทัวร์

“จัตุรัสลินด์สเพลนส์” จุดพลุกพล่านที่สุดใจกลางอัมสเตอร์ดัม เปลี่ยนลุคใหม่ติดตั้งด้วยโปสเตอร์รูปดอกทิวลิปสีส้ม ดอกเดฟโฟดิลสีเหลืองจ๋า สัญลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์แทนป้ายโฆษณาสินค้าที่เกี่ยวพันกับการปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศโลก

การติดสินใจของผู้แทนท้องถิ่นเมืองอัมสเตอร์ดัมในประเด็นป้ายโฆษณาครั้งนี้ เพราะต้องการสอดประสานกับนโยบายของรัฐบาลท้องถิ่นที่ตั้งเป้าให้ “อัมสเตอร์ดัม” เป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593

“แอนนิค วีนฮอฟฟ์” ส.ส.พรรคกรีนเลฟต์ พรรคอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมฝ่ายซ้าย บอกกับสื่อว่า วิกฤตการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องเร่งด่วน

ในเมื่อต้องการให้อัมสเตอร์ดัมเป็นผู้นำด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน เทศบาลเมืองอัมสเตอร์ดัมไม่ควรอนุญาตให้บริษัทที่มีนโยบายตรงกันข้ามมาเช่าพื้นที่สาธารณะโฆษณาต่อไปอีก

“เรากำลังให้อิสระแก่ชาวเมืองอัมสเตอร์ดัมมีทางเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น ไม่ต้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่มาบอกเราว่า เราต้องกินอะไร” วีนฮอฟฟ์พูดเป็นนัยให้ผู้อ่านนึกเอาเองว่าป้ายโฆษณาเป็นสินค้าของบริษัทอะไร

การปลดป้ายโฆษณาสินค้าที่ปล่อยควันพิษทำลายสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศโลกของเมืองอัมสเตอร์ดัม “วีนฮอฟฟ์” บอกว่า ช่วยลดแรงกระตุ้นการซื้อสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ และการเดินทางด้วยยานพาหนะเชื้อเพลิงฟอสซิล วิถีชีวิตของชาวเมืองจะเกิดการเปลี่ยนแปลงให้ตระหนักรู้ตระหนักคิดมากขึ้น

อันที่จริงแล้ว ป้ายโฆษณาสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ที่ติดตั้งบริเวณพื้นที่สาธารณะของเมืองอัมสเตอร์ดัมมีสัดส่วนน้อยมากแค่ 0.1 เปอร์เซ็นต์ของป้ายโฆษณาทั้งหมด และป้ายโฆษณาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซพิษมีราว 4%

ป้ายโฆษณาส่วนใหญ่ที่ติดในเมืองอัมสเตอร์ดัม เป็นสินค้าเสื้อผ้าแบรนด์ดังๆ ป้ายโฆษณาขายโทรศัพท์มือถือและป้ายโฆษณาภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ

มติห้ามโฆษณาสินค้าที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศถึงจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ก็เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้กับภาวะโลกเดือด และส่งสัญญาณไปยังธุรกิจที่มีส่วนสัมพันธ์กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้รู้ว่าชาวอัมสเตอร์ดัมไม่ทนอีกต่อไป

บรรดาสมาคมการท่องเที่ยว และสมาคมเนื้อสัตว์แสดงความไม่พอใจกับมติดังกล่าว และเห็นว่าเป็นมติที่จำกัดสิทธิเสรีภาพทางการค้า

แต่นักสิ่งแวดล้อมกลับมองว่า การห้ามติดป้ายโฆษณาสินค้าเหล่านั้น ไม่ต่างไปจากการรณรงค์ต่อต้านสูบบุหรี่ในที่สาธารณะในอดีต

“ถ้าวันนี้คุณได้รับอนุญาตให้สูบบุหรี่บนรถไฟ รถเมล์ หรือในร้านอาหาร จะเป็นเรื่องน่าแปลกใจอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่สาธารณะเป็นของส่วนรวมทุกคน”

นอกเหนือจาก “อัมสเตอร์ดัม” แล้ว ในเนเธอร์แลนด์ยังมีเมืองอื่นๆ ประกาศห้ามโฆษณาเนื้อสัตว์ในที่สาธารณะ เช่น เมืองฮาร์เล็ม เป็นเมืองแรกของโลกที่มีคำสั่งห้าม ตามด้วยเมืองอูเทรคต์และเมืองไนเมเกน

กระแสรักสิ่งแวดล้อมในเนเธอร์แลนด์เข้มข้นมานานหลายปี ดูได้จากวิถีชีวิตของชาวเมืองนิยมใช้จักรยานและรถสาธารณะมากกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล จำนวนจักรยานมีมากกว่าจำนวนประชากร

ทุกๆ วัน เราจะเห็นชาวดัตช์ทุกสาขาอาชีพไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ แม่บ้าน หรือนักเรียน นักศึกษา ต่างปั่นจักรยานไปทำงาน ไปโรงเรียน จ่ายตลาด และปั่นออกกำลังกาย

ดัชนีชี้วัดอีกตัวนั่นคือระบบจัดการแยกขยะ ชาวดัตช์แยกขยะจากครัวเรือนคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% และรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ตั้งเป้าหมายให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 100% ภายในปี 2593

ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยวาเจนนินเจน (Wageningen University) พบว่า ชาวดัตช์ที่ให้ความใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติมีสัดส่วน 34% ของทั้งประเทศ คนเหล่านี้สมัครเป็นจิตอาสาช่วยดูแลต้นไม้ เก็บขยะในที่สาธารณะ จัดการสวนให้เพื่อนบ้าน และทำกิจกรรมเดินป่า เป็นไกด์ทัวร์แหล่งธรรมชาติ

นอกจากเนเธอร์แลนด์แล้ว กระแสต่อต้านการโฆษณาสินค้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลผลิตและปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลกในฝั่งยุโรปตะวันตก เพิ่มระดับความแรงอย่างต่อเนื่อง

ประเทศฝรั่งเศสออกกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการปรับตัว เมื่อปี 2565 กฎหมายฉบับนี้นำมาใช้ทั่วประเทศเพื่อห้ามโฆษณาสินค้าที่มีส่วนสัมพันธ์กับการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือถ่านหินในสถานที่สาธารณะ ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับ 20,000-100,000 ยูโร หรือราว 7 แสน – 3.8 ล้านบาท

กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมืองเอดินบะระ และเมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ มีประกาศห้ามโฆษณาสินค้าเกี่ยวพันกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในที่สาธารณะเช่นกัน

ขั้นตอนการยื่นขออนุญาตติดป้ายโฆษณาในยุโรปเข้มงวดมากมีกฎหมายหลายๆ ฉบับเกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายผู้บริโภค กฎหมายสิ่งแวดล้อม เพราะมีแนวคิดว่าป้ายโฆษณาส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งด้านการรับรู้ ค่านิยม ทัศนะอุจาด หรือมลพิษทางสายตา (visual pollution) และความปลอดภัย

ป้ายโฆษณาส่วนใหญ่ใช้ภาพสวยงามเกินจริง หวังกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากได้อยากมี บางป้ายเห็นแล้วอาจรู้สึกคับข้องใจถ้าไม่ได้สินค้านั้นมาครอบครอง หรือทำให้เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจทำไมเราไม่มีวาสนา

ในทางจิตวิทยา การเห็นป้ายโฆษณาซ้ำๆ จะมีผลต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจ เมื่อเดินเข้าร้านเห็นสินค้าในโฆษณาควักเงินซื้อเลยโดยไม่มีอาการลังเลใจ

ด้านมิติความปลอดภัย ป้ายโฆษณาที่ตั้งตระหง่านตรงทางโค้ง มีผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ปกติการออกแบบป้าย มุ่งจะสร้างจุดเด่นจุดสนใจดึงสายตา อาจทำให้เสียสมาธิในการขับรถ

บางป้ายนำไปติดตั้งบริเวณจุดท่องเที่ยวสวยงาม สร้างผลกระทบทางสังคม เกิดข้อถกเถียงในโลกโซเชียลว่า วิวสวยระดับล้านทำไมต้องมีป้ายโฆษณามาบังด้วย คนติดป้ายใช้สมองส่วนใดคิด?

ผู้บริหารหลายๆ เมืองในโลกประกาศห้ามหรือจำกัดปริมาณป้ายโฆษณาในพื้นที่สาธารณะ อย่างเมื่อปี 2550 นายจิลเบอร์โต แคสซับ (Gilberto Kassab) นายกเทศมนตรีเมืองเซาเปาโลซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศบราซิล ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยเมืองสะอาด (Clean City Law) เพื่อลดมลพิษทางสายตา เสริมสร้างบรรยากาศของเมืองให้น่าอยู่ และสั่งรื้อถอนบิลบอร์ดราว 15,000 ป้าย และป้ายหน้าร้านค้าอีก 3 แสนแห่ง

คำสั่งรื้อถอนป้ายโฆษณาส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง ชาวเมืองเห็นด้วยเพราะทำให้เมืองสวยขึ้น แต่นักธุรกิจคัดค้านและมองว่าคำสั่งนี้มีผลต่อรายได้จากภาษีป้ายโฆษณา

เมืองเซาเปาโลมีคนจนมาก สลัมเยอะ ป้ายโฆษณาในเมืองเซาเปาโลมีส่วนช่วยปกปิดพื้นที่สลัม เมื่อรื้อป้ายออก สลัมโผล่ให้เห็น ผู้บริหารเมืองได้ไอเดียใหม่เป็นนโยบายสร้างบ้านราคาถูก 5 แสนหลังเอาใจคนยากจนและคนไร้บ้าน

7 ปีต่อมา ผู้บริหารเมืองเซาเปาโลทนแรงกดดันจากนักธุรกิจไม่ไหวต้องยอมให้ติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่บางจุด แต่กำหนดให้เป็นป้ายโฆษณาระบบดิจิทัลที่ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น นาฬิกาบอกเวลา สัญลักษณ์จุดจอดรถเมล์พ่วงกับโฆษณาสินค้า

ฝั่งเอเชียก็มีกระแสต้านป้ายโฆษณา เช่น เมืองเจนไน เมืองหลวงของรัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย ศาลสูงสุดสั่งให้ปลดป้ายโฆษณาในที่สาธารณะตั้งแต่ปี 2552 ด้วยเหตุผลป้ายโฆษณามีผลกระทบต่อการขับขี่ บดบังทัศนียภาพและเกิดมลพิษทางสายตา

ในบ้านเรา ประเด็นว่าด้วยป้ายโฆษณามีการถกเถียงกันน้อยมาก แม้มีกฎหมายว่าด้วย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และ พ.ร.บ.ภาษีป้าย บังคับใช้กับผู้ที่จะขออนุญาตติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกฎหมายมีช่องโหว่หรือเจ้าหน้าที่ไม่ให้ความสำคัญกับป้าย ทำให้ทั่วทุกจุดของประเทศนี้เกลื่อนไปด้วยป้ายนานาชนิด ตั้งแต่ป้ายโฆษณาเชิญชวนให้เช่าพระ ทำบุญบริจาคสร้างโบสถ์วิหาร ไปจนถึงป้ายโฆษณาสินค้าแพงๆ อย่างบ้านหรู รถยนต์หลากยี่ห้อ

บางจุดเป็นป้ายโฆษณาการผ่าตัดแปลงโฉม โชว์ทีมหมอยอดฝีมือ ซึ่งเป็นประเด็นชวนให้คิดว่า แพทยสภาและกระทรวงสาธารณสุขมองข้ามคำว่าจรรยาบรรณวิชาชีพแพทย์ได้อย่างไร

ป้ายโฆษณาเหล่านี้โผล่กลางเมืองหลวง ราวกับว่า กทม.เป็นเมืองแห่งป้าย บีบบังคับให้ชาวบ้านมองเห็นได้เฉพาะป้ายโฆษณาเท่านั้น

การเปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายนนี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคนควรหยิบยกประเด็นป้ายโฆษณามาเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อมเพื่อลดมลพิษทางสายตาด้วยจะเป็นประโยชน์ต่อชาวกรุงเทพฯ อย่างยิ่ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ไชโย! ประเทศไทยจะรวยแล้ว!
แนวรบและแนวรักที่ปลายด้ามขวาน เหตุการณ์ต้องเปลี่ยนแปลง | เรื่องสั้น : มานพ แก้วสนิท
ก้าง
การหลั่งน้ำตาของอานาตี | อานนท์ นานมาแล้ว : กวีกระวาด
ภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานในเอเชีย
อีโบลาสายพันธุ์หายาก กับวิกฤตที่ต้องจับตา
ต้นทุนที่แท้จริง ของสงครามอิหร่าน
เมื่ออังกฤษเปลี่ยนผู้นำ
โกงสอบท้องถิ่น กำลังจบแบบฆ่าตัดตอน?
อาฟเตอร์ช็อก ‘ทุจริต’ ใน มท. เขย่าเครือข่าย ‘น้ำเงิน’ รัก ‘2 น.’ ร่วงกราว?
ฝ่ายค้านจัดขุนพลชำแหละงบปี 70 ติดป้าย ‘เอไอ’ ประเคนเงิน ‘ดิจิทัลพลัส’
ชัชชาติ ‘จั๊มพ์’ การเมือง ‘จ้ำ’ เบ้า