ยุทธการแดงเดือด
พฤษภาเลือด
ภาพ จากวีดิทัศน์ ชัดเจน
เส้นทาง กระสุน ปลิดชีพ
รายงานการสอบสวนคดีพิเศษที่ 312/2553 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ให้รายละเอียดว่า
นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล อายุ 25 ปี
อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่บริเวณปากซอยลิขิต 50/23 ต.สำโรงเหนือ อ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ถูกว่าจ้างให้มาส่ง น.ส.ชลลดา ธานีโรจน์ บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 แยกถนนเชื้อเพลิง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา
เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ น.ส.ชลลดาและนายเกียรติคุณได้ลงไปยืนดู ต่อมาได้เดินแยกกันไปคนละทาง
หลังจากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้นจำนวน 15-20 นัด ผู้คนที่มาชุมนุมต่างวิ่งหลบข้างถนนหาที่กำบัง ขณะนั้น น.ส.ชลลดาไม่ทราบว่านายเกียรติคุณอยู่ที่ไหนแต่เห็นมีคนล้มอยู่กลางถนนที่เกิดเหตุ
และมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้าไปช่วยเหลือนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล
น.ส.ชลลดาได้โทรศัพท์หานายเกียรติคุณแต่ไม่มีคนรับสายจนเวลาประมาณ 16.29 น.ของวันที่ 16 พฤษภาคม 2553 ได้มีโทรศัพท์ซึ่งเป็นเบอร์ของนายเกียรติคุณโทร.มาหา แต่ผู้ใช้โทรศัพท์เป็นเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
แจ้งให้ น.ส.ชลลดาทราบว่า นายเกียรติคุณเสียชีวิตแล้ว
น.ส.ชลลดา ธานีโรจน์ เชื่อว่า นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล ถูกยิงด้วยกระสุนปืนแต่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ยิงและยิงมาจากที่ใด
รายงานการตรวจศพนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เลขที่รายงาน 530594 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ระบุว่า
นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล เสียโลหิตจำนวนมากจากบาดแผลกระสุนปืนผ่านหลอดเลือดแดงใหญ่ในช่องอก
เช่นเดียวกับใบมรณบัตรนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล ของสำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตบางคอแหลม เลขที่ 02-10316910 ระบุว่า
เสียโลหิตจำนวนมากจากบาดแผลกระสุนปืน
ส่วนนายประจวบ ประจวบสุข อายุ 42 ปี ชาวอำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์
ได้เสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกัน
นายสยาม ประจวบสุข ให้สัมภาษณ์ว่า
เป็นน้องชายร่วมบิดามารดากับนายประจวบได้รับแจ้งว่า นายประจวบถูกยิงบริเวณที่เกิดเหตุและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ จึงเดินทางมาดูศพ
ต่อมา ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าศพของนายประจวบอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช
นายสยามยืนยันว่านายประจวบไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองหรือบาดหมางกับผู้ใดมาก่อน การตายที่บริเวณใต้ทางด่วนจึงเป็นการตายจากการปฏิบัติการทางทหารของ ศอฉ.
รายงานการตรวจศพของนายประจวบ ประจวบสุข ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่รายงาน 530595 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ระบุว่า
นายประจวบ ประจวบสุข เสียโลหิตมากจากบาดแผลกระสุนปืนทะลุหลอดเลือดแดงใหญ่และปอด
เช่นเดียวกับที่ระบุในใบมรณบัตรนายประจวบ ประจวบสุข สำนักทะเบียนท้องถิ่นบางคอแหลม เลขที่ 02-10310913 ว่า เสียโลหิตมากจากบาดแผลกระสุนปืน
จากคลิปวีดิทัศน์จากสำนักข่าว AFP/Guilad Kahn “2010516_เกียรติคุณ-ประจวบ เชื้อเพลิงพระราม 4_AFP” ช่วงแรกจะเห็นควันจากการเผายางที่บริเวณสะพานลอย ใกล้ซอยงามดูพลี
แนวบังเกอร์ของฝ่ายทหารอยู่ที่เชิงสะพานไทย-เบลเยียม ถนนพระราม 4
ที่บริเวณใต้ทางด่วนพระราม 4 มีกลุ่มประชาชนยืนดูเหตุการณ์อยู่จำนวนประมาณ 100 คน
หลังจากนั้นไม่นานได้ยินเสียงกระสุนปืนดังมาจากฝั่งตรงข้าม คือ บริเวณแยกบ่อนไก่ ทำให้ประชาชนที่ยืนดูเหตุการณ์ตื่นตระหนก วิ่งหนีเข้ามาใต้ทางด่วนบริเวณตอม่อ (นาทีที่ 0.15)
และกระสุนปืนดังกล่าวได้ยิงถูกชายคนหนึ่ง รูปร่างสูง ใส่เสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาวยาวสีน้ำตาล
น่าเชื่อว่าเป็นนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล
เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลใบรายงานการตรวจศพนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล (นาทีที่ 0.37) นอนสลบอยู่ข้างมอเตอร์ไซค์สีน้ำเงิน
มีผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยอุ้มนำส่งรถพยาบาล
ในบริเวณไม่ไกลจากชายคนแรกมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์เดียวกันช่วยแบกชายซึ่งถูกยิงบาดเจ็บ สวมเสื้อยืดสีครีม ใส่เสื้อแจ๊กเก็ต สวมกางเกงยีนส์ ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นนายประจวบ ประจวบสุข
เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลใบรายงานการตรวจศพของนายประจวบ ประจวบสุข (นาทีที่ 1.08) ขึ้นรถพยาบาลไปอีกคน
นายประจวบถูกยิงในเวลาใกล้เคียงกันกับนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล ตามที่นายเลิศชัย นรินทรกุล ณ อยุธยา เจ้าหน้าที่กู้ภัยประจำโรงพยาบาลรามาธิบดีให้สัมภาษณ์ว่า
ในวันที่ 16 พฤษภาคมได้รับคำสั่งจากต้นสังกัดให้ไปสังเกตการณ์บริเวณที่เกิดเหตุหากมีเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
ตามเวลาเกิดเหตุประมาณ 15.00-15.30 น. ได้ยินเสียงปืนจากฝั่งทางขึ้นทางด่วนพระราม 4 โดยยิงทีละนัด เว้นระยะ นายเลิศชัยและทีมงานจึงได้ขึ้นรถเพื่อจะออกจากบริเวณดังกล่าว
ขณะขับรถออกจากที่เกิดเหตุได้ยินเสียงคนเรียกให้ช่วยจึงเห็นมีคนล้อมนายเกียรติคุณอยู่โดยบอกว่าได้รับบาดเจ็บจึงช่วยพาขึ้นรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาล
ห่างจากจุดที่พบนายเกียรติคุณประมาณ 10 เมตรมีกลุ่มคนเรียกให้ช่วยบอกว่ามีคนบาดเจ็บทราบชื่อนายประจวบ ประจวบสุข จึงได้นำผู้บาดเจ็บทั้งสองส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
ภายหลังทราบว่าผู้บาดเจ็บที่นำส่งทั้งสองคนได้เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
จากการรวบรวมหลักฐานจากคลิปวีดิทัศน์ คำสัมภาษณ์ และสำนวนของดีเอสไอบ่งชี้ได้ว่าการตายของนายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล และนายประจวบ ประจวบสุข เป็นการกระทำของกองกำลังทหารที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เนื่องจากผู้ตายทั้งสองเพียงเข้ามาดูเหตุการณ์และอยู่ตรงข้ามกับแนวที่ทหารวางกำลัง
ร.ต.ท.แทน ไชยแสง พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้การว่า เมื่อวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2553 ทหารได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้เข้าสลายการชุมนุมขอคืนพื้นที่และปิดทางลำเลียงปัจจัยต่างๆ รอบบริเวณราชประสงค์กดดันให้เลิกชุมนุม
บนถนนพระราม 4 ระหว่างแยกศาลาแดงกับสามแยกคลองเตยมีทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะทางลงเชิงสะพานไทย-เบลเยียม ฝั่งด้านสวนลุมไนท์บาซาร์มีกองกำลังทหารตั้งบังเกอร์กดดันผู้ชุมนุมด้านหน้าบ่อนไก่
กลุ่มผู้ชุมนุมได้เผายางรถยนต์บริเวณถนนพระราม 4 ก่อให้เกิดควันไฟ ในระหว่างนั้นก็มีเสียงปืนเสียงระเบิดดังเป็นระยะ และปรากฏเพลิงไหม้อาคารบริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย
ส่วนบนถนนสีลมตั้งแต่แยกศาลาแดงไปจนถึงถนนนราธิวาสราชนครินทร์ก็มีทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่
และเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตราย
