bg-single

เส้นทาง พัฒนา ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หนังสือพิมพ์ รายวัน

29.06.2026

บทความพิเศษ

เส้นทาง พัฒนา

ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์

หนังสือพิมพ์ รายวัน

จากการริเริ่มก่อตั้งนิตยสาร “สุภาพบุรุษ” นับแต่กลางปี 2472 เป็นต้นมา เส้นทางชีวิตการทำหนังสือพิมพ์ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ โลดโผนอย่างยิ่ง

โลดโผนไปตามความร้อนแรงของสถานการณ์ทางสังคมและการเมือง

เพราะเป็นสังคมอันได้รับผลสะเทือนจากภาวะวิกฤตเนื่องแต่เศรษฐกิจตกต่ำของโลกนับแต่คริสต์ทศวรรษที่ 1930

เป็นสังคมที่เริ่มมีการ “ดุล” ข้าราชการออกจากตำแหน่ง

เป็นสังคมที่ภาวะตกต่ำ เสื่อมทรุดในทางเศรษฐกิจฉายชัดให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำอันเกิดขึ้นและดำรงอยู่ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

และเริ่มมีการพูดถึงคำว่า “ประชาธิปไตย” มากยิ่งขึ้น

ไม่ว่ามองผ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์ ไม่ว่ามองผ่าน “ศรีบูรพา” ในฐานะนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ย่อมมิอาจรอดพ้นจากผลสะเทือนเหล่านี้ได้

รูปธรรมเฉพาะหน้าคือการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลง

เส้นทาง แปลกใหม่

หนังสือพิมพ์ รายวัน

จาก “สุภาพบุรุษ” อันเป็นนิตยสารรายปักษ์ก้าวเข้าสู่ “บางกอกการเมือง” อันเป็นหนังสือพิมพ์รายวัน

จาก “บางกอกการเมือง” อีก 3 เดือนต่อมาก็เข้าไปทำ “ไทยใหม่”

เป็นหนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่” ซึ่งมี นายเอก วีสกุล และ นายเล็ก โกเมศ เป็นนายทุน

เป็น “ไทยใหม่” ที่ต่อมา พระยาศราภัยพิพัฒ (เลื่อน) ใช้นามปากกา “ศรทอง” เสนอบทความขนาดยาวในชื่อ “ชีวิตของประเทศ”

สะท้อนเป้าหมายแจ่มชัดถึง “ประชาธิปไตย”

และจาก “ไทยใหม่” ก็ไปเป็นนักเขียนบทความช่วงสั้นๆ อยู่ในหนังสือพิมพ์ “ศรีกรุง”

แต่ละการเคลื่อนไหวนี้สะท้อนอะไร

ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในทาง “ความคิด” ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงการเติบใหญ่ขยายตัวของธุรกิจ “หนังสือพิมพ์” หากแต่ในแต่ละแห่งได้มีส่วนอย่างสำคัญในการหล่อหลอม เคี่ยวกรำ

อาจกล่าวได้ว่า “บางกอกการเมือง” เป็นเวทีแห่งแรกที่ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เข้าไปบริหารในฐานะที่เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน

ก่อนหน้านั้น “เสนาศึกษาและแผ่วิทยาศาสตร์” เป็นรายเดือน

“สุภาพบุรุษ”แม้จะประสบความสำเร็จในเชิงการขายเป็นอย่างสูง แต่ก็เป็นรายปักษ์

อยู่ในลักษณะของนิตยสาร (magazine) มิได้เป็นหนังสือพิมพ์ (newspaper)

พัฒนาการนี้สำคัญเป็นอย่างมากต่อ กุหลาบ สายประดิษฐ์

นิตยสาร สุภาพบุรุษ

สู่ บางกอกการเมือง

ยศ วัชรเสถียร เล่าว่า “เมื่อมารับตำแหน่งบรรณาธิการของ ‘บางกอกการเมือง’ ซึ่งนายทุนเจ้าของยอมให้สิทธิเขาในการเลือกหาบุคคลร่วมกองบรรณาธิการและเปลี่ยน แปลงเนื้อหารูปโฉมของหนังสือพิมพ์ได้เต็มที่

ฉบับแรกที่เขาเป็นบรรณาธิการออกวางตลาดโดยมีการป่าวประกาศให้รู้วันกำหนดก่อนหนึ่งสัปดาห์ก็ขายได้อย่างชนิดที่เรียกกันตามภาษาชาวบ้านว่า

เหมือนเทน้ำเทท่า”

โพยม โรจนวิภาต หรือ อ.ก.รุ่งแสง เสริมในเวลาต่อมาว่า “กุหลาบคิดพิมพ์หัวเป็นสีตามวัน อย่างวันอาทิตย์พิมพ์หัวสีแดง วันจันทร์ก็พิมพ์หัวสีเหลือง คนก็เห็นว่าเป็นของแปลกก็มาซื้อกัน

อีกอย่าง ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ก็มีแฟนมาก่อนอยู่แล้ว”

กุหลาบ สายประดิษฐ์

ในบท “กัปตันทีม”

ในความเห็นของ ยศ วัชรเสถียร ที่ “บางกอกการเมือง” ประสบความสำเร็จกระทั่งต้องเพิ่มจำนวนพิมพ์เป็น 6-7 พันฉบับต่อวัน

ประการหนึ่ง เพราะ “บทนำ”

บทนำหรือ “บทบรรณาธิการ” อันเขียนโดย กุหลาบ สายประดิษฐ์ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา

ประการหนึ่ง เพราะนวนิยายเรื่อง “ยอดปรารถนา” ของ “ศรีบูรพา”

กระนั้น กุหลาบ สายประดิษฐ์ และเพื่อนหนุ่มจาก “คณะสุภาพบุรุษ” ก็ได้แสดงฝีมืออยู่ที่ “บางกอกการเมือง” ได้เพียง 3 เดือน

ก็ต้องกล่าวคำอำลา

เรื่องนี้ ยศ วัชรเสถียร กล่าวในข้อเขียนเรื่อง “ศรีบูรพา” ที่ข้าพเจ้ารู้จัก “ในอีกหลายสิบปีต่อมาว่า

“เขาเป็นบรรณาธิการคุมสต๊าฟผลิต ‘บางกอกการเมือง’ ให้ครองความเด่นที่สุดของหนังสือพิมพ์รายวันในสมัยนั้นอยู่ได้ไม่นานนักก็มีเหตุให้เขาต้องยกสต๊าฟอำลาจาก

อย่างที่กัปตันประกาศให้ลูกเรือ ‘ทิ้งเรือ’

โดยนายทุนถูกบีบบังคับด้วยอำนาจบาตรใหญ่ของท่านเจ้าใหญ่นายโตเสนาบดีกระทรวงหนึ่งแล้วมาบีบเขาต่อซึ่งเขายอมไม่ได้เด็ดขาด

จึงต้องเป็นกัปตันประกาศทิ้งเรือ”

ทั้งหลายทั้งปวง สุภา ศิริมานนท์ สรุปอย่างเข้าใจว่า นี่คือการเผชิญกับอิทธิฤทธิ์อย่างใหม่ อิทธิพลอันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งในระบบทุนนิยมขั้นเริ่มต้น

นั่นก็คือ อิทธิฤทธิ์อันเนื่องมาจากอำนาจกดดันแห่ง “ความเป็นเจ้าของ” ของหนังสือพิมพ์

กระนั้น ในความเห็นของ สุภา ศิริมานนท์

“การถอนตัวจาก ‘บางกอกการเมือง’ เป็นกรณีที่อื้อฉาวกรณีหนึ่ง ซึ่งถ้าจะว่าไปแล้วก็มิใช่จะส่งผลเสียทั้งหมดเพราะมันเป็นกรณีที่ส่งเสริมเชิดชูให้ชื่อเสียงของคุณกุหลาบและคณะสุภาพบุรุษโด่งดังกว้างไกลมากกว่าแต่ก่อนมาก”

ในอีกด้านหนึ่ง กุหลาบ สายประดิษฐ์ และคณะ ก็ได้รับการติดต่อและทาบทามจากผู้คิดจะทำหนังสือพิมพ์เข้ามาอย่างคึกคัก

เพื่อให้ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และคณะ เข้าไปร่วมก่อตั้งกิจการใหม่

ที่น่าสนใจอย่างเป็นพิเศษก็คือ การติดต่อเข้ามาของ นายเอก วีสกุล และนายเล็ก โกเมศ เชิญชวนให้ไปร่วมกิจการหนังสือพิมพ์ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่

นั่นก็คือ หนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่”

จาก บางกอกการเมือง

ทะยาน สู่ “ไทยใหม่”

ไม่ว่าการทำหนังสือพิมพ์ “บางกอกการเมือง” ไม่ว่าการทำหนังสือพิมพ์ “ไทยใหม่” ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ และคณะล้วนน่าศึกษา น่าทำความเข้าใจ

ไม่เพียงเป็นพัฒนาการเชิง “ปัจเจก” หากสะท้อนลักษณะของ “สังคม”

หากเริ่มต้นจากหนังสือ “1 ศตวรรษหนังสือพิมพ์ไทย” อัน เสลา เรขะรุจิ อดีตนักข่าว บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ได้บันทึก

ก็จะเห็นว่ากำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 2466

มีสำนักงานอยู่ที่ถนนอุณากรรณ มี พระสันทัดอักษรสาร เป็นบรรณาธิการ แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2473 เสลา เรขะรุจิ ตั้งข้อสังเกตว่า เริ่มจัดรูปเล่ม คอลัมน์และรูปร่างตามแบบอย่างหนังสือพิมพ์ในยุโรปอเมริกาเป็นครั้งแรก

คือมีการพาดหัวข่าวใหญ่และหัวข่าวรอง

ทั้งยังมีการเสนอข่าวในลักษณะ “ราษฎรผู้แสนเข็ญจะกลับสุพรรณวันนี้-ราษฎร ชายหญิงของจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งเข้ามากรุงเทพฯ เพราะความอดอยากราว 70 คนนั้นจะได้กลับคืนภูมิลำเนาเดิมในวันนี้”

และอีกไม่กี่วันต่อมาก็ปรากฏบทความ

“เคยได้ยินนักปราชญ์เขากล่าวกันว่า การมีลมหายใจอย่างเดียวไม่ยอมให้หมายถึงการมีชีวิต

เพียรก้าวหน้าใช้ความคิดนั่นแหละ คือ การมีชีวิตแท้”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

THE BRIDE! | ‘คืนชีพ’
บทเรียนเอสซีจี วิกฤต และโอกาส (6)
เปิดมหากาพย์ เยียวยา ครูสอบตกลูกจ้างชั่วคราว
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (11)
เรากำลัง ‘ดูแล’ หรือ ‘สอดส่อง’ ตัวเองกันแน่
Polymarket, Kalshi นวัตกรรมพนันรูปแบบใหม่!
Songs in the Key of Life : วงดนตรีที่ไม่เคยมีอยู่จริง
เส้นทาง พัฒนา ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ หนังสือพิมพ์ รายวัน
พฤษภาเลือด ภาพ จากวีดิทัศน์ ชัดเจน เส้นทาง กระสุน ปลิดชีพ
สถานการณ์หลังเลิก MoU! ความท้าทายที่คุมไม่ได้บนเวทีโลก
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว มองข้ามช็อต เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-พัทยา ‘ผมอยากให้ประชากรแฝงมีสิทธิ์โหวต’
ศุภชัย เจียรวนนท์ เรียนรู้ผ่านวิกฤต สู่ฝันใหม่ Arise ขี่คลื่น AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย