คุยกับทูต | อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ 78 ปีอิสราเอลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง (1)
รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน
Chanadda Jinayodhin
รัฐอิสราเอลสถาปนาขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 1948 และได้พัฒนาจากการเป็นประเทศเกิดใหม่มาสู่การเป็นประเทศที่มีความทันสมัยสูงในตะวันออกกลาง ท่ามกลางบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงที่ท้าทาย
ในปีนี้ อิสราเอลเฉลิมฉลองครบรอบ 78 ปีแห่งการสถาปนารัฐ (14 พฤษภาคม 1948 – 14 พฤษภาคม 2026) และวันประกาศอิสรภาพอิสราเอล หรือ Yom Ha’atzmaut (วันชาติ)
โดยกิจกรรมหลักจัดขึ้นในเดือนเมษายน แสดงถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 10.2 ล้านคน
ประเทศยังคงมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ควบคู่ไปกับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่บนรากฐานประวัติศาสตร์อันยาวนาน
ในโอกาสอันสำคัญนี้ เอกอัครราชทูตและผู้แทนระดับสูงของอิสราเอลในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกหลายท่านได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ และออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศ ความขัดแย้งในภูมิภาค และความสัมพันธ์ทางการทูต

สําหรับในประเทศไทยก็เช่นกัน เบื้องหลังรอยยิ้มและภารกิจใหม่ของ ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ (Dr.Alona Fisher-Kamm) เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำราชอาณาจักรไทย ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2025 ได้ให้เกียรติมาไขข้อข้องใจในหัวข้อที่มีดราม่าหรือเป็นที่จับตามองอย่างน่าสนใจ
ทั้งนี้ จากรายงานข่าวและสถานการณ์จริงในช่วงปี 2025-2026 การหลั่งไหลเข้ามาอาศัยและตั้งถิ่นฐานของชาวอิสราเอลหรือชาวยิวจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ก่อให้เกิดทั้งมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและข้อกังวลด้านลบที่ต้องได้รับการแก้ไข
ในข้อกังวลและผลกระทบที่สำคัญ ได้แก่
การครอบครองที่ดินและวัฒนธรรม : มีข้อกังวลว่าชาวยิวได้จัดตั้งชุมชน ประกอบธุรกิจ และใช้สถานที่ในท้องถิ่นเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายห้ามคนไทยเข้าในบางพื้นที่ ได้นำไปสู่ข้อพิพาทเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินจริง
การแย่งงาน : รายงานข่าวระบุว่า ชาวต่างชาติกำลังแย่งงานจากคนไทยในพื้นที่ท่องเที่ยว รวมถึงการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือใช้ตัวแทน
ผลกระทบทางสังคม : ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับมลพิษทางเสียง พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และความไม่พอใจในหมู่ชาวบ้าน
จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น : สื่ออิสราเอลรายงานว่า ผู้ลี้ภัยชาวยิวมากกว่า 30,000 คนหนีภัยสงครามและมาตั้งถิ่นฐานในเมืองปาย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า นี่คือจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตลอดทั้งปี ส่งผลให้กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่


ดร.อโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตรัฐอิสราเอลประจำราชอาณาจักรไทย ได้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า
“เราไม่ควรสับสนระหว่าง “ข้อเท็จจริง” กับ “การตีความ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้ ต้องรวมถึงการตีความที่ผิดพลาดและข่าวปลอมเข้าไปด้วย
ชาวอิสราเอลชื่นชอบประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวด้วยเหตุผลหลายประการ ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเดินทางมาประเทศไทยสูงสุดถึง 425,000 คน และสื่ออิสราเอลเพิ่งรายงานว่า นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลใช้จ่ายในประเทศไทยมากกว่าในจุดหมายปลายทางอื่นๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกาด้วย
เมื่อมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเช่นนี้ ย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะมีกรณีการประพฤติมิชอบ อุบัติเหตุ หรือการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ในเชิงสถิติแล้ว ดิฉันไม่พบข้อมูลที่แสดงว่า นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมหรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมมากไปกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่น
ชาวอิสราเอลที่พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะยาวและประกอบธุรกิจที่นี่มีจำนวนค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับชาวต่างชาติกลุ่มอื่น และในอำเภอปายก็มีจำนวนน้อยมากจริงๆ

อย่างไรก็ดี เมื่อปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่น่าเสียใจขึ้นในปาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลบางรายที่มีการกระทำในลักษณะทำลายทรัพย์สิน และบางรายมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
แท้จริงแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนพฤติกรรมของชาวอิสราเอลโดยรวมเลย แต่กรณีนี้และอีกหลายๆ กรณีกลับมีสื่อสังคมออนไลน์นำไปขยายความเกินจริง พร้อมข้อความที่มีลักษณะต่อต้านอิสราเอล
ส่วนการที่ชาวอิสราเอลมารวมตัวกัน มาเฉลิมฉลองวันสำคัญด้วยกันในพื้นที่ที่จัดไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา รวมถึงความตั้งใจของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอาหารตามหลักศาสนา ซึ่งสามารถทำได้เพียงในบางพื้นที่ในประเทศไทย
โดยส่วนตัวแล้วดิฉันเห็นว่าน่าจะกระทำได้ ตราบที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎหมาย และเคารพต่อสภาพแวดล้อม
การที่นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลมารวมตัวกันตามสถานที่ที่ว่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะเข้ามาในสถานที่นั้นๆ ไม่ได้ และเท่าที่ทราบก็ไม่เคยมีการปฏิเสธอย่างเป็นทางการเลย

เกี่ยวเนื่องจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนั้น ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่ชาวอิสราเอลเข้ามา “ลี้ภัย” ในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ เนื่องจากไม่มีเที่ยวบินออกจากอิสราเอลในขณะนั้น ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงไม่มีมูลความจริง
ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ชาวอิสราเอลหลายพันคนจากทั่วเอเชียพยายามหาทางกลับบ้านโดยเร็วที่สุด และประเทศไทยก็เป็นจุดที่ใช้รอเที่ยวบินกลับอิสราเอลที่สะดวกที่สุด
ขอขอบคุณทางการไทยสำหรับความปรารถนาดีและความเข้าใจที่มีให้ในระหว่างที่เกิดความขัดแย้งนี้
ขณะนี้เที่ยวบินต่างๆ ได้เริ่มกลับมาให้บริการแล้ว ดิฉันหวังว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ซึ่งก็เป็นผลดีต่อทั้งสองประเทศ
ทั้งยังเป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมให้เกิดความเข้าใจอันดียิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศอิสราเอล ซึ่งกำลังเฉลิมฉลอง 72 ปีแห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้นอยู่ในปีนี้”

อนึ่ง สถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ประกาศเตือนพลเมือง ที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย
อย่าละเมิดกฎหมายประเทศไทย เสี่ยงถูกเพิกถอนวีซ่า ส่งตัวกลับประเทศ
คำแนะนำหลักจากสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
แนวทางหลักเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับท่าน
โปรดปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของท่านเอง
แนวทางการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการที่จะดำเนินการ
• การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด – ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับคำสั่งให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
• การลงโทษสูงสุด – ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อเป็นการป้องปราม
• การเพิ่มการรับรู้ – จะเน้นการให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายและข้อบังคับท้องถิ่นให้มากขึ้น
• การเพิกถอนใบอนุญาตพำนัก/วีซ่า – ในกรณีร้ายแรงทางการจะประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเพิกถอนสิทธิการพำนักในราชอาณาจักร
• การขับขี่พาหนะโดยไม่มีใบอนุญาต – การขับขี่พาหนะโดยไม่มีใบอนุญาตจะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด และจะนำขึ้นสู่ศาลโดยไม่มีข้อยกเว้น
